Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
ฉีดสิว

ฉีดสิว รักษาสิวอักเสบ ได้ไหม ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจรักษาสิว

การฉีดสิว เป็นทางเลือกที่นิยมสำหรับคนที่ต้องการให้รักษาสิวอักเสบให้ยุบเร็ว โดยเฉพาะเวลามีงานสำคัญหรือช่วงที่รู้สึกไม่มั่นใจในผิวหน้า เพราะการฉีดสิวช่วยลดอาการบวมแดง และความเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็ว เห็นผลใน 1-3 วัน อย่างไรก็ตาม การฉีดสิวไม่ได้เหมาะกับสิวทุกประเภท และไม่ใช่การแก้ปัญหาสิวที่สาเหตุหลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าสิวขึ้น 1 เม็ดต้องรีบฉีดทันที แต่จริงๆ แล้ว สิวส่วนใหญ่สามารถยุบและหายเองได้โดยไม่ต้องฉีด การฉีดสิวควรใช้เฉพาะกับสิวอักเสบที่บวมแดงรุนแรง หรือสิวหัวช้างที่เจ็บและเสี่ยงทิ้งรอยแผลเป็นเท่านั้น เพราะการฉีดสิวมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่น อาจเกิดรอยบุ๋ม ผิวบาง หรือผลข้างเคียงอื่นๆ หากฉีดบ่อยเกินไป หรือการฉีดแบบด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม บทความนี้ขออธิบายถึง ข้อดี และข้อเสียให้คุณได้อ่านกัน

สิวแบบไหนควรฉีด

เพราะไม่ใช่สิวทุกประเภทจะฉีดได้? ลักษณะสิวที่ควรฉีด คือ

1.สิวอักเสบที่บวมแดง ไม่มีหัว

2.สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง ใต้ผิวหนัง

3.สิวที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลทั่วไปและมีแนวโน้มทิ้งรอยแผลเป็น

4.การฉีดสิวควรทำโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อประเมินลักษณะสิว และเลือกวิธีที่เหมาะสมต่อสิวและสภาพผิวของแต่ละคน

ฉีดสิว

อะไรอยู่ในยาฉีดสิว ถึงทำให้สิวยุบเร็ว ?

โดยทั่วไป สารที่ใช้ฉีดสิว คือ สารที่ช่วยลดการอักเสบ หรือ ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ความเข้มข้นต่ำ โดยจะออกฤทธิ์ลดการอักเสบของสิว เมื่อฉีดเข้าไปสิวที่อักเสบอยู่ ก็จะไม่บวมมากขึ้น แล้วค่อยๆ ยุบลงไปเอง แต่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และไม่บ่อยจนเกินไป เพื่อป้องกันผลข้างเคียงในระยะยาว

ข้อดีของการฉีดสิว

  • สิวยุบลงเร็วในสิวที่อักเสบรุนแรง
  • สิวอักเสบทำให้รู้สึกเจ็บ จึงไม่ต้องทนเจ็บนาน
  • ลดความเสี่ยงจากการบีบสิว กดสิว ด้วยตัวเอง
  • ลดความเสี่ยงจากการเกิดหลุมสิว

ข้อควรระวังของการฉีดสิว

  • ไม่ทำให้สิวหายขาด อาจเป็นซ้ำๆ ที่เดิม เพราะไม่ใช่การรักษาสิวที่สาเหตุ
  • อาจทำให้เกิดไตแข็งๆใต้ผิวหนัง หากใช้ยาในบริมาณที่ไม่เหมาะสม
  • อาจทำให้เป็นหลุม หรือรอยบุ๋ม ใต้ผิว หากใช้ฉีดบ่อย หรือใช้ยาที่เข้มข้นเกินไป
  • อาจทำให้เป็นสิวง่ายกว่าเดิม
การรักษาสิวอักเสบ

ควรฉีดสิวเมื่อไร?

ควรพิจารณาใช้วิธีฉีดสิวในกรณีที่สิวมีลักษณะอักเสบรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการดูแลทั่วไป การฉีดควรทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ ความเข้าใจในการรักษาสิวให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน เพื่อให้ผิวของคุณได้รับการดูแลที่เหมาะสม คงสภาพผิวที่สุขภาพดีในระยะยาว

Q&A คำถามที่พบได้บ่อย

Q : ฉีดสิวทำให้สิวหายขาดไหม?

A : การฉีดสิวเป็นเพียงการลดอาการอักเสบเฉพาะจุดชั่วคราว ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุของสิว

 

Q : ฉีดสิวบ่อยๆ เป็นอะไรไหม?

A : อาจทำให้ผิวเกิดไตแข็ง รอยบุ๋ม หรือทำให้เกิดสิวซ้ำได้ง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการฉีดบ่อยโดยไม่จำเป็น

 

Q : การฉีดสิวใช้ยาอะไร?

A : ส่วนใหญ่ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบ แต่ต้องใช้โดยแพทย์เท่านั้น และควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง

 

Q : ถ้าฉีดแล้วมีรอยบุ๋ม ต้องทำอย่างไร?

A : รอยบุ๋มมักจะค่อยๆ ดีขึ้นได้เองภายใน 1-2 เดือน แต่ควรปรึกษาแพทย์หากรอยไม่ดีขึ้นหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย

สรุป

การฉีดสิวด้วยสเตรียรอยด์สามารถระงับความรุนแรงอักเสบของสิวได้ แต่ไม่ใช่การรักสิวที่เหมาะสมกับผิว และดีต่อสภาพผิวในระยะยาว สเตียรอยด์จะช่วยดูแลสิวได้ผลดี เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เพราะการฉีดสิวที่ไม่จำเป็น หากฉีดบ่อยมากเท่าไหร่นั้นก็จะยิ่งทำให้สิวขึ้นง่ายมากขึ้นเท่านั้น การเลือกคลินิกหรือสถานที่ฉีดสิว การการคำนวณปริมาณผสมสารที่ใช้ฉีดเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ หากฉีดสเตียรอยด์ที่เข้มข้นมากไป ก็อาจทำให้เนื้อเกิดรอยบุ๋มบริเวณที่ฉีดได้ ถึงแม้รอยบุ๋มนั้นสามารถตื้นขึ้นได้เองแต่ต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน จึงเป็นสิ่งที่หลายๆ ท่านควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดสิว หากไม่จำเป็นจริงๆ การฉีดสิวจึงเป็นอีกทางเลือกสุดท้าย เพราะวิธีนี้ไม่ใช่การรักษาสิวที่สาเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง

เขียนบทความโดย

พญ.วิภาณี อัครภูษิต (Wipanee Akarapusit M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39676