โทรปรึกษาฟรี add LINE รับโปรลูกค้าใหม่
Add LINE Chat on WhatsApp Chat on WeChat
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
how-to-reduce-acne-marks

ลดรอยสิวอย่างไรให้เห็นผล? เข้าใจสาเหตุ เลือกวิธีรักษาให้เหมาะกับรอยสิวแต่ละประเภท

แม้สิวจะยุบลงแล้ว แต่หลายคนยังต้องเผชิญกับรอยแดงหรือรอยดำที่คงอยู่บนผิวอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอ แต่งหน้าก็ยังปกปิดได้ไม่หมด และอาจส่งผลต่อความมั่นใจ หลายคนจึงมองหาแนวทางลดรอยสิวที่เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเอง

รอยสิวไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว การทำความเข้าใจสาเหตุว่ารอยสิวเกิดจากอะไรและลักษณะของรอยที่เกิดขึ้น จะช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้ตรงจุดมากขึ้น บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักประเภทของรอยสิว สาเหตุที่ทำให้รอยจางช้า และแนวทางลดรอยสิวที่แพทย์แนะนำ

สรุปสาระสำคัญ

การลดรอยสิวควรเริ่มจากการแยกประเภทของรอยก่อนว่าเป็นรอยแดงหรือรอยดำ เพราะแต่ละชนิดมีสาเหตุและแนวทางดูแลที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปควรเริ่มจากการควบคุมสิวที่ยังอักเสบ ลดปัจจัยที่ทำให้รอยเข้มขึ้น และเลือกผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้เหมาะกับสภาพผิว เพื่อช่วยให้รอยสิวค่อย ๆ จางลง

รอยสิวคืออะไร? ทำไมเกิดขึ้นหลังสิวหาย?

รอยสิว หมายถึง รอยที่หลงเหลืออยู่หลังจากสิวอักเสบยุบลงแล้ว ซึ่งเกิดจากการตอบสนองต่อการอักเสบและกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ ส่งผลให้สีผิวหรือพื้นผิวบริเวณที่เคยเป็นสิวอาจยังไม่กลับมาเป็นปกติทันที1 อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงหรือระยะเวลาที่รอยสิวจะคงอยู่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว และความสามารถในการฟื้นฟูผิว

รอยสิวมีกี่ประเภท

รอยสิวมีกี่ประเภท แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?

ก่อนจะรู้ว่ารอยสิวรักษายังไง ดูแลแบบไหนถึงจะจางลง ควรทำความเข้าใจก่อนว่ารอยสิวที่เป็นอยู่ถูกจัดอยู่ในประเภทไหน เพื่อให้วางแผนหรือเลือกแนวทางการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม โดยรอยสิวแบ่งได้เป็น 2 ประเภท2 ได้แก่ รอยแดงจากสิว (Post-inflammatory erythema: PIE) และรอยดำจากสิว (Post-inflammatory hyperpigmentation: PIH) ซึ่งมีสาเหตุการเกิด ลักษณะของรอย และการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้

รอยแดงจากสิว

รอยแดงที่เกิดจากสิว คือ รอยสีชมพู แดง หรืออาจมีสีแดงอมม่วงซึ่งเกิดขึ้นหลังสิวอักเสบยุบลง เนื่องจากเกิดการขยายตัวหรือการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดฝอย มักสังเกตเห็นได้ชัดในผู้ที่มีผิวขาว ซึ่งรอยแดงสามารถค่อย ๆ จางลงได้เองตามธรรมชาติ แต่อาจใช้ระยะเวลานานหลายเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสิวอักเสบ และการฟื้นตัวของผิวในแต่ละบุคคล

รอยดำจากสิว

รอยดำที่เกิดจากสิว คือ รอยสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม หรือสีเทาที่เกิดขึ้นหลังจากสิวอักเสบ เนื่องจากกระบวนการอักเสบนั้นกระตุ้นให้ผิวสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ทำให้เม็ดสีสะสมอยู่บริเวณที่เคยเป็นสิว จนปรากฏเป็นรอยดำบนผิว ซึ่งจะพบได้บ่อยในผู้ที่มีผิวสีเข้ม รวมถึงผู้ที่สัมผัสแสงแดดโดยไม่ป้องกัน เนื่องจากรังสี UV อาจกระตุ้นให้รอยดำมีสีเข้มขึ้นและจางลงได้ช้ากว่าปกติ

ทั้งนี้รอยดำบางส่วนจะค่อย ๆ จางลงได้เองตามธรรมชาติ แต่ในหลายรายอาจใช้เวลาหลายเดือน หรือมากกว่านั้นหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

รอยแดงสิว กับ รอยดำสิว ต่างกันอย่างไร?
รอยแดง (PIE)
รอยดำ (PIH)
รอยสิว กับ หลุมสิว เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

💡รอยสิว กับ หลุมสิวเหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

แม้รอยสิว กับ หลุมสิว จะเกิดขึ้นหลังสิวหาย แต่มีความแตกต่างกัน คือ รอยสิวเป็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิว เช่น รอยแดงสิว รอยดำสิว ที่สามารถจางลงได้ตามเวลา ขณะที่หลุมสิวเป็นการสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวเกิดเป็นรอยบุ๋ม และไม่สามารถหายเองได้

ทำไมรอยสิวไม่หายสักที? สาเหตุที่ทำให้รอยแดงและรอยดำจางช้า

รอยสิวอาจจะค่อย ๆ จางลงได้เองเมื่อเวลาผ่านไป แต่หลายคนกลับเผชิญกับปัญหารอยสิวที่ไม่จางลงไปสักที แม้จะผ่านการดูแลผิวอย่างเหมาะสมแล้วก็ตาม ซึ่งเหตุผลที่รอยสิวไม่หายสักทีอาจเกิดจากหลายปัจจัย ดังนี้

พฤติกรรมแกะ บีบ กดสิวด้วยตัวเอง

ผู้ที่มีผิวสองสีหรือผิวเข้ม มักสังเกตว่ารอยสิว โดยเฉพาะรอยดำสิวอาจอยู่บนผิวนานกว่าคนผิวขาว เนื่องจากผิวมีแนวโน้มสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดการอักเสบ ทำให้รอยสิวเข้มขึ้นและค่อย ๆ จางลงช้ากว่า3

โดยเฉพาะสิวอักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ผิวชั้นหนังแท้ได้รับความเสียหายและใช้เวลาฟื้นตัวมากขึ้น ส่งผลให้รอยสิวจางช้ากว่าปกติ3

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง และทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ทุกวัน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รอยสิวเข้มขึ้น

การสัมผัสแสงแดดและรังสี UV โดยไม่ทาครีมกันแดดหรือป้องกันผิวอย่างเหมาะสม จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้รอยดำสิวเข้มขึ้น และจางได้ช้าลง นอกจากนี้ แสงแดดยังอาจกระตุ้นให้ผิวเกิดการอักเสบมากขึ้น รอยแดงสิวที่เป็นอยู่อาจดูชัด และใช้เวลาในการฟื้นฟูนานขึ้นด้วย

หากยังมีสิวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผิวก็จะเกิดการอักเสบซ้ำ ๆ ทำให้รอยแดงและรอยดำเดิมยังไม่ทันจาง ก็มีรอยใหม่เกิดขึ้นตามมา ส่งผลให้รู้สึกว่ารอยสิวไม่เคยหายไปจากผิวเสียที

⚠️รอยสิว
ดูแลมานาน ไม่หายสักที

รวม 5 แนวทางลดรอยสิวที่แพทย์แนะนำ

เชื่อว่าหลายคนพยายามหาวิธีลดรอยสิว ด้วยการใช้สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมาหลายตัว แต่รอยแดงและรอยดำก็ยังไม่จางลงอย่างที่คาดหวัง ซึ่งการลดรอยจากสิวให้เห็นผลมักต้องอาศัยการดูแลผิวอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเลือกวิธีรักษาให้สอดคล้องกับสาเหตุของรอยสิว รวมถึงลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้รอยสิวเข้มขึ้นหรือจางช้าลง

โดย 5 แนวทางต่อไปนี้เป็นแนวทางที่แพทย์แนะนำ เพื่อดูแลให้รอยสิวค่อย ๆ จางลง สีผิวดูสม่ำเสมอ และลดโอกาสการเกิดรอยสิวใหม่ในระยะยาวได้

ลดการอักเสบของสิว

รักษาสิวอักเสบให้ลดลงก่อน

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รอยสิวจางช้า คือการปล่อยให้สิวอักเสบอยู่บนผิวนานเกินไปและไม่มีการรักษาที่เหมาะสม ฉะนั้นหากต้องการให้รอยสิวจางลง โดยเฉพาะรอยแดงสิว และลดโอกาสการเกิดรอยดำด้วยนั้น ควรเริ่มจากการควบคุมการอักเสบของสิว หรือรักษาสิวที่เป็นอยู่ให้หายดี4

โดยแนวทางการรักษาสิวอักเสบสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ยาทา การทานยารักษาสิว อาศัยหัตถการทางการแพทย์ หรือเทคโนโลยีเลเซอร์เพื่อลดการอักเสบของสิว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว สภาพผิว และการตอบสนองของผิวต่อการรักษาในแต่ละบุคคล

ปกป้องผิว

ป้องกันไม่ให้รอยสิวเข้มขึ้น

ระหว่างการดูแลรอยสิวให้จางลง ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้รอยสิวเข้มขึ้นหรือทำให้ผิวฟื้นตัวได้ช้าลง เช่น การสัมผัสแสงแดดโดยไม่ป้องกันผิว การแกะสิวด้วยตัวเอง เพราะแม้สิวจะหายแล้ว แต่หากผิวยังคงได้รับการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบหรือสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น รอยสิวก็อาจใช้เวลานานกว่าจะจางลง

โดยแพทย์มักแนะนำให้หมั่นทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้ รวมถึงเลี่ยงพฤติกรรมการดูแลผิวที่ผิดวิธี อย่างการแกะหรือบีบสิว เพื่อช่วยให้รอยสิวจางลงได้ดีขึ้น และลดโอกาสที่รอยสิวจะเข้มขึ้นหรือคงอยู่นาน

ผลิตภัณฑ์ลดรอยสิว

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดเลือนรอยสิว

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลที่มีสารออกฤทธิ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยทางการแพทย์ มีส่วนช่วยให้รอยสิวจางลงได้ ซึ่งควรใช้อย่างถูกต้องตามข้อบ่งใช้และอาจใช้ร่วมกับแนวทางการรักษาสิวอย่างเหมาะสม5 เช่น

กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)
กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)

สารสกัดออกฤทธิ์ที่ช่วยลดการอักเสบและยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีบางส่วน จึงอาจช่วยให้รอยดำหลังสิวค่อย ๆ จางลง

วิตามิน C
วิตามิน C

หรือ Ascorbic Acid สารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยให้ผิวกระจ่างใส จุดด่างดำ หรือรอยดำสิวลดลง ขณะเดียวกันยังมีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบและปกป้องผิวไม่ให้เสื่อมโทรมจากแสงแดดอีกด้วย

ไนอะซีนาไมด์ (Niacinamide)
ไนอะซีนาไมด์ (Niacinamide)

หรือวิตามิน B3 ช่วยชะลอการกระจายเม็ดสีเมลานินขึ้นมายังผิวชั้นบน ทำให้รอยดำสิวค่อย ๆ จางลง รวมถึงมีส่วนช่วยลดการอักเสบของผิว และเสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและมีสีผิวที่สม่ำเสมอ

กรดทราเนซามิก (Tranexamic acid)
กรดทราเนซามิก (Tranexamic acid)

สารออกฤทธิ์สำคัญที่นิยมพบในผลิตภัณฑ์ดูแลฝ้า หรือจุดด่างดำ ซึ่งช่วยลดรอยดำสิวได้ และมีงานศึกษาว่าเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องยังช่วยลดรอยแดงจากสิว หรือลดความรุนแรงของสิวอักเสบได้เช่นกัน6

เริ่มใช้สารออกฤทธิ์ทีละชนิด
⚠️เริ่มใช้สารออกฤทธิ์ทีละชนิด

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง และทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ทุกวัน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รอยสิวเข้มขึ้น

สารผลัดผิว

ใช้สารผลัดผิวเพื่อลดรอยสิว

การใช้สารผลัดผิว หรือลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peels) เช่น กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) กรดผลไม้ (AHA) เป็นแนวทางการดูแลรอยสิวแบบไม่ต้องผ่าตัดที่เหมาะกับการลดรอยดำจากสิว โดยเร่งการผลัดผิวชั้นนอกที่มีเม็ดสีเมลานินสะสมให้หลุดลอกออก ทำให้รอยดำสิวค่อย ๆ จางลง5

นอกจากนี้ยังมีเรตินอยด์ (Retinoids) หรือสารกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ เช่น เตรทิโนอิน (Tretinoin) และ อะดาพาลีน (Adapalene) ที่ไม่เพียงแต่จะมีคุณสมบัติช่วยผลัดผิวเพื่อลดรอยดำหลังสิวอักเสบให้จางลงแล้ว ยังช่วยลดการอุดตันภายในรูขุมขน ทำให้ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้ด้วย7

เลเซอร์ลดรอยสิวที่ BSL clinic

รักษารอยสิวด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์

สำหรับผู้ที่ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ แต่รอยแดงหรือรอยดำยังไม่จางลง การรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น เลเซอร์รอยสิว อาจเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้รอยสิวจางลงได้เร็วขึ้น โดยแพทย์จะเลือกวิธีรักษาให้เหมาะกับลักษณะของรอย ดังนี้

เลเซอร์ลดรอยแดงสิว

รอยแดงจากสิวเกิดจากหลอดเลือดฝอยบริเวณที่เคยอักเสบยังคงขยายตัวอยู่หลังสิวหาย การเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์จึงมุ่งลดความผิดปกติของหลอดเลือด เพื่อลดความแดงของผิวและช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น เช่น Pulsed Dye Laser (PDL), Nd:YAG Laser และเทคโนโลยีแสงความเข้มสูงหลายช่วงคลื่น (Intense Pulsed Light: IPL)

เลเซอร์ลดรอยดำสิว

เมื่อผิวเกิดการอักเสบ ร่างกายจะกระตุ้นให้เกิดการสะสมเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีทางการแพทย์จึงมุ่งลดเม็ดสีส่วนเกินที่สะสมอยู่ในผิว ทำให้รอยดำจากสิวค่อย ๆ จางลง เช่น Q-switched Nd:YAG Laser, Picosecond Laser, Fractional Laser และ Intense Pulsed Light (IPL)

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เลเซอร์หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อรักษารอยสิว แพทย์จะพิจารณาจากชนิดของรอยสิว สีผิว และสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม และอาจพิจารณาใช้ร่วมกับแนวทางการรักษาอื่น ๆ เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับลักษณะปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

⚠️ เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เพื่อลดรอยสิว?

ถึงแม้ว่ารอยสิวจะจางลงได้เมื่อเวลาผ่านไป หรือได้รับการดูแลผิวที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าเมื่อไหร่เผชิญกับปัญหาเหล่านี้ แนะนำว่าควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมต่อไป

⚠️ สิวเห่อหนัก สิวอักเสบขึ้นต่อเนื่อง
⚠️ รอยแดง รอยดำไม่จางลง แม้ดูแลมานาน
⚠️ สังเกตเห็นรอยหลุมสิว แผลเป็นนูน ผิวไม่เรียบเนียน
⚠️ เผชิญกับผลข้างเคียงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือสารดูแลผิว

BSL Clinic วางแผนการดูแลรอยสิวอย่างไร?

รอยสิวแต่ละชนิดมีสาเหตุ ลักษณะ และการตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกัน BSL Clinic จึงเริ่มจากการประเมินรอยสิว สิวที่ยังเป็นอยู่ และสภาพผิวโดยรวม ก่อนวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล พร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวเพื่อพิจารณาปรับแผนในแต่ละช่วง

ประเมินชนิดของรอยสิวและสภาพผิวโดยรวมรักษารอยสิวที่ BSL clinic

ประเมินชนิดของรอยสิวและสภาพผิวโดยรวม

การประเมินชนิดของรอยสิว ปัญหาผิวที่เป็นอยู่ และสภาพผิวโดยรวมของแต่ละบุคคล จะช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางการลดรอยสิวได้อย่างเหมาะสม โดยที่ BSL Clinic มีบริการวิเคราะห์ปัญหาผิวและสภาพผิวด้วยกล้อง 3D Quantificare ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์อย่างละเอียด

รักษารอยสิวที่ BSL clinic

วางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน

เมื่อประเมินปัญหาผิวและสภาพผิวโดยรวมแล้ว แพทย์จะออกแบบแนวทางการรักษาให้สอดคล้องกับลักษณะรอยสิว สภาพผิว และเป้าหมายของผู้รับบริการแต่ละคน ซึ่งที่ BSL Clinic แพทย์วางแผนการลดรอยสิวตามชนิดของรอยสิว ดังนี้

แนวทางดูแลรอยแดงสิว
โปรแกรม B&C เลเซอร์ลดรอยสิวที่ BSL clinic
โปรแกรม B&C

เทคโนโลยี IPL แสงพลังงานสูงแบบหลายช่วงคลื่น ช่วยลดเลือนรอยแดงหลังสิวอักเสบให้จางลง ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอมากขึ้น

โปรแกรม DL laser เลเซอร์ลดรอยสิวที่ BSL clinic
โปรแกรม DL

เลเซอร์ลดรอยแดงสิวเทคโนโลยี Long Pulse Nd:YAG ส่งพลังงานลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อลดขนาดและจำนวนของเส้นเลือดฝอย ทำให้รอยแดงดูจางลง

Laser Genesis เลเซอร์ลดรอยสิวที่ BSL clinic
โปรแกรม Laser Genesis

Laser Genesis Program ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดรอยแดงบนผิวแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดการอักเสบ และกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้สีผิวสม่ำเสมอและเรียบเนียนมากขึ้นด้วย

แนวทางดูแลรอยดำสิว

เลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทำงานเฉพาะเจาะจงกับเม็ดสีเมลานินเพื่อลดเลือนรอยดำให้จางลง

โปรแกรม Revlite
โปรแกรม Revlite

โปรแกรม Fractional CO2 Laser ซึ่งแพทย์จะพิจารณาใช้ร่วมกับเทคนิค Laser-Assisted Drug Delivery (LADD) โดยสร้างช่องขนาดเล็กบนผิว เพื่อช่วยนำส่งยารักษาคีลอยด์ให้เข้าถึงบริเวณแผลได้ดีขึ้น พร้อมช่วยปรับผิวบริเวณแผลเป็นให้ดูเรียบเนียนและกลมกลืนกับผิวโดยรอบมากขึ้น

โปรแกรม Fraxel Dual Laser
โปรแกรม Fraxel Dual Laser

Fraxel Laser Program ที่ปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลัดผิวชั้นนอกและฟื้นฟูผิวบริเวณที่มีเม็ดสีสะสม ทำให้รอยดำค่อย ๆ ดูจางลง พร้อมช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น

โปรแกรม PicoWay Laser
โปรแกรม PicoWay Laser

โปรแกรม Pico Laser ปล่อยพลังงานที่มีความแม่นยำสูงอย่างรวดเร็วโดยลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อผิวรอบข้าง เพื่อทำให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็ก และค่อย ๆ ถูกกำจัดตามกระบวนการของร่างกาย จึงอาจช่วยให้รอยดำดูจางลง

ติดตามอาการ

ติดตามผลและปรับแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง

การตอบสนองต่อการรักษารอยสิวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ที่ BSL จึงให้ความสำคัญทั้งกับการประเมินปัญหาผิว การวางแผนการรักษา และการติดตามผลหลังทำ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยสอบถามอาการและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน แพทย์จะประเมินการเปลี่ยนแปลงของผิวเป็นระยะ และพิจารณาปรับแนวทางการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวในแต่ละช่วงเวลา

ตัวอย่างผลลัพธ์การลดรอยแดงสิว รอยดำสิวจากผู้รับบริการจริงที่ BSL Clinic

สำหรับผู้ที่กำลังมองหารีวิวลดรอยดำสิว และรอยแดงจากสิว ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นผลการดูแลจากผู้รับบริการจริงของ BSL Clinic เพื่อให้เห็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังได้รับการดูแล

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความรุนแรงของปัญหา และการตอบสนองต่อการรักษา

รีวิวรักษาสิว ลดรอยสิว
ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์ BSL
รีวิวลดสิว รอยดำจากสิว
ดูแลต่อเนื่องเพื่อสีผิวที่สม่ำเสมอ
รีวิวรักษารอยสิวรีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิวรีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว
รีวิวรักษารอยสิว

เคล็ดลับดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสเกิดรอยสิวซ้ำ

แม้รอยสิวจะสามารถค่อย ๆ จางลงได้ตามการฟื้นตัวของผิว แต่การดูแลผิวอย่างเหมาะสมก็มีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดรอยใหม่ในอนาคต และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น เช่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดรอยสิว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดรอยสิว

รอยสิวกี่วันหาย?

หากถามว่า รอยสิวกี่วันหาย จริง ๆ แล้วไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน แต่โดยทั่วไปแล้วรอยดำจากสิวอาจใช้เวลาประมาณ 6–12 เดือน หรือมากกว่านั้น ส่วนระยะเวลาของรอยแดงจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของผิวและความรุนแรงของสิวในแต่ละบุคคล3

ลดรอยสิวที่หลังดูแลเหมือนกับผิวหน้าหรือไม่?

การลดรอยสิวที่หลังดูแลคล้ายกับรอยสิวบนผิวหน้า ได้แก่ เริ่มจากการควบคุมการอักเสบของสิว เลี่ยงการบีบ แกะสิวด้วยตัวเอง หรือเข้าพบแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม แต่ด้วยสิวที่หลังอยู่บริเวณที่กว้าง เกิดการเสียดสีและอับชื้นได้ง่าย การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจึงควรเลือกรูปแบบการใช้ให้เหมาะสม

ครีมลดรอยสิวช่วยได้จริงไหม?

ครีมลดรอยสิวสามารถช่วยดูแลให้รอยสิวจางลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสารออกฤทธิ์ที่ใช้ และจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนควบคุมการเกิดสิวร่วมด้วย เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

รักษาสิวพร้อมลดรอยสิวได้ไหม?

ทำได้ และส่วนใหญ่แพทย์มักพิจารณาเป็นแนวทางร่วมกัน เพื่อควบคุมการอักเสบของสิวไปพร้อม ๆ กับลดโอกาสการเกิดรอยสิวใหม่ โดยแพทย์จะวางแผนการรักษาที่สอดคล้องกับปัญหาผิวและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

เลเซอร์รอยสิวทำให้ผิวบางหรือไม่?

โดยทั่วไป เลเซอร์รอยสิวไม่ได้ทำให้ผิวบาง กลับกันจะช่วยกระตุ้นให้โครงสร้างของผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งนี้การทำเลเซอร์ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ซึ่งจะประเมินปัญหาผิวและเลือกค่าพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ฟังคำตอบชัด ๆ จากคุณหมอ คลิก >> เลเซอร์ทำให้หน้าบางจริงไหม?

มีวิธีลดรอยสิวเร่งด่วนไหม?

ยังไม่มีวิธีลดรอยสิวเร่งด่วน หรือทำให้รอยสิวหายได้ทันที เนื่องจากการลดเลือนรอยสิวให้จางลงต้องอาศัยระยะเวลาให้ผิวได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ โดยระยะเวลาที่รอยสิวจะจางลงนั้นอาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล

การลดรอยสิวควรเริ่มจากการแยกให้ออกว่ารอยที่เกิดขึ้นเป็นชนิดใดและมีสาเหตุมาจากอะไร เพื่อเลือกแนวทางดูแลให้สอดคล้องกับปัญหาผิว เช่น รอยแดงซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดฝอยหลังการอักเสบ และ รอยดำซึ่งเกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานินหลังสิวอักเสบ

หากยังไม่แน่ใจว่ารอยสิวที่เป็นอยู่เป็นรอยแดงหรือรอยดำ หรือควรเลือกแนวทางดูแลแบบใด การเข้ารับการประเมินลักษณะรอยสิวและสภาพผิวกับแพทย์ จะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น

ที่ BSL Clinic แพทย์จะประเมินลักษณะของรอยสิว สิวที่ยังเป็นอยู่ และสภาพผิวโดยรวมของแต่ละบุคคล ก่อนวางแผนการดูแลด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น การควบคุมสิว การดูแลผิว หรือการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์สำหรับรอยแดงและรอยดำ พร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิว และให้คำแนะนำในการดูแลหลังทำ เพื่อช่วยให้รอยสิวค่อย ๆ จางลง ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น และกลับมามีความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันอีกครั้ง

Wutinan-Sithipolvanichgul-MD-วุฒินันท์-สิทธิผลวนิชกุล-ว39678

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล
(Wutinan Sithipolvanichgul, M.D.)

แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678

  1. See JA, Chavda R, Kon KM, Goodman GJ, Oblepias MS, Nadela RE, et al. A review of the topical management of acne and its associated sequelae in the Asia‐Pacific region with a spotlight on trifarotene. International Journal of Dermatology. 2024 Apr 21;63(6):704–13.
  2. Layton A, Alexis A, Baldwin H, Beissert S, Bettoli V, Del Rosso J, Dréno B, Gold LS, Harper J, Lynde C, Thiboutot D, Weiss J, Tan J. Identifying gaps and providing recommendations to address shortcomings in the investigation of acne sequelae by the Personalising Acne: Consensus of Experts panel. JAAD Int. 2021 Aug 17;5:41-48.
  3. Eimpunth, S., Wanitphadeedecha, R. and Manuskiatti, W. (2013), A focused review on acne-induced and aesthetic procedure-related postinflammatory hyperpigmentation in Asians. Journal of the European Academy of Dermatology and Venereology, 27: 7-18.
  4. Khunger N. Step by Step: Treatment of Acne Scars. New Delhi: Jaypee Brothers Medical Publishers; 2014.
  5. Davis EC, Callender VD. Postinflammatory hyperpigmentation: a review of the epidemiology, clinical features, and treatment options in skin of color. J Clin Aesthet Dermatol. 2010 Jul;3(7):20-31.
  6. Charoenwattanayothin A, Saiwichai T, Chaichalotornkul S. Adjunctive treatment for acne vulgaris by tranexamic acid. J Cosmet Dermatol. 2022;21(10):4515–4522
  7. Kaur RR, Ali SM, McMichael AJ. Acne scarring and patients of African descent. In: Katsambas AD, Dessinioti C, editors. Acne Scars. Berlin: Springer; 2009. p.98-109