หลาย ๆ คน มีปัญหาสิวหายแล้ว แต่ผิวยังทิ้งรอยดำสิว รอยแดงสิว ไว้ที่ผิวอยู่ จึงทำให้โดยรวมของผิวหน้าดูไม่สดใส ดูโทรม ดูหมองคล้ำ ดูไม่สะอาดตา ปัจจุบันวงการแพทย์ผิวหนังมีตัวช่วยอย่างเลเซอร์รอยสิว เข้ามาเป็นทางเลือกที่ดี ในการช่วยให้รอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากสิว จางลงได้เร็วขึ้น หลายคนที่ไม่เคยได้ลองอาจเกิดคำถามว่า เลเซอร์รอยสิวคืออะไร ช่วยได้จริงไหม และต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล? บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับชนิดของรอยสิว ความเหมาะสมของการทำเลเซอร์ และแนวทางการดูแลผิวหลังทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดกันครับ
รอยสิว คือ ร่องรอยที่เหลือไว้อยู่บนผิวหนัง หลังจากสิวอักเสบหายแล้ว แม้สิวจะยุบลงแต่ผิวยังมีกระบวนการซ่อมแซมที่ไม่ปกติอยู่ จึงทำให้เกิดรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวได้¹ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วสิวเป็นโรคอักเสบของต่อมไขมัน รูขุมขนเกิดการอุดตัน การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เมื่อการอักเสบเกิดขึ้น ร่างกายจึงกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ จึงนำไปสู่รอยสิวตามมา¹
รอยสิว เกิดจากการอักเสบของสิวที่รุนแรงหรือเกิดขึ้นเป็นเวลานาน เมื่อผิวอักเสบร่างกายจะพยายามซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย¹ ร่างกายจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและกระบวนการสร้างคอลลาเจนเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อใต้ผิวที่เสียหาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีและคอลลาเจนใต้ผิว ผลที่ตามมาคือ รอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวถาวร
การใช้เลเซอร์รักษารอยสิวเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องรู้ถึงประเภทรอยสิวที่เป็นอยู่ เพื่อเลือกเครื่องเลเซอร์ให้ตรงกับปัญหารอยสิวครับ จึงแบ่งประเภทของรอยสิวได้ดังนี้
รอยแดงสิว (Post-Inflammatory Erythema PIE)
ที่เกิดจากการอักเสบของร่างกายเมื่อมีสิวเกิดขึ้น โดยมีกลไกดังนี้
รอยดำสิว (Post-Inflammatory Hyperpigmentation PIH)
เกิดจากการที่ผิวสร้างเม็ดสีมากเกินไป หลังการอักเสบของสิว⁴
หลุมสิว (Acne Scars)
หลุมสิว คือ แผลเป็นชนิดยุบตัวจากการสูญเสียคอลลาเจน ที่ผิวถูกทำลายอย่างรุนแรงจนทำให้เนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้ถูกทำลายและซ่อมแซมได้ไม่สมบูรณ์⁶
โดยทั่วไปหลุมสิวจัดอยู่ในกลุ่มแผลเป็นแบบยุบตัว (atrophic scars) ซึ่งแบ่งย่อยได้เป็น หลุมสิวจิก (ice pick), หลุมสิวกล่อง (boxcar) และ หลุมสิวแอ่งกระทะ (rolling scars) ตามลักษณะความลึกและขอบของรอยแผล⁶
ดังนั้นหลุมสิวไม่ได้เป็นเพียงรอยผิวไม่เรียบ แต่เป็นผลจากกระบวนการอักเสบที่ทำลายโครงสร้างคอลลาเจน และการซ่อมแซมที่ไม่สมดุลในระดับชั้นหนังแท้ ⁶,⁷
เลเซอร์รอยสิว คือ การใช้พลังงานแสง (laser / light-based devices) เพื่อช่วยให้รอยหลังสิวหาย ดูจางลง และผิวดูเรียบเนียนขึ้น โดยเป้าหมายของการรักษามักแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตามประเภทรอยสิวได้แก่⁶
เน้นเลเซอร์ที่ช่วยเรื่องหลอดเลือด เส้นเลือดฝอย และการอักเสบของผิว
เป็นเลเซอร์ที่ช่วยเกี่ยวกับเม็ดสีเมลานินสะสมใต้ผิว
หลัก ๆ จะใช้เลเซอร์ที่ปรับโครงสร้างคอลลาเจนและการซ่อมแซมผิว
หลักการทำงานคือ เลือกความยาวคลื่นให้ตรงกับ “เป้าหมาย” ใต้ผิว เมื่อเป้าหมายดูดซับพลังงานแสง จะเกิดความร้อนเฉพาะจุด ส่งผลให้เม็ดสีแตกตัว เส้นเลือดหดตัว หรือเกิดการกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้รอยสิวค่อย ๆ ดีขึ้นครับ
เลเซอร์รอยสิวในปัจจุบันมีหลายเครื่องมาก ๆ ไม่ได้มีแบบเดียวครับ โดยสามารถแบ่งประเภทตาม เป้าหมายที่ต้องการรักษา หัวข้อนี้จะพาเช็กว่า “รอยของคุณเป็นแบบไหน” และควรเลือกเลเซอร์กลุ่มใดให้เหมาะ เพื่อให้เห็นผลคุ้มและลดโอกาสระคายเคืองครับ
Light Therapy Program คือ เทคโนโลยีแสงพลังงานต่ำ เช่น LED (Light-Emitting Diode) เพื่อช่วยลดการอักเสบของผิว ลดความแดง กระตุ้นซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพ ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย สามารถทำให้รอยแดงค่อย ๆ จางลง ⁸
เหมาะกับ : สิวอักเสบ รอยแดงสิว และผิวที่ต้องการการฟื้นฟูจากการระคายเคือง
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : จากงานวิจัยแนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 4-6 สัปดาห์ (รวมประมาณ 8-12 ครั้ง) โดยจะเริ่มสังเกตว่า สิวลดลง รอยแดงสิวจางลงได้ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรกครับ ⁹,¹⁰
B&C Program เป็นโปรแกรมที่ใช้เทคโนโลยี IPL (Intense Pulsed Light) ซึ่งเป็นแสงพลังงานสูงแบบหลายช่วงคลื่น (ไม่ใช่เลเซอร์คลื่นเดียว) เพื่อช่วยลดรอยแดงหลังสิว และปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น
หลักการทำงานของ IPL คือ ปล่อยพลังงานแสงหลายช่วงคลื่นลงสู่ผิว โดยสามารถดูดซับกับเม็ดสีแดง (hemoglobin) ในเส้นเลือดฝอยชั้นตื้นได้ จึงช่วยลดความแดงจากเส้นเลือดขยายตัว และทำให้รอยแดงค่อย ๆ จางลง พร้อมทั้งช่วยให้โทนผิวโดยรวมดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น¹¹
เหมาะกับ : ลดรอยแดงบนผิวชั้นตื้น ๆ ลดเส้นเลือดฝอย
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 3-5 ครั้ง เว้นระยะห่างครั้งละ 3-4 สัปดาห์ หลายคนเริ่มสังเกตว่าความแดงลดลงได้ตั้งแต่ครั้งที่ 1-2 และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องครบคอร์ส¹¹
DL Program คือ เลเซอร์กลุ่ม Long Pulse Nd:YAG ที่พลังงานเลเซอร์จะไปจับเส้นเลือดฝอยใต้ผิวชั้นหนังแท้ เน้นลดขนาดและจำนวนของเส้นเลือดฝอยที่อยู่ลึกลงไป ทำให้รอยแดงที่ดื้อต่อการรักษาจางเร็วขึ้น
เหมาะกับ : รอยแดงที่เกิดจาก เส้นเลือดฝอยที่ผิวชั้นหนังแท้ ¹²,¹³
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : รอยแดงหลังสิว (PIE) หรือรอยแดงที่เกิดจาก เส้นเลือดฝอยครับ โดยทั่วไปแนะนำทำประมาณ 2-4 ครั้ง เว้นห่างครั้งละ ราว 4 สัปดาห์¹⁴
Genesis Laser Program คือ เลเซอร์กลุ่ม Long Pulse Nd:YAG ที่พลังงานเลเซอร์จะไปจับเส้นเลือดฝอยใต้ผิวชั้นหนัง พลังงานเลเซอร์ช่วยลดหลอดเลือดฝอย ลดความแดง และช่วยลดการอักเสบของผิว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ความร้อนระดับอ่อนในชั้นผิวช่วยกระตุ้นเพื่อซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวดู แน่นขึ้น แข็งแรงขึ้น แลดูเนียนขึ้น¹⁵
เหมาะกับ : อาการแดงของผิวที่เกิดชั้นหนังแท้ ลดการอักเสบ ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : โดยทั่วไปแนะนำให้ทำประมาณ 3-6 ครั้ง เว้นห่างครั้งละ 2-4 สัปดาห์
จากงานวิจัยพบว่าเลเซอร์ Nd:YAG ความยาวคลื่น 1064 nm ช่วย ลดความแดงจากสิว และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ¹⁶
Pico Laser Program คือ กลุ่มเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานเป็นพัลส์สั้นมากในระดับ Picosecond โดย picosecond = 10-12 วินาที จะสั้นมากจนวัดออกมาได้ที่ หนึ่งในล้านล้านวินาที นำไปสู่หลักการ Photoacoustic effect คือ การเกิดคลื่นความดัน / แรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กในเนื้อเยื่อที่เป็นเป้าหมายคือเม็ดสีเมลานิน ให้เม็ดสีแตกละเอียด ได้ดีกว่าเลเซอร์รุ่นเก่า ร่างกายจึงกำจัดออกได้ง่ายและเห็นผลชัดเจน ปัจจุบันเครื่องพิโค่ มีหลายรุ่น เช่น Pico Sure, Pico Discovery, Pico Plus, Pico Care, Pico LO Program
BSL Clinic เลือกใช้ PicoWay Program ที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นเทคโนโลยี picosecond ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีความแม่นยำที่สูงขึ้น ส่งพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น ลดผลกระทบต่อผิวรอบข้าง และมีหัวความยาวคลื่นที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผิวคนไทยและผิวคนเอเชีย มีงานวิจัยรองรับ โดยแพทย์จะดูแลให้ปลอดภัย¹⁷,¹⁸ อ่านบทความเพิ่มเติม โปรแกรม Pico Laser ได้ที่ picowaybangkok.com
เหมาะกับ : PicoWay Program รักษารอยดำสิว เหมาะกับคนที่อยากให้รอยดำจางลงอย่างรวดเร็วขึ้น
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : แนะนำให้ทำ 2-4 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์รอยดำจางลงอย่างชัดเจน
Program Revlite / Lutronic ด้วยกลไกการทำงานของเลเซอร์ Q-switched Nd:YAG โหมด Q-PTP โดยเวลายิงเลเซอร์ Q-PTP ลงไปที่เม็ดสีเมลานินใต้ผิว จะถูกทำให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ลดโอกาสการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง ด้วยพลังงานที่แผ่เป็นคู่ (twin pulse) แบบเบาๆ แต่ถี่มาก ช่วยลดการสร้างเม็ดสีใหม่ และลดการส่งผ่านเม็ดสีเมลานินขึ้นไปที่ผิวชั้นบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้รอยดำสิวค่อย ๆ จางลง สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น¹⁹
เหมาะกับ : รอยดำสิวทั่ว ๆ ไป
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : แนะนำ อย่างน้อย 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความเข้มของรอยดำและสภาพผิวครับ
Fraxel Dual Laser Program คือ เลเซอร์แบบ Fractional ที่ยิงพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวชั้นตื้นอย่างอ่อนโยน เพื่อดึงเม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่ให้หลุดออกไป และยังช่วยลดการผลิตเมลานินส่วนเกิน จึงทำให้รอยดำสิวตื้น ๆ ดูจางลง และผิวมีความละเอียดขึ้น²⁰,²¹
เหมาะกับ : รอยดำสิวที่อยู่ชั้นหนังกำพร้า เป็นรอยดำชั้นตื้น ๆ ²²
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : โดยทั่วไปประมาณ 3-5 ครั้ง ปรับตามความเข้มของรอยและสภาพผิว งานวิจัยของกลุ่ม fractional non-ablative พบว่าช่วยให้ PIH ค่อย ๆ จางลง และช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น
Morpheus8 Program หลักการคือการใช้ microneedling เข็มเล็ก ๆ พาพลังงาน RF คลื่นวิทยุลงใต้ผิว โดยจุดเด่นของโปรแกรมมอเฟียส 8 นี้สามารถลงลึกได้ถึง 1-4 มม. เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการซ่อมแซมผิวแบบลึก นอกจากหลุมสิวจะตื้นขึ้นแล้ว ผลพลอยได้ยังช่วยให้ผิวเรียบเนียน แน่น กระชับขึ้น²³,²⁴
เหมาะกับ : หลุมสิวที่มีความลึกที่สุด มีลักษณะปากหลุมแคบ อย่างหลุมสิวแบบจุก (Icepick scar)
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : โดยทั่วไปแนะนำทำประมาณ 2-4 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความลึกของหลุมและการตอบสนองของผิว มีงานวิจัยพบว่าเทคโนโลยี fractional RF microneedling สามารถช่วยให้หลุมสิวแบบยุบตัว ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อทำต่อเนื่องตามแผนการรักษา ²³,²⁴
โปรแกรม Fractora รักษาหลุมสิวเป็นการใช้ Microneedling RF เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว เหมาะกับหลุมสิวที่มีความลึกระดับกลาง เนื่องจากพลังงานลงลึกได้ประมาณ 2-3 มม.²⁵,²⁶
เหมาะกับ : หลุมสิวที่มีความลึกที่สุด ถึงระดับปานกลาง มีลักษณะปากหลุมแคบอย่างหลุมสิวแบบจุก (Icepick scar)
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : โดยทั่วไปแนะนำทำประมาณ 3-4 ครั้ง (ปรับตามความลึกของหลุมและสภาพผิว) งานวิจัยของกลุ่มเครื่องคลื่นวิทยุ พบว่าช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมผิวและกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้หลุมสิวค่อย ๆ ดูตื้นขึ้นและผิวแน่นขึ้น²⁷
Fraxel Program คือ เลเซอร์แบบ Fractional ที่ปล่อยพลังงานเป็นจุดความร้อนขนาดเล็ก (MTZs) จุดความร้อนเล็ก ๆ เป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่ผิวชั้นหนังแท้ เพื่อทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ช่วยฟื้นฟูให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น²⁸,²⁹
เหมาะกับ : หลุมสิวประเภท Rolling scar ที่มีความลึกระดับปานกลาง ขอบไม่ชัดเจน
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : เหมาะกับคนที่มีหลุมสิวแบบแอ่งคลื่น (rolling) หรือ หลุมสิวขอบชัดเป็นกล่อง (boxcar) ครับ โดยทั่วไปมักทำประมาณ 3-5 ครั้ง แล้วค่อยประเมินผลตามความลึกของหลุม²⁸,²⁹
Program Pico Fractional Laser คือ เลเซอร์พิโควินาทีที่ยิงพลังงานแบบเป็นจุด ๆ ด้วยหลักการ fractional เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ในหลุมสิวตื้น ๆ ได้เป็นอย่างดี เหมาะกับหลุมที่ไม่ลึกมาก หรือช่วยเน้นที่การปรับแต่งขอบหลุมสิวที่มีความคมชัด ให้ขอบดูมนขึ้น หลุมสิวจึงตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนขึ้น³⁰,³¹
เหมาะกับ : หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scars) ที่ไม่ลึก ระดับที่ชั้นตื้น ๆ
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : โดยทั่วไปแนะนำทำประมาณ 3-5 ครั้ง ปรับตามความลึกของหลุมและสภาพผิว งานวิจัยพบว่าเลเซอร์พิโกแบบ fractional ช่วยให้หลุมสิวแบบยุบตัว แลดูตื้นขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อทำต่อเนื่องตามแผนการรักษา³²,³³
Program AcuPulse CO₂ Fractional Laser ใช้หลักการสร้างสร้างช่องพลังงานความร้อนเล็ก ๆ ที่เลเซอร์สร้างไว้ในผิว (microthermal columns) เพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ และปรับโครงสร้างผิวให้เรียบเนียนขึ้น³⁴ โดยมี 2 โหมด เพื่อลงลึกในระดับหลุมสิวที่ต่างกัน เช่น โหมด Deep (0.12 mm spot size) ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ dermis เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในหลุมสิวลึก โหมด Superficial ช่วยปรับ texture ผิวชั้นตื้น สามารถทำแบบผสมผสาน 2 โหมดในครั้งเดียว เพื่อรักษาหลุมสิวทั้งความลึกและชั้นตื้นขึ้น³⁵
เหมาะกับ : เหมาะสำหรับ หลุมสิวระดับปานกลางถึงลึก หรือหลุมสิวแบบกล่อง แบบแอ่งกระทะ³⁶
ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล : งานวิจัยส่วนใหญ่แนะนำทำประมาณ 3-5 ครั้ง ห่างกัน 4-8 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนต่อเนื่องและเห็นผลชัดเจน โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 3-6 เดือนหลังทำแต่ละครั้ง³⁶,³⁷
Ice Pick Scars (หลุมสิวปากแคบ)
Rolling Scars (หลุมสิวตื้นปากกว้าง)
Boxcar Scars (หลุมสิวที่มีขอบ)
การรักษาหลุมสิวไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่ใช้ได้กับทุกคนครับ บางคนเป็นหลุมตื้น บางคนเป็นหลุมลึก บางคนมีทั้งแบบ rolling, boxcar หรือ ice pick ผสมกันบนใบหน้าเดียวกัน การรักษาจึงไม่ควรใช้วิธีเดียวกับทุกจุด
ก่อนเริ่มรักษา หมอจะประเมินลักษณะ ความลึก และประเภทของหลุมสิวอย่างละเอียด แล้วจึงเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม หรือผสมผสานหลายเทคนิคในแต่ละบริเวณ เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์จึงไม่ใช่เรื่องของ “เลเซอร์หรือเครื่องมือที่ดีที่สุด” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาหลุมสิวของแต่ละคนด้วยครับ
คุณหมอวิเคราะห์ปัญหารอยสิวอย่างเข้าใจ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เน้นที่วิธีการรักษา ที่ช่วยลดเส้นเลือดฝอยสาเหตุหลักของรอยแดง, ลดเม็ดสีเมลานินปัญหารอยดำสิว, และปัญหาหลุมสิว ที่ได้อย่างเหมาะสมกับสาเหตุของรอยสิว
คุณหมอคัดสรรเทคโนโลยีเลเซอร์ ที่ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์ และกว่าจะตัดสินใจเลือกเครื่องเลเซอร์หรือวิธีการรักษาแต่ละอย่าง คุณหมอคัดสรรและใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้ง และต้องมั่นใจมาก ๆ เพื่อให้คนไข้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากวิธีการรักษารอยสิวจากบีเอสแอลคลินิก
เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน คุณหมอจึงออกแบบแผนการรักษาให้ลงลึกที่สาเหตุการเกิดรอยสิว ตามสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่มีการใช้สูตรสำเร็จที่เป็นแพทเทิร์นแบบเดียวกันทุกคน
ดูแลตั้งแต่สิวอุดตัน สิวอักเสบไปจนถึงรอยแดง รอยดำ และหลุมสิวที่มีความลึกแตกต่างกัน โดยเฉพาะการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อช่วยแก้ปัญหารอยสิว ให้ผู้ใช้บริการกลับมามั่นใจในผิวที่ดูสุขภาพได้อีกครั้ง
BSL รักษารอยสิวด้วยความจริงใจ ประเมินผิวก่อนทุกเคส วางแผนตามหลักวิชาการ และเลือกหัตถการเลเซอร์ให้เหมาะกับผิวคุณ สามารถแลกเปลี่ยนและปรึกษาคุณหมอถึงความต้องการ ความคาดหวังที่ต้องการอยากได้กับคุณหมอก่อนการรักษาได้ทุกครั้ง แล้วค่อยตัดสินใจก่อนการรักษาอีกครั้ง
คำว่าหาย โดยทั่วไปสามารถใช้ได้กับรอยแดงสิว รอยดำสิว แต่หลุมสิว ถือเป็นรอยแผลเป็นประเภทหนึ่ง ซึ่งหากผิวเกิดหลุมสิวได้ ไม่สามารถทำให้ผิวเรียบเนียนเหมือนเดิมได้ 100% ทางที่ดีที่อยากแนะนำ หากเริ่มเป็นสิวตั้งแต่แรก ๆ ควรรักษาสิวตั้งแต่แรกเลย เพื่อป้องกันการเกิดหลุมสิวจะดีที่สุด แต่เมื่อเกิดหลุมสิวแล้วการใช้เลเซอร์รักษาหลุมสิวที่เหมาะกับความลึกของหลุมสิวสามารถช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนรอยแดงสิว รอยดำสิวก็สามารถรักษาให้จางลง และหายได้ โดยจะขึ้นอยู่กับความเข้มของเม็ดสี และความหนาแน่นของเส้นเลือดฝอย เป็นต้นครับ
ราคาขึ้นจะอยู่กับชนิดของเลเซอร์ ที่เป็นโปรแกรม หรือคอร์สการรักษาให้เหมาะกับรอย, พื้นที่ที่ทำ, จำนวนช็อต, พลังงาน และจำนวนครั้งที่ต้องทำ แนะนำให้ประเมินผิวกับคุณหมอก่อน เพื่อวางแผนการรักษา และประเมินค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุด
การเลือกคลินิกที่ใช้เลเซอร์รักษารอยสิว ควรเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องที่ผ่านการ รับรองมาตรฐาน US FDA หรือเครื่องมือที่ผ่านการรับรองจากมาตรฐาน อย. ไทย ดังนั้นก่อนการรักษาจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ
ส่วนใหญ่จะเริ่ม “สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง” ได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป บางเลเซอร์อาจเห็นความแดงลดลงตั้งแต่ช่วง 1-2 ครั้งแรก และชัดขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องครบคอร์ส ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดรอยและการดูแลหลังทำ
ความรู้สึกเจ็บขึ้นกับชนิดของเลเซอร์ และความไวผิวของแต่ละคน ความเจ็บจึงเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปจะรู้สึก อุ่น ๆ เหมือนมีหนังยางดีด ๆ ที่ผิวขณะทำ และสามารถใช้การประคบเย็นหรือยาชาตามดุลยพินิจแพทย์เพื่อเพิ่มความสบายได้ครับ
หากทำกับแพทย์ที่มีความเข้าใจในการตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ หรือมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ปัญหารอยสิว และเลือกใช้เครื่อง ใช้โหมด ใช้ความยาวคลื่นได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมาย ก็จะสามารถลดโอกาสที่ผิวหน้าจะบางลงได้ แต่กลับกันการตั้งค่าพลังงานที่เหมาะสมสามารถฟื้นฟูให้ผิวกลับมาแข็งแรงได้อีกด้วย
สามารถรักษาสิว และรอยสิวไปพร้อมกันได้ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ที่คลินิก เพื่อประเมินปัญหาสิวและรอยสิวได้อย่างเหมาะสมลงลึกที่สาเหตุ
แนะนำให้หลีกเลี่ยงแดดจัด / ผิวไหม้แดด งดสครับหรือผลัดผิวแรง ๆ และก่อนรักษาควร แจ้งยา / สกินแคร์ที่ใช้และประวัติอาการแพ้ง่ายที่เคยเป็น
หลังทำเลเซอร์ผิวอาจมีสีชมพูระเรื่อเล็กน้อยประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นสามารถ แต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ครับ ช่วงแรกควรเลี่ยง อากาศร้อน/เย็นจัด และงดล้างหน้าด้วย น้ำอุ่น พร้อมบำรุงผิวและทา กันแดดSPF 30+ PA+++ ทุกครั้ง และงด สตีม อบซาวน่า, หลีกเลี่ยงการ สครับ/ถูหน้าแรง ๆ และทรีตเมนต์ที่ค่อนข้างแรงที่อาจรบกวนผิวในช่วงฟื้นตัวครับ
ผลลัพธ์เลเซอร์รอยสิวต่างกัน เพราะชนิดของรอยไม่เหมือนกัน การตอบสนองของผิวแต่ละคนก็ต่างกัน หรือระยะเวลาที่เกิดรอย เช่น รอยใหม่ที่รักษาเร็วมักจางไวกว่ารอยเก่า อีกปัจจัยคือ สีผิวและความไวต่อการเกิดผลข้างเคียง เช่น รอยดำ (PIH) ทำให้ต้องปรับพลังงานอย่างระมัดระวังในผิวของบางคน หรือถ้ายังมีสิวอักเสบขึ้นซ้ำ ก็จะมีรอยใหม่เกิดเรื่อย ๆ เลยดูไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง สุดท้ายคือ การเลือกเลเซอร์/พลังงานให้เหมาะกับปัญหารอย จำนวนครั้ง และการดูแลผิวด้วยการทาครีมกันแดด การบำรุงผิว ล้วนมีผลต่อผลลัพธ์หลังการรักษา
เลเซอร์รอยสิวเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ รอยแดง รอยดำ และหลุมสิว ดีขึ้นได้ เมื่อได้รับการดูแลจากแพทย์ที่มีความเข้าใจในปัญหาผิว ประเมินชนิดรอยได้อย่างถูกต้อง และเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์รอยต่าง ๆ ดูจางลง พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลผิวหลังทำอย่างเหมาะสม เรื่องของการป้องกันแสงแดด การบำรุงผิวอย่างเหมาะสม จึงเกิดผลลัพธ์ที่ดี คุ้มค่า เพื่อให้คุณได้ความมั่นใจในผิวที่ดูสุขภาพดีขึ้นในระยะยาวครับ
เขียนบทความโดย :
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678
Call Center : +66993438666
Line ID : @bslclinic
Whatsapp : +66620136667
bslclinic.com
Copyright © 2015 www.bslclinic.com All Rights Reserved.