Pioneering Technology with Prof. Rox Anderson, Harvard
ปัญหา “ฝ้า กระ” เป็นปัญหาผิวที่กวนใจใครหลายคน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทำไม “เลเซอร์” ถึงเป็นเทคโนโลยีที่เป็นตัวช่วยและเข้ามาตอบโจทย์แก้ปัญหาได้ดีขี้น คำตอบของเรื่องนี้เริ่มต้นมาจาก Prof. Rox Anderson, Harvard แพทย์และนักประดิษฐ์ ผู้สร้างเลเซอร์เครื่องแรกของโลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ทางการแพทย์โดยเฉพาะ¹ จากความมุ่งมั่นตั้งต้นที่เพียงแค่ต้องการหาวิธีรักษาปานแดงในเด็ก ได้นำไปสู่การค้นพบครั้งสำคัญที่เกี่ยวกับกลไกของแสงที่ทำปฏิกิริยากับเม็ดสีผิวหรือเมลานิน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเรื่องราวของบิดาแห่งเลเซอร์ผิวหนังผู้นี้ ว่าเขาเปลี่ยนความรู้ด้านฟิสิกส์ให้กลายมาเป็นนวัตกรรมรักษาฝ้าและกระ ที่ช่วยชีวิตผู้คนทั่วโลกได้อย่างไร! ก่อนอื่นขอชวนคุณมาทำความรู้จัก ถึงความแตกต่างระหว่างปัญหาผิว ฝ้ากระ กันก่อนครับ
ฝ้า กระ คืออะไร? ฝ้า และ กระ คือ กลุ่มปัญหาเม็ดสีผิวเข้มกว่าปกติ หรือ hyperpigmentation เกิดจากการที่ผิวสร้างหรือสะสมเม็ดสีเมลานินมากขึ้นในจุดที่ได้รับการกระตุ้น โดยที่ทั้งสองอย่าง ไม่ใช่ภาวะปัญหาผิวเดียวกัน
เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ที่มากเกินไปในชั้นผิวหนัง² มีลักษณะเป็นปื้น สีน้ำตาล หรืออมเทา เกิดขึ้นสมมาตรบนใบหน้า และมักจะปรากฏตรงบริเวณที่โดนแสงแดด เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก และจมูก ส่วนใหญ่พบในคนที่อายุ 25-55 ปี โดยเฉพาะในผู้ที่มีสีผิวปานกลางถึงเข้ม
คือจุดเล็กๆ สีน้ำตาลบนผิวหนัง ที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน³ (melanin) ในบริเวณนั้นมากกว่าผิวรอบข้าง มักพบบริเวณที่โดนแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม จมูก หน้าผาก แขน และไหล่ โดยแบ่งประเภทของกระ
เป็นกระที่คนนึกถึงทั่วไป จุดเล็ก สีน้ำตาลอ่อน อยู่ชั้นผิวบน มักเข้มขึ้นเมื่อโดนแดดและจางลงในหน้าหนาว พบบ่อยในคนผิวขาว
จะเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน และสามารถพบได้บ่อยในผู้หญิงเอเชีย โดยมักเกิดขึ้นในช่วงวัยผู้ใหญ่อายุประมาณ 20-30 ปีขึ้นไป และพบได้ในบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง
เป็นจุดขึ้นสีน้ำตาล บริเวณใบหน้า แขน หลังมือ หรือบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย ๆ มักเกิดในวัยกลางคนหรือคนสูงอายุ สามารถใช้เลเซอร์รักษาให้จางลงได้
กลไกการเกิดฝ้า กระ ที่เหมือนกัน คือ เกิดจากเมลานินที่ผลิตมากเกินและสะสมผิดปกติ โดยเซลล์ melanocyte ตัวเดียวกัน และทั้งคู่มีแสงแดด (UV) เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญเหมือนกัน โดยเลเซอร์รักษาฝ้ากระที่เราใช้กันทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะรักษาปานแดงในเด็ก โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น เพราะเม็ดสีและหลอดเลือดใต้ผิว ล้วนเป็น “เป้าหมายเล็กๆ” ที่แสงเลเซอร์เลือกทำลายได้อย่างแม่นยำขึ้น โดยลดโอกาสที่ผิวรอบข้างจะถูกทำลายหลักการเดียวกันนี้เอง คือสิ่งที่ทำให้วันนี้เราดูแลฝ้าและกระได้อย่างปลอดภัยขึ้น
ปัญหาของคนที่เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำบนใบหน้าเป็นสิ่งกวนใจที่ยากจะแก้ไข ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยให้มองเห็นภาพชัดขึ้น ว่าแต่ละปัญหาควรแก้ไขอย่างไรให้เหมาะกับผิวตัวเอง
ฝ้า เป็นปื้นสีน้ำตาล มักปรากฏอย่างสมมาตรบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่โดนแสงแดด
ลักษณะ
เป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาล ซึ่งความชัดของเม็ดสีจะขึ้นอยู่กับชนิดของกระ
ตำแหน่งที่พบบ่อย
โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก และหลังมือ
คนที่มีผิวสองสี-ผิวเข้ม
มักพบในกลุ่มคน
คนที่มีผิวขาว-ผิวสองสี
ชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้
ความลึกของเม็ดสี
ชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้
ยาทา ยากิน เลเซอร์ ครีมลดฝ้ากระ และการป้องกันผิว
การตอบสนองต่อการรักษา
ยาทา ยากิน เลเซอร์ ครีมลดฝ้ากระ และการป้องกันผิว
ใช้ครีมกันแดด สกินแคร์ลดเม็ดสี และทรีตเมนต์ที่ช่วยปรับรอยลึก
การดูแลและป้องกันผิว
ใช้ครีมกันแดด สกินแคร์ลดเม็ดสี และทรีตเมนต์ที่ช่วยปรับรอยลึก
เรื่องราวการคิดค้นเลเซอร์ของ Rox Anderson สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในฐานะแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และนักประดิษฐ์ที่ต้องการแก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้คนอย่างแท้จริง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการช่วยเหลือเด็ก แรงบันดาลใจแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาเรื่องนี้ คือ ความต้องการหาวิธีรักษาเด็กที่มีความผิดปกติของหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กใต้ผิวหนัง หรือรอยปาน ความพยายามนี้ส่งผลให้เกิดการสร้างเลเซอร์เครื่องแรก ที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในทางการแพทย์โดยเฉพาะ¹ ซึ่งต่างจากในอดีตที่เลเซอร์ทางการแพทย์มักจะเป็นการนำเครื่องมือจากภาคอุตสาหกรรมมาดัดแปลง Rox Anderson มีความรักและใส่ใจในเด็กเป็นอย่างมาก โดยเชื่อว่าหากสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็ก ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นการเปลี่ยนทิศทางชีวิตของเด็กคนนั้นได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์นี้ถูกนำไปใช้ทั่วโลกในแต่ละวันเพื่อรักษาเด็กๆ ที่มีรอยปาน
ของ Rox Anderson ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเลเซอร์ที่ใช้สำหรับการรักษาแผลเป็น⁴ เพื่อช่วยปรับสภาพเนื้อเยื่อแผลเป็นที่ผิดปกติ ให้กลับมาใกล้เคียงปกติ ตัวอย่างที่ชัดเจนและน่าประทับใจคือ การช่วยเหลือคนไข้ที่ประสบเหตุไฟไหม้รุนแรงจากสงครามเวียดนามตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์มานานกว่า 30 ปี แต่หลังจากที่ได้รับการรักษาด้วยเลเซอร์แบบแฟรกชันแนล อาการปวดก็ลดลงอย่างมาก จนคนไข้รู้สึกได้ความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง
นอกเหนือจากการเป็นนักคิดค้นแล้ว Rox Anderson ยังเดินทางไปประเทศเวียดนามเป็นประจำทุกปี เพื่อสอนและนำเทคโนโลยีการแพทย์เหล่านี้ไปมอบให้กับคนไข้และหน่วยงานที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์
สำหรับ Rox Anderson แล้ว เป้าหมายสูงสุดของเขาไม่ใช่การทำธุรกิจ แต่คือการเยียวยาผู้คน โดยเขามองว่าการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆ คือ การพยายามแก้ปัญหาที่ยังไม่มีใครแก้ได้ ไม่ว่าปัญหานั้นจะอยู่ที่ใด และต้องใช้เครื่องมือใดก็ตามครับ
จากความตั้งใจช่วยเด็ก สู่เทคโนโลยีที่วงการแพทย์ผิวหนังกันทุกวันนี้
ขณะเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ Harvard, R. Rox Anderson ศึกษาการใช้ argon laser รักษาปานแดง (Port Wine Stain) ในเด็ก เลเซอร์ยุคนั้นรักษาได้ก็จริง แต่เสี่ยงทิ้งรอยแผลเป็นสูงมาก เขาจึงตั้งคำถามว่า “จะรักษาปานแดงให้ดีกว่านี้ โดยไม่ทิ้งแผลเป็นให้เด็กๆ ได้ไหม?”
Anderson ร่วมกับ Prof. John A. Parrish ตีพิมพ์งานชิ้นแรกที่พิสูจน์ว่า แสงเลเซอร์สามารถเลือกทำลายหลอดเลือดฝอยเป้าหมายได้⁵ โดยกระทบเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยลง เป็นก้าวแรกของแนวคิดที่จะตามมา
ทั้งคู่ตีพิมพ์หลักการ Selective Photothermolysis⁶ ในวารสาร Science แก่นคือ ถ้าเลือก ความยาวคลื่นแสง และ ระยะเวลาปล่อยพลังงาน ให้เหมาะกับเป้าหมาย แสงจะทำให้เกิดความร้อนเฉพาะจุดที่ต้องการ เช่น เส้นเลือดหรือเม็ดสี โดยลดผลกระทบต่อผิวรอบข้าง และงานนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าทำได้กับ melanosome (ถุงเม็ดสีในผิว) ด้วย
1 . เลือกเป้าหมายให้ชัด
2. เลือกความยาวคลื่นให้เหมาะ
3. ปล่อยพลังให้เร็วพอ
งานวิจัยต่อมาที่มีชื่อ Anderson ร่วมอยู่ พิสูจน์ว่าพัลส์เลเซอร์ระดับ nanosecond กลุ่ม Q-switched ทำงานกับระบบเม็ดสีได้อย่างมีความจำเพาะขึ้น⁷ เพราะเม็ดสีมีขนาดเล็กมาก การปล่อยพลังงานสั้นมากๆ ทำให้ความร้อนไปแตกที่เม็ดสีได้ดี
เพราะ ช่วยทำงานกับเม็ดสีเล็กๆ ได้เร็วและจำเพาะขึ้น
ด้วยหลักการนี้ กลายเป็นพื้นฐานของเลเซอร์กำจัดเม็ดสีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
จากความตั้งใจช่วยเด็กที่มีปานแดง Prof. Rox Anderson ได้วางรากฐานแนวคิดที่เปลี่ยนเลเซอร์จากการยิงแบบกว้างๆ สู่การ เลือกทำงานกับเป้าหมายอย่างเม็ดสีได้แม่นยำขึ้น นี่คือจุดเริ่มต้นของเลเซอร์เม็ดสีสมัยใหม่ และแนวคิดที่ต่อยอดสู่การดูแลฝ้า กระ และจุดด่างดำในปัจจุบัน
ในการพัฒนาเลเซอร์เม็ดสี เริ่มจากคำถามเดียวจะทำให้แสงทำงานได้แม่นยำที่เป้าหมาย โดยไม่ทิ้งรอยได้อย่างไร
ที่ BSL เรายึดแนวคิดเดียวกันนี้ ในการเลือกคัดเลือกเครื่องเลเซอร์อย่างพิถีพิถันทุกครั้ง ไม่ได้ดูแค่ชื่อรุ่นหรือกระแสเครื่องในช่วงนั้น แต่กลับใช้วิธีศึกษาข้อมูลจากงานวิจัยตีพิมพ์ว่าเครื่องนั้นมีกลไกการทำงานกับเม็ดสีฝ้ากระอย่างไร เหมาะกับผิวคนไทยหรือไม่
ฝ้ากระ เป็นปัญหาผิวที่ละเอียดอ่อน และไวต่อปัจจัยกระตุ้น การเลือกเครื่องที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว อาจทำให้ฝ้าเข้มขึ้น แทนที่ฝ้าจะจางลง ก่อนนำเลเซอร์ฝ้าเครื่องใดมาใช้รักษา BSL จึงตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อนเสมอ
เพราะ Q-switched เป็นกลุ่มเลเซอร์ที่พัฒนาต่อยอดมาจากหลักการ Selective Photothermolysis ซึ่งเป็นรากฐานของการรักษาเม็ดสีฝ้ากระ จุดด่างดำ ของทีม Prof. R. Rox Anderson, Harvard และตอบโจทย์รอบด้านจากการคำนึงถึงผลลัพธ์ที่ผู้ใช้บริการจะได้รับ และในปัจจุบัน BSL ยังคงศึกษาข้อมูลจากงานวิจัยอยู่เสมอ เพื่อคัดสรรเทคโนโลยีเลเซอร์ และวิธีการรักษาฝ้ากระที่ดีและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
การรักษาฝ้ากระด้วยเลเซอร์ที่ BSL เราดูแลลงลึกถึงสาเหตุของการเกิดฝ้า ไม่ว่าจะเป็นเม็ดสีส่วนเกินมากเกินไป ผิวไม่แข็งแรง การอักเสบของผิว และเส้นเลือดฝอยขยายตัวและเพิ่มจำนวนมากขึ้น การรักษาฝ้ากระที่ดี จึงควรครอบคลุมทุกสาเหตุการเกิดฝ้า เพื่อให้ฝ้าจางลงและผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
หากคุณเคยรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์มาก่อน แล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์ยังไม่เป็นอย่างที่หวัง ฝ้ายังไม่จางลงเท่าที่ควร สาเหตุหนึ่งอาจมาจากการที่เลเซอร์เพียงชนิดเดียว ยังดูแลได้ไม่ครอบคลุมทุกปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้า
เพราะฝ้าไม่ได้เกิดจากเม็ดสีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับเส้นเลือดฝอย ความแข็งแรงของผิว และการอักเสบร่วมด้วย ที่ BSL เราจึงคัดสรรเลเซอร์หลายเครื่องให้ทำงานเสริมกัน โดยเลือกใช้ตามลักษณะฝ้ากรระของแต่ละคน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ฝ้าจาง หน้าใส ลดโอกาสผิวหน้าบางลง
ขั้นแรกคือการดูแลเม็ดสีที่เป็นต้นเหตุของฝ้าได้แม่นยำขึ้น ด้วยเลเซอร์ฝ้ากระที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเม็ดสี
ทำงานด้วยโหมด PTP (Photoacoustic Twin Pulse) ที่ปล่อยพลังงานสองจังหวะอย่างรวดเร็ว
เลเซอร์ระดับ Picosecond ที่ปล่อยพลังงานสั้นและเร็วมาก
เมื่อเกราะปกป้องผิว (skin barrier) อ่อนแอลง ฝ้าก็มีโอกาสกลับมาง่ายขึ้น การฟื้นฟูผิวจึงสำคัญไม่แพ้การลดเม็ดสี
แม้จะเป็นเลเซอร์กลุ่มเดียวกัน แต่การตั้งค่าพลังงานมีผลต่อการดูแลฝ้าอย่างมาก จึงต้องอาศัยความเข้าใจของแพทย์ในการปรับให้เหมาะกับผิวแต่ละคน
ผิวที่ระคายเคืองหรืออ่อนแอเป็นปัจจัยที่ทำให้ฝ้าแย่ลงได้ การฉายแสงจึงเข้ามาช่วยลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิว และกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูให้ผิวกลับมาแข็งแรงเร็วขึ้น
ฝ้าเกือบทุกชนิดมีเส้นเลือดฝอยคอยส่งอาหารไปหล่อเลี้ยง การดูแลให้เส้นเลือดเหล่านี้หดตัวและลดจำนวนลง จึงช่วยให้ฝ้าจางลงและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ โดยเลือกเลเซอร์ให้เหมาะกับระดับชั้นผิวที่เส้นเลือดอยู่
ดูแลเส้นเลือดฝอยเส้นเล็กในชั้นผิวตื้น
ดูแลเส้นเลือดฝอยในชั้นผิวลึก ช่วยลดจำนวนเส้นเลือด
ช่วยให้เส้นเลือดฝอยในชั้นลึกหดตัว ลดอาการหน้าแดง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรงขึ้น
การรักษาฝ้า กระ ด้วยเลเซอร์ เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สามารถช่วยลดฝ้ากระ เม็ดสีเมลานินส่วนเกิน ให้จางลงได้เร็วขึ้น
ฝ้าไม่ได้เกิดจากเม็ดสีเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BSL จึงค่อยๆ คัดสรรและเพิ่มเทคโนโลยีเลเซอร์อย่างตั้งใจ เพื่อให้ครอบคลุมรอบด้านตามกลไกของการเกิดฝ้า
แต่ละช่วงเวลาคือการเติมเต็มการดูแลให้สมบูรณ์ขึ้น ตั้งแต่เทคโนโลยีที่ดูแลเม็ดสีและเส้นเลือดฝอย ไปจนถึงเครื่องที่ช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นความแข็งแรงของผิว และแนวทางล่าสุดคือเลเซอร์ระดับ Picosecond ที่ดูแลเม็ดสีได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น
เพราะเราเชื่อว่าการดูแลฝ้าที่ดี เริ่มต้นจากการเข้าใจว่าฝ้ากระของแต่ละคนที่แตกต่างกัน และมีเครื่องมือที่เหมาะสม พร้อมดูแลในทุกปัจจัยกระตุ้นฝ้ากระด้วยเราจึงเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับลักษณะเม็ดสี และผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้ฝ้ากระค่อยๆ จางลง และผิวกลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน
ฝ้าและกระเกิดจากกลไกเดียวกัน คือ เซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) ผลิตเมลานินออกมามากเกินและสะสมผิดปกติในผิว โดยมีแสงแดด (UV) เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ อย่างไรก็ตามฝ้ามีปัจจัยร่วมที่ซับซ้อนกว่า ทั้งฮอร์โมน ความร้อน การอักเสบ และเส้นเลือดฝอยใต้ผิว จึงดูแลยากกว่ากระ การหาสาเหตุที่แท้จริงในแต่ละคนจึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มรักษา
จุดสังเกตง่าย ๆ คือ กระเป็นจุดเล็ก ๆ แยกเป็นจุด ขอบชัด ส่วนฝ้าเป็นปื้นกระจายเป็นวงกว้าง ขอบไม่ชัด และมักขึ้นสมมาตรกันทั้งสองข้างใบหน้า นอกจากนี้ฝ้ามักสัมพันธ์กับฮอร์โมนร่วมด้วย ขณะที่กระเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและแสงแดดเป็นหลัก เพราะกลไกที่ต่างกัน แนวทางการดูแลจึงต่างกัน การวิเเคราะห์ผิวให้ถูกประเภทก่อนรักษาจึงสำคัญมาก
ทั้งหมดจัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติของเม็ดสี (hyperpigmentation) ที่ผิวมีเม็ดสีเข้มกว่าปกติ แต่ไม่ใช่ภาวะเดียวกัน จุดด่างดำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รอยดำหลังสิวหาย รอยจากการอักเสบ หรือกระแดดสะสม การแยกให้ชัดว่าเป็นเม็ดสีชนิดใดและอยู่ชั้นผิวระดับไหน คือสิ่งที่ทำให้แพทย์เลือกแนวทางการดูแลได้เหมาะสม
ครีมและการดูแลผิวพื้นฐาน โดยเฉพาะการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ช่วยควบคุมและชะลอไม่ให้เม็ดสีเข้มขึ้นได้ และเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่สำหรับเม็ดสีที่สะสมในชั้นผิวที่ลึกขึ้น ครีมลดฝ้ากระเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ การให้แพทย์ประเมินก่อนว่าเป็นฝ้าหรือกระชนิดไหน อยู่ชั้นผิวระดับใด จะช่วยให้เลือกแนวทางได้ตรง โดยแพทย์จะดูแลให้ปลอดภัยกว่าการลองเอง
เพราะเม็ดสีที่เป็นต้นเหตุของฝ้ากระ เป็น "เป้าหมายขนาดเล็ก" ที่แสงเลเซอร์สามารถเลือกทำงานได้ ตามหลักการ Selective Photothermolysis ซึ่งหลักการนี้คือการใช้แสงที่เลือกความยาวคลื่นและการปล่อยพลังงานให้เหมาะกับเป้าหมาย เพื่อให้พลังงานทำงานกับเม็ดสีเป็นหลัก โดยลดผลกระทบต่อผิวรอบข้าง อย่างไรก็ตามเลเซอร์เป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยลดเม็ดสีได้ แนะนำให้ศึกษาข้อมูลหรือควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์จะดีกว่า
ฝ้าเป็นผิวที่ไวต่อการกระตุ้น โดยเฉพาะในคนเอเชียที่เสี่ยงเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ได้ง่าย หากใช้พลังงานไม่เหมาะกับสภาพผิว ก็มีโอกาสที่ฝ้าจะเข้มขึ้นแทนที่จะดีขึ้นได้จริง ด้วยเหตุนี้การให้แพทย์ประเมินชนิดของฝ้า และปรับพลังงานเลเซอร์ให้พอดีกับผิวของแต่ละคนก่อนทำ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องผิวคล้ำหลังเลเซอร์
ครีมหรือยาทาบางกลุ่มช่วยลดการสร้างเม็ดสีหรือช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นได้ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและชนิดของปัญหาเม็ดสี ไม่ควรซื้อยาทาแรง ๆ ใช้ต่อเนื่องเองนาน ๆ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองง่าย หรือเกิดรอยคล้ำตามหลังได้
เพราะฝ้าไม่ได้เกิดจากเม็ดสีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงฝ้า ความแข็งแรงของผิว และการอักเสบร่วมด้วย การดูแลด้วยเครื่องเดียวจึงอาจไม่ครอบคลุมทุกปัจจัย แพทย์จึงอาจเลือกใช้เลเซอร์หลายชนิดทำงานเสริมกัน ทั้งดูแลเม็ดสี ฟื้นฟูความแข็งแรงของผิว และดูแลเส้นเลือดฝอย โดยออกแบบให้เหมาะกับลักษณะฝ้าของแต่ละบุคคล
ขึ้นอยู่กับชนิดของฝ้ากระ ความลึกของเม็ดสี และสภาพผิวของแต่ละคน โดยทั่วไปการดูแลเม็ดสีต้องอาศัยการทำต่อเนื่องเป็นคอร์สและการดูแลผิวควบคู่ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ เพราะร่างกายต้องค่อยๆ กำจัดเม็ดสีที่ถูกจัดการออกไป ที่สำคัญคือการทาครีมกันแดดและดูแลผิวระหว่างการรักษา เพื่อลดโอกาสที่ฝ้ากระจะกลับมาเข้มขึ้น แพทย์จะประเมินและวางแผนจำนวนครั้งให้เหมาะกับผิวของแต่ละคนโดยเฉพาะ
ฝ้า กระ เป็นปัญหาเม็ดสีผิวที่เกิดจากเมลานินสะสมมากเกินปกติ โดยมีแสงแดดเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ แม้ทั้งคู่จะมีรากเดียวกัน แต่ฝ้าซับซ้อนกว่าเพราะเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เส้นเลือดฝอย และการอักเสบร่วมด้วย การดูแลจึงต้องเข้าใจสาเหตุของแต่ละคนอย่างละเอียด
การรักษาฝ้า กระ ด้วยเลเซอร์ มีรากฐานมาจากหลักการ Selective Photothermolysis ของ Prof. R. Rox Anderson, Harvard⁶ ที่เริ่มต้นจากความตั้งใจรักษาปานแดงในเด็กโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น แนวคิดนี้คือการใช้แสงเลือกจัดการเฉพาะเม็ดสีที่เป็นเป้าหมาย โดยลดผลกระทบต่อผิวรอบข้าง
ที่ BSL Clinic เราจึงคัดสรรเลเซอร์อย่างพิถีพิถันโดยอ้างอิงงานวิจัยทางการแพทย์ และใช้แนวทางการรักษาแบบผสมผสานหลายเทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลไกการเกิดฝ้า ทั้งการลดเม็ดสี ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ดูแลเส้นเลือดฝอย ลดการอักเสบ เพราะการดูแลฝ้ากระที่ดีไม่ใช่การจัดการเพียงจุดเดียว แต่คือการออกแบบการรักษาให้เหมาะกับผิวของแต่ละคน เพื่อให้ฝ้ากระค่อยๆ จางลง และผิวแข็งแรงในระยะยาว ให้ผู้ใช้บริการมั่นใจในผิวหน้าที่สุขภาพดีในระยะยาวครับ
เขียนบทความโดย :
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678
Call Center : +66993438666
Line ID : @bslclinic
Whatsapp : +66620136667
bslclinic.com
Copyright © 2015 www.bslclinic.com All Rights Reserved.