หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “จี้ไฝ” หรือ “จี้กระ” เป็นหัตถการที่ทำได้ง่ายทั่วไป แต่ความจริงคือ ผลลัพธ์จากการจี้ด้วยไฟฟ้า หรือจี้ด้วยเลเซอร์แต่ละชนิด นั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ซึ่ง วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการรักษา มีผลอย่างมากต่อผลการรักษา โดยเฉพาะเรื่องของ ความเหมาะสมของพลังงานที่ใช้ในการยิงเลเซอร์ การควบคุมความลึกของพลังงานไปยังตำแหน่งของจุดที่รักษา ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อการฟื้นตัวของผิว และโอกาสที่ผิวจะเกิดรอยแผลเป็นหลังทำได้
โปรแกรมเลเซอร์ CO2 มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ และมีที่มาจากหลายประเทศ แต่รุ่นที่ได้รับการออกแบบให้สามารถปรับค่าพลังงาน และขนาดของจุดยิงได้อย่างละเอียด สามารถให้ผลลัพธ์การรักษาออกมามีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากเป็นเครื่องที่มีคุณภาพดี เครื่องจึงมีราคาสูง และค่าอะไหล่ก็สูงเช่นกัน การเลือกคลินิกที่มีเครื่องเลเซอร์โปรแกรม CO2 ที่ใช้ผ่านการเลือกอย่างพิถีพิถัน เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลที่คำนึงถึงประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ
ข้อที่สำคัญที่สุด คือ การรักษาด้วยเครื่องชนิดนี้ต้องใช้ทักษะในการรักษา เพราะเราต้องรู้ถึงความลึกที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสที่ผิวจะเกิดหลุมลึก ลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นให้น้อย การแต่งแผลให้เรียบร้อย รวมถึงวิธีการดูแลที่ช่วยให้รากของปัญหาผิว เช่น ไฝ ขี้แมลงวัน ถูกกำจัดได้เหมาะสม ลดโอกาสกลับมาขึ้นซ้ำ จึงจำเป็นต้องใช้เลเซอร์ที่มีความละเอียดในการรักษาเพื่อได้ผลการรักษาออกมาเป็นที่ประทับใจ
ไฝ (Mole)
ขี้แมลงวัน (Melanocytic Nevus)
กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)
ติ่งเนื้อ (Skin Tag)
สิวหิน (Milia)
ต่อมเหงื่อรอบดวงตา (Syringoma)
หูด (Wart)
เนื้องอกต่อมไขมัน (Sebaceous Gland Hyperplasia)
ซีสต์ (Epidermal Inclusion Cyst)
โปรแกรมรักษากระเนื้อ *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
โปรแกรมรักษาติ่งเนื้อ *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
โปรแกรมรักษาไฝ *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
โปรแกรมรักษาไฝ *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
โปรแกรมรักษาเนื้องอกไขมันที่เปลือกตา *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
โปรแกรมรักษาขี้แมลงวัน *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
โปรแกรมรักษาติ่งเนื้อ *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
หากคุณกำลังมองหาวิธี กำจัดไฝ ขี้แมลงวัน กระเนื้อ หรือติ่งเนื้อเล็ก ๆ อย่างอ่อนโยนและเป็นการดูแลที่โฟกัสเฉพาะจุด การเลือกใช้ CO2 เลเซอร์โปรแกรม ที่ผ่านการเลือกอย่างพิถีพิถัน และอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีความเข้าใจ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลปัญหาผิวเฉพาะจุด ให้ผิวดูกลมกลืนกับบริเวณรอบข้างมากขึ้น
ตัวอย่างผลการดูแลด้วย CO2 เลเซอร์ในเคสไฝ ขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ และกระเนื้อ สามารถดูเพิ่มเติมได้ใน รีวิวรักษาไฝขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ และกระเนื้อ
เลเซอร์ไฝที่ไหนดี มุมมองการเลือกคลินิกเลเซอร์ไฝและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกำจัดไฝออก
เขียนบทความโดย
พญ.วิภาณี อัครภูษิต (Wipanee Akarapusit M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39676
โปรแกรม CO2 เลเซอร์เป็นการใช้ลำแสงเลเซอร์กรอหรือตัดชั้นผิวบางส่วนอย่างแม่นยำ เหมาะกับปัญหาที่เป็นจุดหรือติ่งเล็ก ๆ บนผิว เช่น ไฝบางชนิด ขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ หรือรอยนูนเล็ก ๆ บางแบบ โดยจะประเมินตำแหน่ง ขนาด และลักษณะรอยโรคก่อนทุกครั้ง
โดยทั่วไปจะเจอไฝอยู่ 2 ลักษณะหลัก ๆ คือ ไฝนูน และไฝเรียบที่มักเรียกกันว่าขี้แมลงวัน ทั้งสองแบบนี้หลายตำแหน่งสามารถทำเลเซอร์เพื่อลดความนูนหรือสีที่เห็นชัดได้ ในบางกรณีสามารถใช้กับติ่งเนื้อหรือกระเนื้อบางชนิดร่วมด้วย ส่วนไฝที่รูปร่าง สี หรือขนาดดูผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาเป็นพิเศษก่อนตัดสินใจรักษา
หลังทำจะมีแผลตื้น ๆ อยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูผิว โอกาสเกิดแผลเป็นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จุดที่ทำ ขนาดและความลึกของไฝ การปรับพลังงานเลเซอร์ให้เหมาะกับผิว และการดูแลแผลหลังทำ หากดูแลตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ เช่น ไม่แกะสะเก็ด เลี่ยงแดดจัด และรักษาความสะอาด โอกาสเกิดแผลเป็นจะลดลงได้มาก แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่บ้างในบางราย
บางจุดเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก โดยเฉพาะไฝหรือขี้แมลงวันขนาดเล็กและไม่ลึกมาก ส่วนรอยโรคที่มีรากลึก หรือมีขนาดใหญ่ แพทย์อาจนัดทำซ้ำเป็นช่วง ๆ เพื่อค่อย ๆ ลดปริมาณเนื้อที่เหลืออยู่ วิธีนี้ช่วยลดโอกาสผิวบางเกินไปและช่วยให้พื้นผิวเรียบเนียนมากขึ้นในระยะยาว
ก่อนทำมักมีการทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะที่ รอให้ยาออกฤทธิ์ก่อนจึงเริ่มยิงเลเซอร์ ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่นหรือเหมือนเข็มเล็ก ๆ แตะผิวเป็นช่วง ๆ ความรู้สึกจะแตกต่างกันตามตำแหน่งและความไวของผิวแต่ละคน หากรู้สึกไม่สบายมากสามารถบอกแพทย์เพื่อประเมินและปรับวิธีการดูแลระหว่างทำได้
ลังทำจะมีสะเก็ดหรือรอยแผลตื้น ๆ ในช่วงแรก การดูแลที่สำคัญ ได้แก่
ทำความสะอาดแผลตามวิธีที่แพทย์แนะนำ
หลีกเลี่ยงการเกา แกะ หรือถูแรงบริเวณแผล
งดใช้สกินแคร์หรือเมกอัปบางประเภทจนกว่าแผลจะเริ่มปิดดี
เมื่อแผลเริ่มแห้งและปิดสนิทแล้ว จึงค่อยเริ่มทาครีมบำรุงและครีมกันแดดบริเวณนั้นตามคำแนะนำ
โดยทั่วไปแผลจะค่อย ๆ แห้งและปิดในช่วงประมาณ 1–2 สัปดาห์ จากนั้นอาจมีรอยชมพูหรือรอยแดงจาง ๆ อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ กลับมาใกล้เคียงสีผิวปกติ ระยะเวลาจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลแผล และตำแหน่งที่ทำ การป้องกันแดดอย่างสม่ำเสมอช่วยลดโอกาสที่รอยจะเข้มขึ้นได้
กลุ่มที่ควรให้ข้อมูลอย่างละเอียดก่อนทำ เช่น ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ชัดเจน ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิดในบริเวณที่จะทำ ผู้ที่เคยผ่าตัดหรือทำหัตถการในตำแหน่งใกล้เคียงมาก่อน รวมถึงผู้ที่ใช้ยาบางกลุ่มอยู่เป็นประจำ การแจ้งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้วางแผนการรักษาและการดูแลหลังทำได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินรอยที่มีอยู่ได้ โดยจะดูทั้งลักษณะของไฝหรือรอยเดิม ความเรียบของผิว และประวัติการรักษาก่อนหน้า ในบางกรณีอาจรอให้ผิวฟื้นตัวอีกระยะ ใช้ครีมหรือหัตถการชนิดอื่นช่วยปรับสภาพรอยก่อน หรือพิจารณาทำ CO2 เลเซอร์ซ้ำในจุดที่ยังมีเนื้อเหลืออยู่ ทั้งนี้จะประเมินเป็นรายบุคคล
การทำหลายจุดในครั้งเดียวมักทำได้ แต่ต้องประเมินจำนวน ตำแหน่ง และขนาดโดยรวมก่อน เพื่อวางแผนการดูแลแผลหลังทำ เช่น การทำความสะอาด การทายา และการหลบแดด หากเป็นบริเวณใบหน้าหลายตำแหน่ง อาจมีการแบ่งทำเป็นบางส่วนหรือค่อย ๆ ทยอยทำ เพื่อให้การดูแลแผลและการใช้ชีวิตประจำวันทำได้สะดวกขึ้น
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
การตัดสินใจรับการรักษาควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง โดยอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินสภาพผิวเป็นรายบุคคล