

BSL Clinic ทุกความมั่นใจสร้างได้
คีลอยด์จากสิว เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนมีคำถามว่า รักษาได้ไหม ควรเริ่มรักษาเมื่อไร และวิธีไหนเหมาะกับลักษณะแผลของตนเอง เนื่องจากรอยแผลเป็นคีลอยด์จากสิวของแต่ละคนอาจมีขนาด ตำแหน่ง และการตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกัน


แม้แผลชนิดนี้มักไม่ยุบเอง แต่สามารถดูแลเพื่อลดความนูน สี จากเดิมที่แผลเป็นอาจแข็ง หรือผิวมีความตึงก็สามารถปรับผิวสัมผัสให้นุ่ม และดูกลมกลืนกับผิวรอบข้างขึ้นได้ โดยแพทย์ BSL จะประเมินลักษณะแผลและสภาพผิวก่อนวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ ตั้งแต่การสังเกตลักษณะคีลอยด์ สาเหตุ แนวทางการรักษา ไปจนถึงคำถามที่พบบ่อย เพื่อช่วยให้เข้าใจและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
คีลอยด์จากสิว แผลเป็นที่มีลักษณะนูนขึ้นมาจากผิว เนื่องจากกระบวนการซ่อมแซมผิวที่สร้างคอลลาเจนมากเกินไป โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ พันธุกรรม ตำแหน่งที่เกิดแผล และความรุนแรงของสิว การเริ่มรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดความนูน ความแดง และปรับสัมผัสผิวของแผลให้เรียบเนียนกว่าเดิมได้


การอักเสบทำลายผนังรูขูมขนและเนื้อเยื่อรอบข้างเกิดบาดแผลในชั้นหนังแท้


มีการปล่อยสารกระตุ้นการอักเสบ และปัจจัยการเจริญเติบโด (Growth factors) เพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่


ในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ทำงานมากกว่าปกติ ส่งผลให้มีการสร้าง และสะสมคอลลาเจนอย่างต่อเนือง จนแผลนูนขึ้น
แผลเป็นลักษณะนี้เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการซ่อมแซมผิวหลังสิวอักเสบ เมื่อผิวหนังชั้นหนังแท้ได้รับความเสียหาย ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่เพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ซึ่งในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ อาจมีการสร้างและสะสมคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดแผลเป็นที่ดูนูนขึ้นมา และอาจขยายออกนอกขอบเขตของบริเวณที่เป็นสิวได้1


หากคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นคีลอยด์ อาจมีโอกาสเกิดคีลอยด์หลังสิวอักเสบได้มากกว่าคนทั่วไป1


ผู้ที่มีผิวสีเข้ม เช่น เชื้อสายเอเชียบางประเทศ เชื้อสายแอฟริกัน มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ได้บ่อยกว่าผู้ที่มีผิวสีอ่อน1


สิวบริเวณหน้าอก ไหล่ แผ่นหลังส่วนบน และแนวกราม มีโอกาสพัฒนาเป็นคีลอยด์ได้มากกว่า เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีแรงตึงของผิวหนังสูง1


สิวซีสต์หรือสิวหัวช้างทำให้ผิวหนังเสียหายลึก และยิ่งถ้ารักษาสิวผิดวิธี ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็น และอาจพัฒนาเป็นคีลอยด์ได้2
ลักษณะคีลอยด์ที่เกิดจากสิวจะเกิดขึ้นบริเวณเดิม และสามารถขยายล้ำออกนอกขอบเขตของแผลได้ โดยอาจมีสีแดง ชมพู น้ำตาล หรือเข้มกว่าสีผิว บางรายอาจมีอาการคัน ระคายเคือง เจ็บ หรือรู้สึกตึงบริเวณแผล แม้ว่าคีลอยด์จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเกิดในบริเวณที่มองเห็นได้ชัด เช่น ใบหน้า หน้าอก หรือแผ่นหลัง 1


💡คีลอยด์จากสิว VS แผลเป็นนูนจากสิว ต่างกันไหม?
แม้แผลเป็นทั้งสองชนิดจะมีลักษณะแผลนูนคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้ว คีลอยด์จะสามารถขยายออกนอกขอบเขตเดิมได้ ขณะที่อีกลักษณะจะจำกัดอยู่ภายในขอบแผลเดิม
ก่อนเข้ารับการดูแลรักษารอยแผลเป็นคีลอยด์ที่เกิดจากสิวนี้ มีหลายเรื่องที่ควรทำความเข้าใจ เพราะการดูแลแผลเป็นชนิดนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหัตถการหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาลักษณะของแผล ตำแหน่งที่เกิด รวมถึงการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
หากสังเกตเห็นรอยแผลเป็นที่ดูนูน หรือคีลอยด์ขนาดเล็กการเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก อาจช่วยควบคุมการเปลี่ยนแปลงของแผลได้ง่าย และลดโอกาสที่แผลเป็นจะขยายใหญ่ขึ้นได้


ก่อนเริ่มการรักษา ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินลักษณะแผลและสภาพผิว เพื่อเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล




การรักษารอยแผลเป็นนี้อาจต้องทำหลายครั้งและมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงของแผลในแต่ละช่วงเวลา


แม้ใช้แนวทางการรักษาเดียวกัน ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับลักษณะแผล ระยะเวลาที่เป็น ตำแหน่งของแผล และการดูแลหลังการรักษา






รอยแผลเป็นลักษณะนี้สามารถรักษาให้เรียบเนียน และจางลงได้ โดยเริ่มจากการประเมินลักษณะของแผล ขนาด ตำแหน่ง ระยะเวลาที่เป็น ตลอดจนสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนแนวทางการรักษา ซึ่งอาจเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือรักษาแบบผสมผสานตามความเหมาะสม
ที่ BSL Clinic แพทย์จะประเมินรอยแผลเป็นอย่างละเอียด พร้อมออกแบบการรักษาที่ตอบโจทย์เงื่อนไขในแต่ละคน โดยมุ่งเน้นการลดความนูนของแผลเป็น ควบคุมการสร้างคอลลาเจนที่มากผิดปกติ ไปพร้อม ๆ กับการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ทำให้แผลเป็นดูเรียบเนียนไปกับผิวมากขึ้น ดังนี้


การฉีดคีลอยด์ หรือการใช้ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ถือเป็นวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการรักษารอยแผลเป็นชนิดคีลอยด์ ซึ่งจะนิยมฉีดเข้าบริเวณแผลโดยตรง มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ลดการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้แผลเป็นยุบตัวลง นุ่มขึ้น และดูเรียบเนียนไปกับผิว
ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพื่อประเมินปริมาณการใช้ยาที่เหมาะสมกับขนาดแผลเป็น หรือสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวเป็นรอยบุ๋ม สีผิวเปลี่ยนแปลง หรือผิวบาง2


ที่ BSL แพทย์ออกแบบการรักษาแผลเป็นลักษณะนี้ด้วยโปรแกรม Scar Cocktail โดยคัดสรรและผสมผสานตัวยาที่มีบทบาทแตกต่างกัน ทั้งการลดความแดงและการอักเสบ ลดความนูนและแรงดึงบริเวณแผลเป็น รวมถึงช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมผิวโดยรอบ เพื่อให้การดูแลครอบคลุมลักษณะของคีลอยด์ในแต่ละราย
วิธีรักษารอยแผลชนิดนี้ที่จะช่วยปรับคุณภาพผิวบริเวณแผลเป็นนั้นให้เรียบเนียนมากขึ้น และมีส่วนช่วยจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ให้ดีขึ้น เพื่อลดโอกาสการกลับมานูนของแผลเป็น3 คือ การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ทางการแพทย์ เช่น






โปรแกรม Fractional CO2 Laser ซึ่งแพทย์จะพิจารณาใช้ร่วมกับเทคนิค Laser-Assisted Drug Delivery (LADD) โดยสร้างช่องขนาดเล็กบนผิว เพื่อช่วยนำส่งยารักษาคีลอยด์ให้เข้าถึงบริเวณแผลได้ดีขึ้น พร้อมช่วยปรับผิวบริเวณแผลเป็นให้ดูเรียบเนียนและกลมกลืนกับผิวโดยรอบมากขึ้น


เทคโนโลยี Long-pulsed Nd:YAG ที่มุ่งเป้าไปที่หลอดเลือดมาเลี้ยงบริเวณแผลเป็น ทำให้ความแดงและการอักเสบของแผลลดลง6






เทคโนโลยี Fractional Laser ที่มุ่งดูแลเม็ดสีในชั้นผิว ช่วยให้รอยดำ หรือความหมองคล้ำของแผลดูค่อย ๆ จางลง และช่วยปรับสีผิวบริเวณแผลให้กลมกลืนไปกับผิวโดยรอบ8


เทคโนโลยี Picosecond Laser ที่ส่งพลังงานในช่วงเวลาสั้นมาก เพื่อทำให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กลง ช่วยให้รอยดำบริเวณแผลเป็นค่อย ๆ ดูจางลง9
อย่างไรก็ตาม เลเซอร์แต่ละชนิดมีข้อบ่งใช้แตกต่างกัน โดยแพทย์จะประเมินลักษณะของคีลอยด์ ตำแหน่งของรอยแผลเป็น และสภาพผิว ก่อนเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ซึ่งอาจใช้เลเซอร์เพียงชนิดเดียว หรือผสมผสานกับแนวทางการรักษาอื่น




หัวใจสำคัญของการรักษาแผลเป็นลักษณะนี้ ไม่ได้อยู่ที่วิธีรักษาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการดูแลตัวเองหลังรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยลดการระคายเคืองและรอยดำ รวมถึงหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้คีลอยด์กลับมานูนขึ้นอีก


เพื่อลดการกระตุ้นเม็ดสีในผิวที่อาจทำให้รอยแผลเป็นดำคล้ำ หรือมีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอได้10 โดยควรใช้ครีมกันแดด หรือใช้อุปกรณ์ที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้


และควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองในช่วงที่แผลกำลังฟื้นตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ผลัดผิว


เพื่อลดการระคายเคือง การอักเสบเพิ่มเติม หรือการติดเชื้อ


หากพบว่าแผลกลับมานูน มีสีแดงขึ้น คล้ำขึ้น หรือมีอาการคันระคายเคือง รู้สึกเจ็บบริเวณแผล ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป


ก่อนเข้ารับการรักษา แพทย์ BSL จะประเมินลักษณะของคีลอยด์ ตำแหน่งของรอยแผลเป็น และสภาพผิวของแต่ละบุคคล


แพทย์จะออกแบบแผนการรักษาให้สอดคล้องกับลักษณะแผลเป็น พร้อมร่วมกำหนดเป้าหมายการรักษาตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการ


แผลเป็นลักษณะนี้ของแต่ละคนอาจมีลักษณะแตกต่างกัน แพทย์อาจผสมผสานหลายแนวทางรักษาร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์ในส่วนของลักษณะแผล และทำให้แผลนูนดูยุบลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้นได้


เจ้าหน้าที่ติดตามผลการรักษา การตอบสนองของผิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แพทย์สามารถปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา
หากกำลังหาข้อมูลว่ารักษารอยแผลเป็นจากสิวที่ไหนดี รีวิวจากผู้เข้ารับบริการจริงต่อไปนี้ สามารถช่วยให้คุณเห็นภาพทางการรักษาและผลลัพธ์ได้มากขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลที่ดีอีกทางหนึ่งประกอบการตัดสินใจ โดย BSL พร้อมให้คำปรึกษาและวิธีรักษาที่เหมาะกับปัญหาผิวของคุณ


สำหรับคนที่ต้องทำงานหน้ากล้อง ความมั่นใจเริ่มต้นจากผิวที่พร้อมในทุกมุมมอง แต่สำหรับคุณบอส สนัญญูกลับต้องเสียความมั่นใจเพราะคีลอยด์ที่เกิดจากสิวบริเวณกรอบหน้า
หลังเข้ารับการประเมินปัญหาผิวและสภาพผิวโดยรวมที่ BSL Clinic แล้ว แพทย์มีการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ส่งผลให้รอยแผลเป็นค่อย ๆ เรียบลง สีของแผลดูจางลง และแลดูเรียบเนียนไปกับผิวมากขึ้น
จากที่เคยต้องเป็นกังวลเวลาแต่งหน้า เพราะปกปิดรอยแผลเป็นไม่มิด ตอนนี้มั่นใจมากขึ้นทุกครั้งที่ต้องออกหน้ากล้อง อีกทั้งช่างแต่งหน้าที่กองยังทักว่าผิวดูเนียนขึ้นอีกด้วย




* ใช้เป็นตัวอย่าง ผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลโปรแกรมรักษาแผลเป็นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย






























มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง1 แม้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ได้ง่าย จึงควรได้รับการวางแผนการรักษาและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ระยะเวลาในการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่งที่เกิด ความรุนแรงของแผลเป็น และการตอบสนองต่อการรักษา จึงอาจต้องใช้เวลาในการดูแลและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
สามารถทำพร้อมกันได้ โดยแพทย์จะประเมินลักษณะของสิวและคีลอยด์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ซึ่งอาจช่วยดูแลทั้งปัญหาสิวที่ยังเกิดอยู่และรอยแผลเป็นไปพร้อมกัน
โดยทั่วไป เลเซอร์ไม่ได้ทำให้ผิวบาง กลับกันอาจช่วยกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจน เพื่อให้ผิวยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย5 ทั้งนี้การทำเลเซอร์ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ตั้งค่าพลังงานได้เหมาะสมกับปัญหาและสภาพผิว
อาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือเจ็บเล็กน้อยคล้ายถูกหนังยางดีดที่ผิว ซึ่งระดับความเจ็บอาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณาการทายาชาหรือใช้วิธีเป่าลมเย็นเพื่อบรรเทาอาการไม่สบายผิวขณะทำ
ควรเริ่มดูแลตั้งแต่เป็นสิวอักเสบ เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ขณะเดียวกันหากสิวหายแล้ว แต่เริ่มสังเกตเห็นรอยแผลเป็น หรือเป็นผู้ที่มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ได้ง่าย ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
มีโอกาส โดยแผลเป็นอาจค่อย ๆ ขยายใหญ่หรือลุกลามออกนอกขอบเขตแผลเดิมเมื่อเวลาผ่านไป และบางกรณีอาจลุกลามได้นานหลายปี11 ซึ่งควรได้รับการประเมินลักษณะรอยแผลเป็น เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมต่อไป
แนวทางการรักษาแผลเป็นลักษณะนี้อาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ โดยอาจเลือกใช้เลเซอร์เพื่อลดความนูนและปรับคุณภาพผิวของแผล การผ่าตัดเพื่อนำรอยแผลเป็นออก หรือผสมผสานหลายวิธีร่วมกันเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ11
แม้ว่าคีลอยด์ที่เกิดจากสิวอาจป้องกันได้ไม่ทั้งหมด แต่หากเริ่มจากการรักษาสิวอย่างเหมาะสม เลี่ยงการรักษาสิวที่ผิดวิธี และเข้าพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อดูแลสิวอักเสบ อาจช่วยลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวในภายหลังได้
ไม่สามารถหายเองได้ และอาจมีขนาด หรือความนูนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา ซึ่งต้องอาศัยแนวทางการแพทย์เพื่อดูแลให้รอยแผลยุบตัวลง และผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น
คีลอยด์จากสิว แผลเป็นที่มีลักษณะและความรุนแรงแตกต่างไปในแต่ละบุคคล การรักษา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาฉีดคีลอยด์ หรือใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ จึงต้องเริ่มจากการประเมินลักษณะของแผลเป็น พร้อมประวัติสุขภาพ หรือสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของแต่ละคนได้เหมาะสม
หากเป็นกังวลเกี่ยวกับรอยแผลเป็นชนิดนี้ สามารถเข้ารับการประเมินได้ที่ BSL Clinic เรามีแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสิวและรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวเป็นอย่างดี พร้อมวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์การฟื้นฟูแผลเป็นให้จางลง มีสภาพผิวที่เรียบเนียน และรู้สึกมั่นใจในตัวเองกว่าเดิม


แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678








Call Center : +66993438666
Line ID : @bslclinic
Whatsapp : +66620136667
bslclinic.com
Copyright © 2015 www.bslclinic.com All Rights Reserved.