เคยไหม? รักษาสิวมาหลายวิธีทั้งใช้สกินแคร์สารพัดสูตร ซื้อยารักษาสิวเอง หรือพยายามทำตามสูตรดูแลผิวของคนดังต่าง ๆ แต่ปัญหาสิวก็ยังวนกลับมาเป็นซ้ำอยู่เรื่อย และแม้สิวจะหายแล้วก็ยังทิ้งรอยแดง รอยดำ หลุมสิวไว้จนทำให้ขาดความมั่นใจเพราะผิวดูไม่เรียบเนียน ไม่สม่ำเสมออีกด้วย ในความเป็นจริงแล้วปัญหาสิวของแต่ละคนอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ทั้งสาเหตุการเกิด ลักษณะสิว สภาพผิว และความต้องการในการดูแล จึงไม่แปลกที่การรักษาแบบเดียวกันอาจให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันในทุกคน ด้วยเหตุนี้ ที่ BSL Clinic เราจึงให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจปัญหาสิวของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนการรักษาสิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน ช่วยลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ ดูแลรอยสิวและหลุมสิวอย่างครอบคลุม พร้อมฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงและเสริมความมั่นใจในระยะยาว
สิว เป็นปัญหาผิวที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย ซึ่งก่อนจะไปหาข้อมูลว่ามีแนวทางรักษาสิวอย่างไรบ้าง ควรต้องเข้าใจว่าสิวไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวหรือปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น รวมถึงไม่ได้มีประเภทเดียวและเหมือนกันในทุกคน
เพราะหัวใจสำคัญในการรักษาสิวที่ BSL คือการทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดสิว โดยกลไกการเกิดสิวมีทั้งหมด 4 กลไกร่วมกัน คือ การผลิตน้ำมันมากเกินไป, การอุดตันภายในรูขุมขน, การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย C. acnes (Cutibacterium acnes) และการอักเสบของผิวหนัง1


ต่อมไขมัน (Sebaceous Gland) ถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมัน (Sebum) มากผิดปกติผ่านปัจจัยกระตุ้น เช่น ฮอร์โมน พันธุกรรม
ความเครียด อาหาร ส่งผลให้รูขุมขนอุดตัน


ผิวชั้นนอก (Keratinocytes) มีการหลุดลอกไม่สมดุล ทำให้มีการสะสมอยู่บริเวณปากรูขุมขนมากกว่าปกติ เมื่อรวมกับน้ำมันบนผิว จึงส่งผลให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขนและสิวอุดตันตามมา


เมื่อมีน้ำมันบนผิวมากเกินไปและสภาพแวดล้อมรูขุมขนมีออกซิเจนน้อย จะส่งผลให้แบคทีเรีย C. acnes มีการเจริญเติบโตได้ดีและเพิ่มจำนวนมากขึ้น


ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย C. acnes ทำให้เกิดการอักเสบภายในรูขุมขน โดยมีอาการบวม แดง เจ็บ และเป็นสิวอักเสบในที่สุด


ต่อมไขมัน (Sebaceous Gland) ถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมัน (Sebum) มากผิดปกติผ่านปัจจัยกระตุ้น เช่น ฮอร์โมน พันธุกรรม
ความเครียด อาหาร ส่งผลให้รูขุมขนอุดตัน


ผิวชั้นนอก (Keratinocytes) มีการหลุดลอกไม่สมดุล ทำให้มีการสะสมอยู่บริเวณปากรูขุมขนมากกว่าปกติ เมื่อรวมกับน้ำมันบนผิว จึงส่งผลให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขนและสิวอุดตันตามมา


เมื่อมีน้ำมันบนผิวมากเกินไปและสภาพแวดล้อมรูขุมขนมีออกซิเจนน้อย จะส่งผลให้แบคทีเรีย C. acnes มีการเจริญเติบโตได้ดีและเพิ่มจำนวนมากขึ้น


ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย C. acnes ทำให้เกิดการอักเสบภายในรูขุมขน โดยมีอาการบวม แดง เจ็บ และเป็นสิวอักเสบในที่สุด
สิวมีกี่ประเภทนั้น ในทางการแพทย์แล้วสามารถแบ่งประเภทของสิวออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สิวอุดตันหรือสิวไม่อักเสบ (Non-inflammatory Lesions) และสิวอักเสบ (Inflammatory Lesions) 1
และนอกจากการแบ่งประเภทสิวตามการอักเสบแล้ว หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า สิวฮอร์โมน สิวผด สิวเสี้ยน สิวหิน โดยเป็นคำที่ใช้เรียกตามปัจจัยกระตุ้น ลักษณะทางคลินิกของสิว หรืออาจเป็นภาวะทางผิวบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายสิว ซึ่งมีสาเหตุการเกิดและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องได้รับการประเมินอย่างเหมาะสมก่อนวางแผนดูแลรักษา


สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน จากการสะสมของน้ำมันและผิวชั้นนอกที่หลุดลอก โดยยังไม่มีการอักเสบหรือบวมแดง หากได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะนี้ จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอักเสบในอนาคตได้
ตัวอย่างสิวไม่อักเสบ: สิวหัวดำหรือสิวหัวเปิด (Blackheads) , สิวหัวขาวหรือสิวหัวปิด (Whiteheads)


สิวที่เกิดจากการอุดตันภายในรูขุมขน ร่วมกับการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย C. acnes และการอักเสบของผิว อาจมีหนองภายใน และทำให้รู้สึกเจ็บบริเวณสิว ควรได้รับการรักษาที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยสิวและหลุมสิวในอนาคต
ตัวอย่างสิวอักเสบ: สิวนูนแดง (Papule), สิวหัวหนอง (Pustule), สิวหัวช้าง (Nodule), สิวหัวซีสต์ (Cystic Acne)
และนอกจากการแบ่งประเภทสิวตามการอักเสบแล้ว หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า สิวฮอร์โมน สิวผด สิวเสี้ยน สิวหิน โดยเป็นคำที่ใช้เรียกตามปัจจัยกระตุ้น ลักษณะทางคลินิกของสิว หรืออาจเป็นภาวะทางผิวบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายสิว ซึ่งมีสาเหตุการเกิดและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องได้รับการประเมินอย่างเหมาะสมก่อนวางแผนดูแลรักษา
แม้ว่ากลไกการเกิดสิวทั้ง 4 ด้านจะเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมดูแลรักษาสิวตามกลไกแล้ว แต่ปัญหาสิวก็ยังกลับมาเป็นซ้ำอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่สำคัญเลยก็คือในแต่ละบุคคลมีปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกันนั่นเอง ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย2 เช่น
ฉะนั้นแล้วการรักษาสิวของ BSL จึงไม่ใช่การทำให้สิวลดลงในเวลาที่รวดเร็วเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจถึงสาเหตุหลักว่ามีกลไกเป็นอย่างไร ปัจจัยกระตุ้นอะไรบ้าง และลักษณะของสิวที่เป็นอยู่เป็นแบบไหน เพื่อให้วางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวขึ้นซ้ำ ดูแลรอยสิวและหลุมสิวได้ดีในระยะยาว
เนื่องจากปัญหาสิวเกิดจากหลายกลไกร่วมกันและมีปัจจัยบางอย่างกระตุ้นร่วมด้วย การรักษาสิวจึงไม่ควรมีคำตอบเดียว แต่ควรเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับประเภทและความรุนแรงของสิว ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิว รวมถึงสภาพผิวในแต่ละบุคคล เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นสิวซ้ำในระยะยาว


กลไกแรกที่ทำให้เกิดสิว คือ ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากผิดปกติ จากปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ เป็นตัวการที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน ดังนั้น แนวทางการรักษา คือ ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน หรือทำให้ต่อมไขมันเล็กลง ก็จะช่วยลดสิวได้
โดยแนวทางการดูแลรักษาสิวที่เกิดจากกลไกนี้สามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การทำความสะอาดผิวอย่างเหมาะสมเพื่อลดการสะสมน้ำมันในรูขุมขน การปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ปัจจุบันมีตัวช่วยที่ดีอย่างเทคโนโลยีเลเซอร์ ที่ให้การผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันกลับมาเป็นปกติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย BSL Clinic เราเลือกใช้จากเครื่องที่มีงานวิจัยรองรับ เช่น


การผลัดผิวชั้นนอกที่ผิดปกติ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน การดูแลจึงมุ่งเน้นการปรับสมดุลการผลัดผิวชั้นนอกอย่างเหมาะสม เพื่อลดการสะสมของผิวชั้นนอกภายในรูขุมขนและช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันในระยะยาว


สำหรับ Cutibacterium acnes หรือ C. acnes เป็นแบคทีเรียที่สามารถพบได้ทั่วไปตามธรรมชาติของผิวหนังอยู่แล้ว แต่เมื่อไหร่ที่มีการสะสมของน้ำมันส่วนเกินและการอุดตันรูขุมขนจะส่งผลให้แบคทีเรียชนิดนี้เติบโตได้ดีกว่าปกติ และนำไปสู่การอักเสบของผิวจนกลายเป็นปัญหาสิวในที่สุด6
วิธีรักษาสิวเพื่อลดจำนวนหรือการสะสมของแบคทีเรีย C. acnes ที่ได้รับความนิยมคือการใช้ยาในกลุ่มเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ กลุ่มยาปฏิชีวนะ หรือมีการใช้ร่วมกันเพื่อให้มีประสิทธิภาพการรักษาที่ชัดเจน7


ถึงแม้ว่าจะสามารถควบคุมจำนวนหรือความสามารถในการเจริญเติบโตของ C. acnes ได้แล้ว แต่ร่างกายอาจตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างมีการอักเสบ เกิดอาการบวม แดง เจ็บ และส่งผลให้สิวอุดตันพัฒนาเป็นสิวอักเสบในเวลาต่อมาได้9










หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ที่แม้สิวจะยุบลงแล้ว แต่ยังรู้สึกไม่มั่นใจเวลาส่องกระจก หรือยังต้องพึ่งการแต่งหน้าเพื่อปกปิดร่องรอยที่สิวทิ้งไว้บนผิว ซึ่งนอกจากการหาข้อมูลว่า สิวอุดตันรักษายังไง หรือ สิวอักเสบรักษายังไง เพื่อให้สิวยุบลงเร็วที่สุดแล้ว รู้หรือไม่? ว่าการค้นหาวิธีดูแล หรือคลินิกรักษาสิวที่ไหนดี อาจไม่ได้จบลงที่สิวยุบตัวลง หรือจำนวนสิวที่เป็นอยู่ลดน้อยลงเท่านั้น แต่อาจทิ้งรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวเอาไว้จนรู้สึกว่าสีผิวไม่สม่ำเสมอและไม่เรียบเนียนได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรง ปัญหาสิวเรื้อรัง หรือมีพฤติกรรมแกะและบีบสิวด้วยตัวเอง อาจมีโอกาสเกิดรอยสิวหรือหลุมสิวตามมาได้มากขึ้น11 ดังนั้นแล้ว การดูแลรักษาสิวจึงต้องครอบคลุมไปถึงการป้องกันการเกิดรอยสิวและหลุมสิวร่วมด้วย


เกิดขึ้นจากการขยายตัวของเส้นเลือดเมื่อเกิดสิวอักเสบ ซึ่งเมื่อสิวอักเสบยุบตัวลงหรือหายดีแล้ว แต่ความผิดปกติของเส้นเลือดและการอักเสบในชั้นผิวบริเวณนั้นจะยังคงอยู่และปรากฎเป็นรอยแดงชัดเจนบนผิว ทั้งนี้รอยแดงสามารถจางลงได้เองตามธรรมชาติ แต่อาจใช้เวลานานหลายเดือน12 โดยแนวทางการดูแลปัญหารอยแดงด้วยตัวเองสามารถทำได้ด้วยวิธีที่จะช่วยลดการอักเสบของผิวที่เป็นอยู่และดูแลสุขภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้น เพื่อลดโอกาสการทิ้งรอยแดงบนผิวเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็น เลี่ยงการบีบแกะสิวด้วยตัวเอง การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อลดอาการอักเสบระคายเคืองผิว
สำหรับผู้ที่มีรอยแดงสิวชัดเจนหรือรอยแดงคงอยู่นาน การดูแลด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แพทย์พิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งที่ BSL เราเลือกใช้เทคโนโลยีในทางการแพทย์ อย่าง เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจงกับเส้นเลือด หรือการอักเสบของผิวโดยตรง เพื่อลดรอยแดงให้ดูจางลง ไม่ว่าจะเป็น
เทคโนโลยี IPL กลุ่มพลังงานแสงหลายช่วงคลื่นช่วยดูแลรอยแดงที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดฝอยบริเวณผิวชั้นตื้น ทำให้รอยแดงดูจางลง สีผิวแลดูสม่ำเสมอมากขึ้น12
เลเซอร์รอยสิวความยาวคลื่น 1064nm ที่มีคุณสมบัติทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัวและมีจำนวนลดน้อยลง โดยเฉพาะเส้นเลือดฝอยที่อยู่ลึกในชั้นหนังแท้13
เลเซอร์กลุ่ม Long Pulse Nd:YAG ที่ไม่เพียงแต่จะจับกับเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังเพื่อลดรอยแดงจากสิวโดยตรงแล้ว ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับและแข็งแรงขึ้นร่วมด้วย14
เทคโนโลยีแสงพลังงานต่ำที่มีความสามารถในการลดการอักเสบของผิวและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ช่วยให้รอยแดงแลดูจางลงไปพร้อม ๆ กับผิวที่แข็งแรงขึ้น10














เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีที่เพิ่มขึ้นหลังจากการอักเสบของผิว โดยเฉพาะหลังเป็นสิวอักเสบ ปรากฎเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งการรักษาสิวอักเสบและดูแลผิวหลังเป็นสิวด้วยวิธีที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสการเป็นปัญหารอยดำสิวได้15
BSL รักษารอยดำสิวที่สาเหตุ ด้วยเลเซอร์ที่ทำงานเฉพาะเจาะจงกับเม็ดสีเมลานิน เพื่อให้รอยดำแลดูจางลงและมีสีผิวที่สม่ำเสมอมากขึ้น โดยเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความสามารถในการทำลายและลดการสะสมของเม็ดสีส่วนเกินในผิว ดังนี้
โปรแกรมเลเซอร์ Pico toning ที่ทำลายเม็ดสีส่วนเกินอย่างแม่นยำ ทำให้รอยดำสิวดูจางลงอย่างชัดเจนโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อผิวรอบข้าง ลดโอกาสที่ผิวชั้นบนจะบางลง ไม่มี downtime และหลังทำใช้ชีวิตได้ตามปกติ16
กลุ่มโปรแกรมรักษารอยดำจากสิวที่อาศัยเทคโนโลยี Q-Switched Nd:YAG ช่วยให้เม็ดสีที่สะสมอยู่ในผิวลดลง และส่งผลให้รอยดำแลดูจางลง17
โปรแกรมเลเซอร์ Fraxel ที่นอกจากช่วยลดการอุดตัน ปรับให้ผิวแข็งแรงขึ้น ยังช่วยดึงเม็ดสี ทำให้สีผิวสม่ำเสมอ รอยดำจางลงได้ด้วย18










แผลเป็นชนิดยุบตัวเกิดที่เกิดจากความเสียหายของเนื้อเยื่อผิวหนังและเส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้หลังการอักเสบของสิว ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการซ่อมแซมผิวทำให้การสร้างคอลลาเจนไม่เพียงพอต่อการทดแทนเนื้อเยื่อที่สูญเสียไป ผิวจึงยุบตัวลงไปและไม่เรียบเนียนเท่าเดิม19
ขณะเดียวกันลักษณะของหลุมสิวในแต่ละบุคคลมีความลึกและลักษณะที่แตกต่างกันไปอีกด้วย ทำให้แนวทางการรักษาต่างกัน ซึ่งหลุมสิวรักษายังไงนั้นจะขึ้นอยู่กับการประเมินลักษณะหลุมสิวอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม สำหรับเป้าหมายในการรักษาหลุมสิวที่ BSL เรามุ่งเน้นการตัดพังผืดที่ดึงรั้งใต้ผิวไปพร้อม ๆ กับกระตุ้นการซ่อมแซมผิวเพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนมากขึ้นอีกครั้ง โดยหลุมสิวแต่ละประเภทเหมาะกับแนวทางการรักษาดังต่อไปนี้
ประเภทหลุมสิว
ลักษณะเด่นของหลุมสิว
โปรแกรมที่แนะนำ
หลุมสิวแบบจิก (Icepick Scars)




หลุมสิวแบบตื้นหรือแบบแอ่งกระทะ
(Rolling Scars)




หลุมสิวแบบกล่อง
(ฺBoxcar Scars)




อย่างไรก็ตามในการรักษาหลุมสิวอาจต้องมีการประเมินโดยแพทย์อย่างละเอียดก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากในผิวของ 1 คน อาจเกิดหลุมสิวหลายประเภทพร้อมกัน หรือมีปัญหารอยสิวลักษณะอื่นรวมอยู่ด้วย การประเมินลักษณะหลุมสิวอย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนวางแผนการรักษา






ดังนั้นแล้ว แม้ว่าสิวจะยุบลง แต่ร่องรอยที่สิวทิ้งไว้ ทั้งรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิว อาจส่งผลต่อความเรียบเนียนและความสม่ำเสมอของผิวได้ การประเมินลักษณะปัญหาอย่างละเอียดและวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การดูแลผิวครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในแง่ของการลดสิวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และการดูแลร่องรอยหลังสิวที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
เคยไหม? ดูแลรักษาสิวจนยุบลงแล้ว แต่ผ่านไปไม่นานก็กลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง อาจจะเป็นบริเวณเดิมหรือจุดใหม่ ซึ่งทำให้ขาดความมั่นใจจนเกิดคำถามว่าต้องรักษาสิวยังไงให้หายขาด เพราะไม่ว่าจะลองมาหลายวิธีแค่ไหน ปัญหาสิวก็ยังวนกลับมาอยู่เสมอ
โดยในความเป็นจริงแล้วต้องทำความเข้าใจก่อนว่าปัญหาสิวถือเป็นปัญหาผิวที่มีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกลไกการเกิดสิวหลายกลไกร่วมกัน ทั้งยังมีปัจจัยภายในและภายนอกคอยกระตุ้นให้สิวกลับมาเป็นซ้ำอีกด้วย
ดังนั้นแล้ว การดูแลปัญหาสิวจึงไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการลดจำนวนสิวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ควรอาศัยการประเมินลักษณะสิว กลไกการเกิดสิว และปัจจัยกระตุ้นที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นสิวซ้ำ
ถึงแม้ว่าตัวเรากับคนใกล้ตัวจะมีลักษณะภายนอกของสิวที่คล้ายคลึงกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจมีสาเหตุหรือปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวแตกต่างกัน จึงทำให้แนวทางการรักษาสิวแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การวางแผนการดูแลปัญหาสิวจึงต้องทำความเข้าใจว่าปัญหาสิวของแต่ละคนเกิดจากปัจจัยใดเป็นหลัก มีปัจจัยกระตุ้นอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อให้วางแผนการรักษาได้สอดคล้องกับปัญหาสิวในแต่ละบุคคล และช่วยให้ผลลัพธ์การรักษามีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ที่ BSL เราเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจลักษณะสิว กลไกการเกิดสิว ปัจจัยกระตุ้นที่เกี่ยวข้องก่อนเสมอ เพื่อที่จะวางแผนการรักษาสิวได้เหมาะกับปัญหาผิวและความต้องการของคนไข้แต่ละบุคคล โดยเฉพาะการคัดสรรและผสมผสานแนวทางการรักษาหลายรูปแบบ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยดูแลปัญหาสิวที่เป็นอยู่แล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการดูแลผิวให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดรอยสิว หลุมสิว และครอบคลุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวในอนาคต
ด้วยอาชีพครูสอนออกกำลังกายและอินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องพบปะผู้คนอยู่เสมอ แต่กลับต้องขาดความมั่นใจเพราะปัญหาสิว ทั้งสิวผด สิวอุดตัน และบางช่วงมีสิวอักเสบ รวมถึงผิวที่ดูไม่เรียบเนียน แม้ผ่านการดูแลตัวเองมาอย่างดีโดยตลอด คุณปลายจึงตัดสินใจเข้ารับการดูแลที่ BSL ซึ่งหลังแพทย์ประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษา โดยมีการเลือกใช้แนวทางการรักษาสิวแบบผสมผสานตามความเหมาะสมของผิวในแต่ละช่วง ไม่ว่าจะเป็น วิธีลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวอย่างการใช้เลเซอร์ 1726nm ร่วมกับการใช้โปรแกรม Fraxel Laser เพื่อลดการอุดตันรูขุมขน พร้อมฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง รวมถึงมีการดูแลปัญหารอยดำ รอยแดงจากสิวด้วยโปรแกรม PicoWay Laser และทำโปรแกรมฉายแสงร่วมด้วย เมื่อสังเกตเห็นว่าปัญหาสิวลดลงตั้งแต่ 3 เดือนแรกหลังเข้ารับบริการ คุณปลายฟ้าจึงเชื่อมั่นและไว้ใจให้ BSL ดูแลผิวอย่างต่อเนื่องนานกว่า 7 ปี เพื่อดูแลปัญหาสิวและคงสภาพผิวให้ดูสุขภาพดี


คุณปลาย-ปลายฟ้า ภิมันตกร
ผู้เข้ารับบริการจริงที่ BSL Clinic
ปัญหาสิวอุดตัน สิวอักเสบ และรอยสิวที่เป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ส่งผลให้ผิวดูไม่เรียบเนียน สีผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้เสียความมั่นใจ วนอยู่กับการหาข้อมูลว่าจะไปหาหมอรักษาสิวที่ไหนดี แม้เคยผ่านการดูแลปัญหาสิวมาแล้ว (คลินิกสิวที่อื่น) แต่สิวยังคงกลับมาเป็นซ้ำในบางช่วง ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องอยู่หน้ากล้องและต้องพบผู้คนอยู่เสมอ ผิวหน้าไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นใจในการทำงาน คุณโลมาจึงตัดสินใจเข้าพบแพทย์ที่ BSL Clinic


หลังจากได้รับการประเมินสภาพผิว วางแผนการรักษาแบบผสมผสานให้เหมาะกับแต่ละช่วงปัญหา และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสิวค่อย ๆ ลดลง ผิวเรียบเนียน และมีสีผิวที่สม่ำเสมอมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้คุณโลมากลับมามีความมั่นใจมากขึ้นไม่ว่าจะในวันที่ต้องถ่ายงาน พบปะผู้คน หรือใช้ชีวิตประจำวัน


คุณโลมา-ชวัลนุช อุชชิน
ผู้เข้ารับบริการจริงที่ BSL Clinic






ปัญหาสิวส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวันไม่น้อย โดยเฉพาะต้องเจอหน้าเพื่อนที่มักพูดเล่นอย่างสนุกปากว่า “หน้าอุกกาบาต” เพราะผิวหน้าเต็มไปด้วยปัญหาสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือบางจุดที่เคยเป็นสิวก็ทิ้งร่องรอยในรูปแบบของรอยแดงและหลุมสิวเอาไว้ จากที่เคยผ่านการรักษามาหลายที่ คุณเพชรยอมเดินทางจากชลบุรีตัดสินใจเข้าพบแพทย์ที่ BSL หลังจากดูรีวิวรักษาสิวและข้อมูลคลินิกในสื่อออนไลน์ ซึ่งคุณหมอประเมินลักษณะปัญหาสิวอย่างละเอียด พร้อมวางแผนการรักษาที่ครอบคลุมปัญหาสิวที่คุณเพชรกังวล


























จากเดิมที่เคยเป็นสิวนับร้อยเม็ดทั่วใบหน้า ผ่านการรักษามาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 4 ปี เห็นได้ชัดว่าปัญหาสิวที่เคยกังวลทั้งสิวอักเสบ สิวอุดตันลดน้อยลง หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวหน้าดูเรียบเนียนกว่าเดิม ที่สำคัญแววตาของคุณเพชรมีความเป็นประกายและดูมีความสุขกว่าเดิม


คุณเพชร-พชร วีระธรรม
ผู้เข้ารับบริการจริงที่ BSL Clinic
แพทย์ของ BSL ได้แก่ นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล (ว. 39678) และ พญ. วิภาณี อัครภูษิต (ว. 39676) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในงาน Quanta Symposium & Academy 2026 โดยร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Prof. Rox Anderson ศาสตราจารย์ด้านผิวหนังจาก Harvard Medical School ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้เลเซอร์ทางการแพทย์รักษาปัญหาผิว และแพทย์ผิวหนังจากนานาประเทศ ถ่ายทอดมุมมองทางคลินิกเกี่ยวกับแนวทางการดูแลสิวที่มุ่งเน้นการดูแลต่อมไขมัน ควบคู่กับการวางแผนการรักษาสิวที่เหมาะสมกับลักษณะปัญหาผิวของแต่ละบุคคล










นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล (ว. 39678) ได้รับเชิญร่วมเป็นวิทยากรในงาน Neoasia Singapore Clinical Symposium 2025 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทางคลินิกกับแพทย์จากหลายประเทศ พร้อมนำเสนอแนวทางการดูแลสิวที่มุ่งเน้นการดูแลต่อมไขมันด้วยเลเซอร์รักษาสิว








ประเมินและวิเคราะห์ปัญหาสิวอย่างเข้าใจ เพื่อการวางแผนแนวทางการรักษาสิวได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสาเหตุของการเกิดสิวให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่น่าพึงพอใจ


เพราะ BSL เชื่อว่าปัญหาผิวของแต่ละบุคคลต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน นอกจากการประเมินปัญหาผิวอย่างละเอียดแล้ว แพทย์พร้อมคัดสรรเทคโนโลยี ออกแบบแนวทางในการรักษา และผสมผสานการรักษาให้เหมาะกับปัญหาในแต่ละบุคคล


เพื่อให้ผู้รับบริการกลับมามีความมั่นใจในการใช้ชีวิตอีกครั้ง แพทย์จะดูแลปัญหาสิวอย่างครอบคลุม ไม่เพียงแต่ลดจำนวนสิวในปัจจุบัน ยังมีแนวทางในการลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ ตลอดจนรอยสิว และหลุมสิวในระยะยาวร่วมด้วย


หลังเข้ารับบริการเรามีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในการดูแลผิวหลังรับการรักษา พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสิวและปัญหาผิวต่าง ๆ ด้วยความจริงใจ




BSL Clinic มีกี่สาขา? เรามี 2 สาขาอยู่ในกลางกรุงเทพฯ คือ สาขาสีลม เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีสีลม หรือ BTS สถานีศาลาแดง และ สาขาสุขุมวิท ชั้น G อาคารไทม์สแควร์ เดินทางโดย MRT สถานีสุขุมวิท หรือ BTS สถานีอโศก
สำหรับหลายคนที่กำลังมองหาข้อมูลว่ารักษาสิว ที่ไหนดี หรือกำลังเปรียบเทียบคลินิกรักษาสิวใกล้ฉัน รีวิวจากผู้รับบริการจริงอาจเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการดูแลรักษาสิวจากผู้รับบริการจริงที่ BSL Clinic ซึ่งได้รับการวางแผนดูแลตามลักษณะปัญหาผิวและเป้าหมายในแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน
























โปรแกรมรักษาสิว ก่อน-หลังการรักษา 3 เดือน
“ใช้เป็นตัวอย่าง ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย”
ดูรีวิวรักษาสิวจากเคสที่เข้ารับการรักษาที่ BSL Clinic
การรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเองเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการกด แกะ บีบสิวเพื่อป้องกันการอักเสบเพิ่มเติม หรือสามารถใช้ยาเพื่อลดการอักเสบได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่สิวอักเสบมีอาการบวม แดง เจ็บปวด หรือขึ้นซ้ำบ่อยผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาสิวอักเสบที่เหมาะสม
ปัญหาสิวขึ้นบ่อยเกิดจากอะไรนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายกลไกร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันส่วนเกินบนผิว การอุดตันภายในรูขุมขน แบคทีเรีย C. acnes การอักเสบของผิว ตลอดจนปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ฮอร์โมน ความเครียด การใช้ดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม
ปัญหาสิวเสี้ยนเยอะ ทำไงดีนั้น มักเกี่ยวข้องกับการอุดตันรูขุมขนและน้ำมันบนผิว ซึ่งดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการทำความสะอาดผิวอย่างเหมาะสมเพื่อลดการอุดตันเพิ่มเติม หรือเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยลดการอุดตัน และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เช่น โปรแกรม Fraxel Laser
การรักษาสิว ใช้เวลานานแค่ไหนนั้น ระยะเวลาอาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล เนื่องจากปัญหาสิวมีความรุนแรงที่ต่างกันและขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษาร่วมด้วย ซึ่งอาจต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
การรักษาสิวอุดตันแบบไม่กดสามารถทำได้ในบางกรณี โดยเฉพาะกรณีที่ยังไม่รุนแรงมาก สามารถใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อเร่งการผลัดผิวและลดการอุดตันได้ ทั้งนี้หากมีปัญหาสิวอุดตันรุนแรงที่อาจมีการอักเสบร่วมด้วย แนะนำพบแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม7
ปัญหาสิวฮอร์โมน รักษายังไงนั้นอาจมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างจากสิวทั่วไป เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยด้านฮอร์โมนว่าเกี่ยวข้องกับกลไกการเกิดสิวหรือปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งแพทย์อาจประเมินปัญหาสิวและพิจารณาแนวทางการรักษาโดยใช้ยา หัตถการ หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ตามความเหมาะสม4
ไม่แนะนำให้กดสิวเอง เพราะอาจทำให้ผิวอักเสบมากขึ้น ติดเชื้อ เกิดรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวได้ โดยเฉพาะสิวอักเสบหรือสิวที่อยู่ลึกใต้ผิว ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่ากดสิวได้หรือไม่ หรือควรเลือกแนวทางการรักษาแบบไหนแทน
เมื่อรักษาสิวด้วยตัวเองแล้วไม่เห็นผล หรือมีปัญหาสิวอักเสบรุนแรง สิวเป็นซ้ำเรื้อรัง ตลอดจนมีปัญหารอยสิว หลุมสิวที่กระทบต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
การรักษาสิวควรเริ่มจากการทำความเข้าใจสาเหตุ กลไกการเกิดสิว และปัจจัยกระตุ้นที่เกี่ยวข้องที่อาจทำให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ เพื่อให้วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและตอบโจทย์ลักษณะหรือความรุนแรงของสิวได้ดี ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการลดโอกาสการเกิดรอยสิว เช่น รอยแดง รอยดำ และหลุมสิวที่อาจรักษายากในอนาคตร่วมด้วย
ที่ BSL เรารักษาสิวที่สาเหตุ โดยผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นทุกครั้งหลังการรักษา ประมาณ 3 เดือน จะเห็นผลชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพราะเราเชื่อว่าปัญหาสิวของแต่ละคนนั้นมีสาเหตุ ลักษณะ และความต้องการที่แตกต่างกัน ก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จะรับฟังความกังวล ซักประวัติ พร้อมประเมินสภาพผิวอย่างใส่ใจ แล้วจึงออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับปัญหาและไลฟ์สไตล์ ช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น


แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678








Call Center : +66993438666
Line ID : @bslclinic
Whatsapp : +66620136667
bslclinic.com
Copyright © 2015 www.bslclinic.com All Rights Reserved.