การฉีดสิว เป็นทางเลือกที่นิยมสำหรับคนที่ต้องการให้รักษาสิวอักเสบให้ยุบเร็ว โดยเฉพาะเวลามีงานสำคัญหรือช่วงที่รู้สึกไม่มั่นใจในผิวหน้า เพราะการฉีดสิวช่วยลดอาการบวมแดง และความเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็ว เห็นผลใน 1-3 วัน อย่างไรก็ตาม การฉีดสิวไม่ได้เหมาะกับสิวทุกประเภท และไม่ใช่การแก้ปัญหาสิวที่สาเหตุหลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าสิวขึ้น 1 เม็ดต้องรีบฉีดทันที แต่จริงๆ แล้ว สิวส่วนใหญ่สามารถยุบและหายเองได้โดยไม่ต้องฉีด การฉีดสิวควรใช้เฉพาะกับสิวอักเสบที่บวมแดงรุนแรง หรือสิวหัวช้างที่เจ็บและเสี่ยงทิ้งรอยแผลเป็นเท่านั้น เพราะการฉีดสิวมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่น อาจเกิดรอยบุ๋ม ผิวบาง หรือผลข้างเคียงอื่นๆ หากฉีดบ่อยเกินไป หรือการฉีดแบบด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม บทความนี้ขออธิบายถึง ข้อดี และข้อเสียให้คุณได้อ่านกัน
เพราะไม่ใช่สิวทุกประเภทจะฉีดได้? ลักษณะสิวที่ควรฉีด คือ
1.สิวอักเสบที่บวมแดง ไม่มีหัว
2.สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง ใต้ผิวหนัง
3.สิวที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลทั่วไปและมีแนวโน้มทิ้งรอยแผลเป็น
4.การฉีดสิวควรทำโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อประเมินลักษณะสิว และเลือกวิธีที่เหมาะสมต่อสิวและสภาพผิวของแต่ละคน
โดยทั่วไป สารที่ใช้ฉีดสิว คือ สารที่ช่วยลดการอักเสบ หรือ ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ความเข้มข้นต่ำ โดยจะออกฤทธิ์ลดการอักเสบของสิว เมื่อฉีดเข้าไปสิวที่อักเสบอยู่ ก็จะไม่บวมมากขึ้น แล้วค่อยๆ ยุบลงไปเอง แต่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และไม่บ่อยจนเกินไป เพื่อป้องกันผลข้างเคียงในระยะยาว
ควรพิจารณาใช้วิธีฉีดสิวในกรณีที่สิวมีลักษณะอักเสบรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการดูแลทั่วไป การฉีดควรทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ ความเข้าใจในการรักษาสิวให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน เพื่อให้ผิวของคุณได้รับการดูแลที่เหมาะสม คงสภาพผิวที่สุขภาพดีในระยะยาว
Q : ฉีดสิวทำให้สิวหายขาดไหม?
A : การฉีดสิวเป็นเพียงการลดอาการอักเสบเฉพาะจุดชั่วคราว ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุของสิว
Q : ฉีดสิวบ่อยๆ เป็นอะไรไหม?
A : อาจทำให้ผิวเกิดไตแข็ง รอยบุ๋ม หรือทำให้เกิดสิวซ้ำได้ง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการฉีดบ่อยโดยไม่จำเป็น
Q : การฉีดสิวใช้ยาอะไร?
A : ส่วนใหญ่ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ แต่ต้องใช้โดยแพทย์เท่านั้น และควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง
Q : ถ้าฉีดแล้วมีรอยบุ๋ม ต้องทำอย่างไร?
A : รอยบุ๋มมักจะค่อยๆ ดีขึ้นได้เองภายใน 1-2 เดือน แต่ควรปรึกษาแพทย์หากรอยไม่ดีขึ้นหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
การฉีดสิวด้วยสเตรียรอยด์สามารถระงับความรุนแรงอักเสบของสิวได้ แต่ไม่ใช่การรักสิวที่เหมาะสมกับผิว และดีต่อสภาพผิวในระยะยาว สเตียรอยด์จะช่วยดูแลสิวได้ผลดี เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เพราะการฉีดสิวที่ไม่จำเป็น หากฉีดบ่อยมากเท่าไหร่นั้นก็จะยิ่งทำให้สิวขึ้นง่ายมากขึ้นเท่านั้น การเลือกคลินิกหรือสถานที่ฉีดสิว การการคำนวณปริมาณผสมสารที่ใช้ฉีดเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ หากฉีดสเตียรอยด์ที่เข้มข้นมากไป ก็อาจทำให้เนื้อเกิดรอยบุ๋มบริเวณที่ฉีดได้ ถึงแม้รอยบุ๋มนั้นสามารถตื้นขึ้นได้เองแต่ต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ ท่านควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดสิว หากไม่จำเป็นจริงๆ การฉีดสิวจึงเป็นอีกทางเลือกสุดท้าย เพราะวิธีนี้ไม่ใช่การรักษาสิวที่สาเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง
เขียนบทความโดย
พญ.วิภาณี อัครภูษิต (Wipanee Akarapusit M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39676