โทรปรึกษาฟรี add LINE รับโปรลูกค้าใหม่
Add LINE Chat on WhatsApp Chat on WeChat
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Acne Medication ยารักษาสิว

ยารักษาสิวเลือกอย่างไร ก่อนใช้ควรรู้อะไรบ้างให้เหมาะกับสิวและสภาพผิว

เมื่อเผชิญกับปัญหาสิว หลายคนอาจเริ่มจากการปรับสกินแคร์หรือดูแลผิวหน้าเบื้องต้น แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น สิวเป็นซ้ำ หรือเริ่มมีการอักเสบมากขึ้น “ยารักษาสิว” จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่หลายคนพิจารณา อย่างไรก็ตาม การใช้ยาไม่ได้มีเพียงแบบเดียว และไม่ได้เหมาะกับทุกคนเหมือนกัน เพราะสิวแต่ละประเภทมีลักษณะ สาเหตุ ความรุนแรง และสภาพผิวที่แตกต่างกัน

ในบทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับปัญหาสิวและการใช้ยาเพื่อรักษาสิวกันมากขึ้น ตั้งแต่สาเหตุของสิว สิวแต่ละแบบควรดูแลต่างกันอย่างไร กลุ่มยาที่ใช้ในการดูแลสิว ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนใช้ยา รวมถึงเหตุผลว่าทำไมในบางกรณี ยาอาจไม่ใช่คำตอบเดียวในการรักษาสิว เพื่อช่วยให้เข้าใจแนวทางการรักษาสิวได้เหมาะกับปัญหาและสภาพผิวมากกว่าเดิม

สารบัญ
Acne Pathogenesis กลไกการเกิดสิว
Acne Pathogenesis กลไกการเกิดสิว

ก่อนเลือกยารักษาสิว ต้องเข้าใจก่อนว่าสิวเกิดจากอะไร?

ก่อนตัดสินใจใช้ยารักษาสิว ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจก่อนว่า สิวเกิดจากอะไร เพราะสิวไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับ 4 กลไกหลักร่วมกัน1 ดังนี้

ปัจจัยกระตุ้นที่อาจทำให้สิวเห่อหรือเป็นซ้ำ

นอกจากกลไกการเกิดสิวทั้ง 4 กลไกแล้ว ในบางคนอาจมีปัจจัยอื่น ๆ กระตุ้นให้เกิดปัญหาสิวซ้ำซาก หรือสิวเห่อที่ควบคุมรักษาได้ยาก ซึ่งอาจมีการตอบสนองต่อปัจจัยนั้น ๆ แตกต่างไปในแต่ละบุคคล เช่น

ปัญหาสิวแบบนี้...ดูแลอย่างไรให้เหมาะสม?

ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ยารักษาสิว ควรเริ่มจากการเข้าใจว่าสิวที่เป็นอยู่มีลักษณะอย่างไร มีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยหรือแผลเป็นจากสิวหรือไม่ เพื่อวางแผนการดูแลได้เหมาะกับผิวมากขึ้น

รู้จักชนิดของสิว มีอะไรบ้าง?

สิวสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบตามลักษณะรอยโรคและระดับการอักเสบ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก1 ได้แก่

สิวมีกี่ชนิด?
รู้จักชนิดของสิว เพื่อการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิว
สิวหัวดำ
1. สิวหัวดำ

สิวอุดตันชนิดไม่อักเสบ เห็นเป็นจุดดำบริเวณรูขุมขน

สิวหัวขาว
2. สิวหัวขาว

สิวอุดตันชนิดไม่อักเสบ ตุ่มเล็กสีขาวหรือสีเดียวกับผิว

สิวนูนแดง
3. สิวนูนแดง

สิวอักเสบระยะแรก ตุ่มสีชมพูขนาดเล็ก ไม่มีหนองภายใน

สิวหัวหนอง
4. สิวหัวหนอง

สิวอักเสบที่มีหัวหนองขาวหรือเหลืองชัดเจน มีอาการบวม แดง เจ็บผิวร่วมด้วย

สิวหัวช้าง
5. สิวหัวช้าง

สิวอักเสบขนาดใหญ่ คล้ำแล้วเป็นก้อนใต้ผิว อาจไม่มีหัวหนองชัดเจน

สิวซีสต์
6. สิวซีสต์

สิวอักเสบลึก เป็นก้อนนุ่ม อาจมีอาการบวม เจ็บแม้ไม่สัมผัส

สิวแต่ละชนิด ควรดูแลอย่างไร?

กลไกการเกิดสิวและปัจจัยกระตุ้นที่ต่างกัน ทำให้ให้สิวมีลักษณะและความรุนแรงที่แตกต่างกัน แนวทางการดูแลรักษาสิวจึงไม่เหมือนกัน1 ได้แก่
ชนิดของสิว ลักษณะของสิว แนวทางดูแลที่ควรพิจารณา

สิวหัวดำ

สิวอุดตันชนิดไม่อักเสบ เห็นเป็นจุดดำบริเวณรูขุมขน

ลดการอุดตันภายในรูขุมขน เช่น ทำความสะอาดผิวให้สะอาดเพียงพอ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว

สิวหัวขาว

สิวอุดตันชนิดไม่อักเสบ ตุ่มเล็กสีขาวหรือสีเดียวกับผิว

ดูแลผิวอย่างเหมาะสมเพื่อลดการอุดตัน เลี่ยงการบีบหรือกดสิวเพื่อลดโอกาสการพัฒนาเป็นสิวอักเสบ

สิวนูนแดง

สิวอักเสบระยะแรก ตุ่มสีชมพูขนาดเล็ก ไม่มีหนองภายใน

เลี่ยงการแกะหรือบีบสิวเอง เพื่อป้องกันการอักเสบเพิ่มเติม

สิวหัวหนอง

สิวอักเสบที่มีหัวหนองขาวหรือเหลืองชัดเจน มีอาการบวม แดง เจ็บผิวร่วมด้วย

งดการเจาะหรือบีบหนองเอง เพราะอาจทิ้งรอยดำ รอยแดง หรือรอยแผลเป็นจากสิวได้

สิวหัวช้าง

สิวอักเสบขนาดใหญ่ คลำแล้วเป็นก้อนใต้ผิว อาจไม่มีหัวหนองชัดเจน

งดการบีบเค้น เพราะมีโอกาสทิ้งรอยสิวได้ง่าย ควรให้แพทย์ประเมินและรับการรักษาที่เหมาะสม

สิวซีสต์

สิวอักเสบลึก เป็นก้อนนุ่ม อาจมีอาการบวม เจ็บแม้ไม่สัมผัส

ควรให้แพทย์ประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดรอยสิวหรือหลุมสิวในระยะยาว

รู้จักกลุ่มยารักษาสิว แต่ละกลุ่มช่วยดูแลสิวแบบไหน?

หลายคนอาจมองว่ายารักษาสิวที่ดี คือ ยาที่แรง หรือทำให้สิวยุบไว แต่ในความเป็นจริง ยาแต่ละกลุ่มมีบทบาทต่างกัน ทั้งการลดการอุดตัน ลดการอักเสบ ลดการสะสมของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ หรือดูแลสิวรุนแรงที่เสี่ยงทิ้งรอยสิวและแผลเป็นจากสิว

โดยทั่วไป ยาที่ใช้รักษาสิวสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ยาทารักษาสิว ยากินรักษาสิว และกลุ่มยาฉีดสิวเฉพาะจุด ซึ่งแต่ละกลุ่มมีข้อบ่งใช้แตกต่างกันไป ดังนี้

กลุ่มยาทารักษาสิว

ยาทารักษาสิว หรือที่หลายคนมักเรียกรวม ๆ ว่า “ยาแต้มสิว” นั้น เป็นกลุ่มยาที่สามารถทาลงบนสิวได้โดยตรง และออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณ มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ เช่น ครีม เจล โลชั่น หรือสารละลาย ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ดูแลปัญหาสิวอุดตันหรือสิวอักเสบที่มีความรุนแรงระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง1

อนุพันธ์วิตามินเอชนิดทา (Topical Retinoids)

เช่น เทรติโนอิน (Tretinoin) อะดาพาลีน (Adapalene) ทาซาโรทีน (Tazarotene) และ ไตรฟาโรทีน (Trifarotene) ที่มีคุณสมบัติช่วยผลัดผิวชั้นนอก ลดการอุดตันภายในรูขุมขน มักใช้เป็นยารักษาสิวอุดตัน อย่างไรก็ตาม อนุพันธ์วิตามินเอแต่ละชนิดมีระดับความเข้มข้น และประสิทธิภาพการดูแลสิวที่แตกต่างกัน⁵

เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide)

เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์นิยมใช้เป็นยารักษาสิวอักเสบ เช่น สิวนูนแดง สิวหัวหนอง โดยมีคุณสมบัติช่วยลดจำนวนแบคทีเรีย C. acnes บนผิว และลดการอักเสบของสิวได้บางส่วน⁵

ยาปฏิชีวนะชนิดทา (Topical Antibiotics)

เช่น คลินดาไมซิน (Clindamycin) และ อิริโธรไมซิน (Erythromycin) ช่วยลดจำนวนของแบคทีเรีย C. acnes โดยตรง และช่วยลดการอักเสบของสิว แต่ควรเลี่ยงการใช้เดี่ยว ๆ เป็นเวลานาน เนื่องจากอาจเพิ่มโอกาสการดื้อยาได้⁵

กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid)

กรดกลุ่ม BHA (Beta Hydroxyl Acid) ที่มีคุณสมบัติผลัดผิวชั้นนอกและลดการอุดตันในรูขุมขน เหมาะสำหรับดูแลปัญหาสิวอุดตัน ซึ่งมักเป็นผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป มีหลายรูปแบบ และหลายระดับความเข้มข้น⁵

กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)

ยาทาภายนอกที่ช่วยผลัดผิวชั้นนอกเพื่อลดการอุดตันภายในรูขุมขน ลดการอักเสบ และต้านการสะสมของแบคทีเรีย C. acnes นอกจากนี้ยังช่วยลดเลือนรอยดำหรือจุดด่างดำได้ในบางกรณี ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น¹

คลาสโคเทอโรน (Clascoterone)

ยาทาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของตัวรับฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen Receptor Inhibitor) ในต่อมไขมันและรูขุมขน ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันลดลง จึงช่วยลดปัจจัยด้านความมันที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวได้⁵ ทั้งนี้เป็นยาทาภายนอกที่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

อย่างไรก็ตาม ยาทารักษาสิวบางกลุ่มอาจทำให้ผิวแห้ง ลอก แสบ หรือไวต่อการระคายเคืองในช่วงแรกที่ใช้ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับวิธีใช้ ความถี่และปริมาณที่เหมาะสมก่อนเริ่มใช้ยา

กลุ่มยากินรักษาสิว

เมื่อสิวมีการอักเสบมากขึ้น เป็นซ้ำบ่อย หรือเป็นสิวลึกที่การใช้ยาทาอย่างเดียวอาจดูแลได้ไม่เพียงพอ แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยารักษาสิวแบบกินเพื่อดูแลปัญหาสิวให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งยากินรักษาสิวส่วนใหญ่เหมาะสำหรับดูแลปัญหาสิวในระดับปานกลางถึงรุนแรง และสิวที่อาจเสี่ยงเป็นรอยแผลเป็นจากสิว5

อย่างไรก็ตาม ยากินรักษาสิวแต่ละกลุ่มมีข้อบ่งใช้และข้อควรระวังแตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกใช้เองจากรีวิวหรือความแรงของยา โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัว หรือมีประวัติใช้ยาอื่นอยู่ แต่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนใช้เสมอ

กลุ่มยาฉีดเฉพาะจุด

ยาฉีดเฉพาะจุด หรือคอร์ติโคสเตียรอยด์แบบฉีดเข้าสู่รอยโรค (Intralesional corticosteriod) มักใช้กับปัญหาสิวอักเสบที่มีขนาดใหญ่ อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิว เช่น สิวหัวช้าง สิวซีสต์ ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาฉีดเพื่อลดการอักเสบ บวม หรืออาการเจ็บที่สิว และทำให้สิวยุบลงเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ควรมีการประเมินลักษณะของสิวและปริมาณยาที่ใช้โดยแพทย์เนื่องจากหากใช้ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดรอยบุ๋ม สีผิวเปลี่ยน หรือการระคายเคืองเฉพาะจุดได้5

ยารักษาสิวแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร สัมพันธ์กับกลไกการเกิดสิวใดบ้าง?
กลไกการเกิดสิว กลุ่มยาทารักษาสิว กลุ่มยากินรักษาสิว กลุ่มยาฉีดเฉพาะจุด มักใช้ในสิวลักษณะไหน

การผลิตน้ำมันมากเกินไป

คลาสโคเทอโรน (Clascoterone)

อนุพันธ์วิตามินเอชนิดรับประทาน (Oral Retinoids), ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptives; COC), สไปโรโนแลกโตน (Spironolactone)

สิวอุดตัน หรือสิวที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน

การอุดตันภายในรูขุมขน

อนุพันธ์วิตามินเอชนิดทา (Topical Retinoids), กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid), กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)

อนุพันธ์วิตามินเอชนิดรับประทาน (Oral Retinoids)

สิวอุดตัน เช่น สิวหัวดำ, สิวหัวขาว

การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย C.acnes

เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide), ยาปฏิชีวนะชนิดทา (Topical Antibiotics), กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)

ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน (Oral Antibiotics)

สิวอักเสบ เช่น สิวนูนแดง, สิวหัวหนอง

การอักเสบของผิว

เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide), ยาปฏิชีวนะชนิดทา (Topical Antibiotics), กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid)

ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน (Oral Antibiotics), อนุพันธ์วิตามินเอชนิดรับประทาน (Oral Retinoids)

คอร์ติโคสเตียรอยด์ฉีดเฉพาะจุด (Intralesional Corticosteroid)

สิวอักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง เช่น สิวหัวหนอง, สิวหัวช้าง, สิวซีสต์

** ตารางนี้เป็นเพียงการสรุปความสัมพันธ์ของยาที่ใช้รักษาสิวแต่ละกลุ่มเบื้องต้น ยาบางประเภทอาจมีบทบาทต่อกลไกมากกว่าหนึ่งด้าน และสิวลักษณะเดียวกันอาจไม่ได้ใช้ยาเหมือนกันทุกคน แนะนำควรพิจารณาจากชนิดของสิว ความรุนแรง สภาพผิว และข้อควรระวังเฉพาะบุคคลก่อนใช้

ทำไมยารักษาสิวบางชนิดไม่ควรซื้อใช้เอง?

แม้ว่ายาที่ใช้รักษาสิวบางชนิดจะสามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่บางชนิด โดยเฉพาะชนิดรับประทานอาจต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากต้องได้รับการพิจารณาถึงชนิดและความรุนแรงของสิว ประวัติสุขภาพ ตลอดจนแนวทางการใช้ยาที่เหมาะสม ซึ่งการซื้อยารักษาสิวมาทานเองอาจทำให้เกิดปัญหาได้ เช่น

ดังนั้น การใช้ยากินรักษาสิวจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสม หรือมีการติดตามผลการรักษา และปรับการใช้ยาเมื่อจำเป็น ซึ่งช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากการใช้ยาไม่เหมาะสมในระยะยาว

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนใช้ยารักษาสิว

ก่อนเริ่มใช้ยารักษาสิว ควรเข้าใจก่อนว่านอกจากบทบาทหลักในการดูแลสิวที่ต่างกันแล้ว ยาแต่ละกลุ่มยังมีข้อบ่งใช้และข้อควรระวังที่แตกต่างกันอีกด้วย โดยผลข้างเคียงที่อาจพบได้และข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนใช้ มีดังนี้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น รู้สึกระคายเคืองผิว แสบผิวรุนแรง หน้าบวม ตาบวม หายใจลำบาก ควรปรึกษาแพทย์ทันที และไม่ควรปรับยาเองหรือฝืนใช้ต่อ เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้ยาไม่เหมาะสม

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล เลขว. 39678
นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล เลขว. 39678

ใช้ยารักษาสิวแล้วอาการไม่ดีขึ้น เป็นเพราะอะไร?

หลายคนที่เคยรักษาสิวด้วยตัวเองด้วยการใช้ยารักษาสิว แล้วรู้สึกว่าปัญหาสิวไม่ลดลง หรือกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งไม่ได้แปลว่ายาไม่ได้ผลเสมอไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับความรุนแรงของสิว แผนการรักษา และสภาพผิวของแต่ละบุคคล ก่อนใช้ยาจึงควรได้รับการประเมินปัญหาผิว สภาพผิว เพื่อการวางแผนการใช้ยาอย่างเหมาะสม

ประเมินผลเร็วเกินไป

ยาแต่ละกลุ่มมีระยะเวลาเห็นผลที่แตกต่างกันออกไป เช่น กลุ่มยาทาอาจต้องใช้เวลานาน 6-8 สัปดาห์ ขณะที่กลุ่มยากินใช้เวลานาน 3-6 เดือน6 ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและความรุนแรงของสิว

ดังนั้น หากเพิ่งเริ่มใช้ยาไม่นาน ไม่ควรหยุดยาหรือเปลี่ยนยาเองเพียงเพราะยังไม่เห็นผล ขณะเดียวกัน ยาปฏิชีวนะไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพื่อลดความเสี่ยงของการดื้อยาและผลข้างเคียง

ใช้ยารักษาสิวไม่ต่อเนื่อง

การรักษาสิวต้องอาศัยความต่อเนื่อง หากลืมใช้ยา ใช้เป็นครั้งคราว หยุดยาเองเมื่อสิวเริ่มดีขึ้น หรือหยุดใช้ยากะทันหันเมื่อผิวระคายเคือง อาจทำให้ประสิทธิภาพของการรักษาลดลง และเพิ่มโอกาสที่สิวจะกลับมาเป็นซ้ำได้7

ใช้ยาไม่ถูกวิธี

ยาแต่ละชนิดมีวิธีใช้และความถี่ที่แตกต่างกัน หากใช้ในปริมาณมากหรือน้อยเกินไป ใช้ผิดเวลา หรือใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว อาจทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ และเพิ่มโอกาสเกิดอาการผิวแห้ง ลอก หรือแสบระคายเคือง

ใช้ยาไม่ตรงกับประเภทและความรุนแรงสิว

สิวแต่ละชนิดตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน เช่น สิวอุดตันควรลดการอุดตันภายในรูขุมขน ขณะที่สิวอักเสบควรใช้ยาที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและลดการอักเสบของผิว หรือหากมีปัญหาสิวหัวช้าง สิวซีสต์ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม5

ปัญหาผิวที่เป็นอยู่อาจไม่ใช่สิว

บางครั้งตุ่มนูนบนผิวที่มองเห็นด้วยตาเปล่าอาจไม่ใช่สิว เช่น สิวข้าวสาร (Milia) ขนคุด (Keratosis Pilaris) รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) สิวหิน (Syringoma) หรือต่อมไขมันโต (Sebaceous Hyperplasia) ซึ่งไม่ตอบสนองต่อยารักษาสิวทั่วไป และในบางครั้งส่งผลให้ระคายเคืองผิวมากขึ้นได้เช่นกัน8

ดูแลผิวระหว่างใช้ยาไม่เหมาะสม

ยารักษาสิวบางชนิดทำให้ผิวแห้ง ลอก และไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น หากละเลยการเติมความชุ่มชื้น ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือไม่ป้องกันแสงแดดอย่างเหมาะสม อาจทำให้ผิวระคายเคืองจนกระทบต่อการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง9

มีปัจจัยภายในหรือภายนอกที่ทำให้สิวเป็นซ้ำ

สิวเกิดขึ้นจากหลายกลไกร่วมกัน และถูกกระตุ้นได้จากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เช่น ฮอร์โมน พันธุกรรม ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ โรคประจำตัว รวมถึงไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล1 ดังนั้น หากใช้ยาแล้วสิวยังกลับมาเป็นซ้ำ ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อปรับแผนการดูแลรักษาร่วมด้วย

⚠️เจอผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ ใช้ยารักษาสิวไม่เห็นผล
อยากวางแผนดูแลให้เหมาะสม ปรึกษา BSL เลย! >

เมื่อยารักษาสิวอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของการรักษาสิว

หลายคนที่เริ่มต้นการรักษาสิวด้วยการใช้ยา อาจคิดว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียวก็สามารถรักษาสิวให้หายขาดได้ แต่ในความจริง ยารักษาสิวเป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนของการดูแลรักษาสิวเท่านั้น เนื่องจากสิวเกิดจากหลายสาเหตุและปัจจัยอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดสิวร่วมกัน

ดังนั้นการรักษาสิวต้องอาศัยแนวทางการรักษาอื่นร่วมกับการใช้ยา โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง สิวซ้ำซาก หรือมีความกังวลเกี่ยวกับรอยสิวและหลุมสิว ซึ่งการได้รับการประเมินลักษณะสิว หรือสาเหตุการเกิดสิวโดยแพทย์ จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น

เข้าใจเส้นทางการดูแลสิว: ยารักษาสิวอยู่ตรงไหนในแผนนี้?

เพราะการใช้ยารักษาสิวอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของทุกปัญหาสิว การดูแลสิวจึงควรมองเป็นเส้นทางที่มีหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การประเมินว่าสิวที่เป็นอยู่เป็นสิวประเภทไหน มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด แล้วจึงเลือกใช้ยาให้เหมาะกับปัญหา ควบคู่กับการดูแลผิว ลดปัจจัยกระตุ้น และดูแลต่อเนื่องเพื่อลดโอกาสเกิดรอยสิวหรือหลุมสิวในอนาคต

จะเห็นได้ว่าการรักษาสิวควรมองอย่างเป็นระบบ ไม่ได้โฟกัสเฉพาะการใช้ยารักษาสิวเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงสภาพผิว ปัจจัยกระตุ้น โอกาสการเกิดสิวซ้ำ หรือรอยสิวในอนาคตร่วมด้วย การดูแลสิวจึงต้องอาศัยหลายวิธีร่วมกัน เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคนมากขึ้น

แนวทางการดูแลสิวฉบับ BSL Clinic

bsl-clinic-acne-treatment รักษาสิว BSL

ที่ BSL Clinic เรามองว่าปัญหาสิวมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความมัน การอุดตันในรูขุมขน แบคทีเรีย C. acnes การอักเสบของผิว รวมถึงสภาพผิวและพฤติกรรมการดูแลผิวของแต่ละคน ดังนั้น การดูแลสิวจึงควรเริ่มจากการประเมินปัญหาผิวอย่างละเอียด ก่อนวางแผนการดูแลให้เหมาะกับชนิดของสิว ความรุนแรง และเงื่อนไขเฉพาะบุคคล

วิธีรักษาสิวที่ BSL เลือกใช้จึงเน้นการมองสิวตามกลไกของปัญหา เพื่อคัดสรร ออกแบบ และผสมผสานวิธีดูแลที่เหมาะสมในแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยารักษาสิว การดูแลผิว หรือวิธีดูแลทางการแพทย์อื่น ๆ ตามการประเมินของแพทย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อดูแลสิวที่กำลังเป็นอยู่ ลดปัจจัยที่ทำให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ และดูแลผิวหลังสิวลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยสิวหรือหลุมสิวในอนาคต

แนวทางดูแลปัจจัยด้านความมันและต่อมไขมัน

เมื่อสิวมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับความมันและการทำงานของต่อมไขมัน แนวทางการดูแลจึงต้องให้ความสำคัญในการควบคุมความมันส่วนเกินให้สอดคล้องกับสภาพผิว ซึ่งที่ BSL Clinic แพทย์อาจพิจารณาการดูแลด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ การใช้ยา และการดูแลผิวด้วยตนเองควบคู่กัน เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล

Accure AviClear Laser

โปรแกรมเลเซอร์สิว 1726nm

โปรแกรมเลเซอร์สิว 1726nm

โปรแกรม Accure และ AviClear เลเซอร์ลดการทำงานของต่อมไขมันที่ BSL เลือกใช้ โดยส่งพลังงานเฉพาะเจาะจงกับต่อมไขมัน ส่งผลให้ขนาดต่อมไขมันลดลงและมีการผลิตน้ำมันน้อยลง เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดสิว10

โปรแกรม Morpheus8

เทคโนโลยี Microneedling RF ส่งพลังงานครอบคลุมทั้งชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันลดลง ไปพร้อม ๆ กับกระตุ้นคอลลาเจนทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นได้ด้วย11

Morpheus8 Program

โปรแกรม Morpheus8

เทคโนโลยี Microneedling RF ส่งพลังงานครอบคลุมทั้งชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันลดลง ไปพร้อม ๆ กับกระตุ้นคอลลาเจนทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นได้ด้วย11

แนวทางดูแลการอุดตันภายในรูขุมขน

ความมันส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นและการผลัดผิวชั้นนอกที่ไม่สมดุล มีส่วนเพิ่มโอกาสการอุดตันภายในรูขุมขนได้ ที่ BSL Clinic แพทย์จะพิจารณาใช้ Fraxel Laser Program เพื่อกระตุ้นให้ผิวชั้นนอกเกิดการผลัดลอกได้ดีขึ้น ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตัน พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียน และคุณภาพผิวดีขึ้น12

Fraxel Laser Program

แนวทางดูแลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ C. acnes

แม้ C. acnes จะเป็นแบคทีเรียที่พบได้ตามธรรมชาติบนผิว แต่เมื่อมีความมันส่วนเกินและการอุดตันในรูขุมขนร่วมกัน ส่งผลให้แบคทีเรียชนิดนี้เพิ่มจำนวนได้มากขึ้น และกระตุ้นการอักเสบจนเกิดเป็นสิวได้1

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการใช้ยาต่อเนื่อง หรือมีข้อจำกัดในการใช้ยารักษาสิว ที่ BSL Clinic แพทย์จะพิจารณาการใช้โปรแกรมฉายแสงลดสิว (Light Therapy) เพื่อดูแลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ C. acnes พร้อมลดการอักเสบของสิว13 หรือในบางกรณีจะมีการใช้ยาควบคู่ไปด้วย ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ฉายแสงลดสิวacne light therapy

แนวทางดูแลการอักเสบของผิว

สิวอักเสบที่เกิดจากการตอบสนองของผิวต่อการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย C. acnes ก่อให้เกิดอาการบวม แดง เจ็บ ระคายเคืองผิว ที่ BSL Clinic แพทย์จะพิจารณาการใช้โปรแกรมฉายแสงเพื่อช่วยดูแลการอักเสบของสิว ร่วมกับการใช้ยาบางชนิด เช่น ยากินรักษาสิว และยาฉีดเฉพาะจุดในกรณีที่มีสิวอักเสบขนาดใหญ่

โปรแกรมฉายแสง Light Therapy Program
“ เมื่อเราป้องกันการเกิดสิวอุดตันได้
ก็จะไม่เกิดสิวอักเสบ…หรือหลุมสิวตามมา ”

ตัวอย่างผลลัพธ์การดูแลปัญหาสิวที่ BSL Clinic

การดูรีวิวรักษาสิวจากผู้รับบริการจริง อาจช่วยให้เห็นภาพแนวทางการดูแลสิวในแต่ละกรณีได้ชัดขึ้น ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการดูแลปัญหาสิวที่ BSL Clinic ซึ่งวางแผนตามลักษณะปัญหาผิว สภาพผิว และเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ผลก่อนการรักษาสิวผลหลังการรักษาสิว
ขั้นตอนการรักษาสิว
before after 6680103 L ปีย์จักร รักษาสิว
“ เชื่อไหม? สิวผมหาย แบบที่ผมไม่ต้องกินยา ”

รีวิวผลลัพธ์การรักษาสิวจากผู้เข้ารับบริการจริงที่ BSL Clinic

คุณหยู่อี่ – ปีย์จักร เข้ามาปรึกษา BSL Clinic ด้วยปัญหาสิวทั่วใบหน้าในช่วงวัยรุ่น ร่วมกับสภาพผิวระคายเคืองง่ายและมีอาการแพ้อาหารบางชนิด จึงต้องการให้สิวลดลง พร้อมดูแลผิวให้ดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้น

เนื่องจากมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงจากยากินรักษาสิว แพทย์จึงประเมินลักษณะสิว สภาพผิว และข้อจำกัดเฉพาะบุคคล ก่อนวางแผนการดูแลโดยเน้นเทคโนโลยีทางการแพทย์ร่วมกัน เช่น Accure Laser Program, Fraxel Laser Program, โปรแกรมฉายแสงลดสิว รวมถึงโปรแกรมดูแลรอยแดงและรอยดำสิว

หลังดูแลต่อเนื่อง สิวอักเสบและสิวที่เป็นซ้ำค่อย ๆ ลดลง ผิวโดยรวมดูเรียบเนียนขึ้น รอยสิวดูจางลง และสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น

ผลการรักษาสิวก่อนการรักษาผลการรักษาสิวหลังการรักษา
ผลการรักษาสิวก่อนการรักษาผลการรักษาสิวหลังการรักษา
ผลการรักษาสิวก่อนและหลังการรักษา
รีวิวรักษาสิวก่อนและหลัง ผลลัพธ์ผิวที่ดูดีขึ้น
ภาพก่อนและหลังรักษาสิวจากผู้รับบริการจริง
ผลลัพธ์การรักษาสิวก่อนและหลังที่ BSL Clinic
รักษาสิวก่อนและหลัง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
รีวิวผลการรักษาสิวก่อนและหลังจาก BSL Clinic
ภาพ Before After การรักษาสิวและรอยสิว
ผลการรักษาสิวและรอยแดงก่อนและหลัง
ตัวอย่างผลลัพธ์รักษาสิวก่อนและหลังจากผู้รับบริการจริง
ผลการรักษาสิวก่อนการรักษาผลการรักษาสิวหลังการรักษา
670779-A-Fan-before670779-A-Fan-after

ทำไมต้องดูแลปัญหาสิวที่ BSL Clinic

แพทย์ประเมินผิว Consult with Doctor
เข้าใจสาเหตุ

แพทย์ BSL Clinic เริ่มการรักษาจากการประเมินลักษณะสิว สภาพผิว ปัจจัยกระตุ้น และประวัติการดูแลผิวที่ผ่านมา เพื่อวางแผนการดูแลให้สอดคล้องกับปัญหาผิว

ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล Customized Treatment
ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล

เพราะปัญหาสิว สภาพผิว และเงื่อนไขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แพทย์ BSL จึงวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมคัดสรรและผสมผสานแนวทางการรักษาหลายวิธีร่วมกัน

เลือกใช้ยารักษาสิว Suitable Acne Medicine
พิจารณาการใช้ยาอย่างเหมาะสม

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการใช้ยารักษาสิว หรือมีข้อจำกัดบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ยา แพทย์จะประเมินความจำเป็นและทางเลือกในการดูแลอย่างรอบคอบ

ดูแลปัญหาสิว Acne Treatment
ดูแลครอบคลุม

แนวทางการดูแลสิวของ BSL Clinic ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะสิวที่กำลังเป็นอยู่เท่านั้น แต่ยังพิจารณาปัจจัยที่อาจทำให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงรอยแดง รอยดำ และหลุมสิวที่ตามมาหลังการอักเสบ

ติดตามผลหลังทำ Follow Up
ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

หลังเข้ารับบริการ ทีม BSL Clinic จะให้คำแนะนำในการดูแลผิว การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว และข้อควรระวังต่าง ๆ พร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวตามแผนการดูแล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ยารักษาสิว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ยารักษาสิว

ยารักษาสิวอันตรายไหม? มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

ยารักษาสิวแต่ละกลุ่มมีข้อบ่งใช้ที่แตกต่างกันออกไป เช่น ยาทาบางชนิดทำให้ผิวแห้ง ลอก ระคายเคือง ขณะที่ยากินบางชนิด ไม่เหมาะกับผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือในนมบุตร5

ยารักษาสิวกินนานแค่ไหน?

ยารักษาสิวกินนานแค่ไหนนั้น โดยทั่วไป หากเป็นยาปฏิชีวนะมักแนะนำให้รับประทานต่อเนื่อง 3-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของยา และวางแผนการดูแลที่แพทย์กำหนด6

ยาแต้มสิว ยี่ห้อไหนดี? ควรเลือกจากอะไร?

การเลือกใช้ยาแต้มสิว ยี่ห้อไหนดี ไม่ควรพิจารณาจากยี่ห้อ หรือรีวิวในอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ควรเลือกจากชนิดของสิวและสารออกฤทธิ์ เช่น เลือกใช้ยาที่มีคุณสมบัติผลัดผิวชั้นนอกสำหรับผิวอุดตัน ขณะที่สิวอักเสบควรเลือกยาแต้มสิวที่มีส่วนช่วยลดการอักเสบของสิวหรือลดการสะสมของแบคทีเรีย C. acnes

ยารักษาสิว กินแล้วปากแห้ง ควรดูแลอย่างไร?

การกินยารักษาสิวแล้วปากแห้ง พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ที่ใช้ยาไอโซเตรติโนอิน ซึ่งส่งผลให้ผิวแห้ง ปากแห้งได้ โดยแนะนำทาลิปมัน ลิปบาล์มเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเจ็บ แสบ หรือริมฝีปากแตกจนเลือดออก ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและปรับแผนการใช้ยา14

กินยารักษาสิว บริจาคเลือดได้ไหม?

หากกังวลว่ากินยารักษาสิว บริจาคเลือดได้ไหมนั้น หากเป็นยากลุ่มไอโซเตรติโนอินควรงดบริจาคเลือดระหว่างใช้ยา และควรรออย่างน้อย 1 เดือนหลังหยุดยา เนื่องจากเลือดที่บริจาคอาจถูกนำไปให้ผู้ที่ตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้15

กินยารักษาสิวแล้วประจําเดือนไม่มา เกี่ยวกันไหม? ทำอย่างไรดี?

จากงานวิจัยพบว่าบางคนอาจกินยารักษาสิวแล้วประจําเดือนไม่มา โดยเฉพาะการใช้ไอโซเตรติโนอิน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่ายาเป็นสาเหตุโดยตรง16 แต่ถ้าหากประจำเดือนมาผิดปกติ หรือมาขาด ควรตรวจการตั้งครรภ์ และปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการดูแลที่เหมาะสม

กินยาคุมกับยารักษาสิวพร้อมกันได้ไหม?

ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาคุมกำเนิดมักสงสัยว่าจริง ๆ แล้วสามารถกินยาคุมกับยารักษาสิวพร้อมกันได้ไหมนั้น แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เพื่อการใช้ยาที่เหมาะสม แต่โดยทั่วไปแล้วสามารถใช้ได้ในบางกรณี เช่น ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อดูแลสิวฮอร์โมนใช้ร่วมกับยากินกลุ่มไอโซเตรติโนอิน5

ยารักษาสิวในคลินิกต่างจากยารักษาสิวทั่วไปไหม?

ยารักษาสิวตามร้านขายยามักมีสารออกฤทธิ์เดียวกับยาที่ใช้ในคลินิก แต่ยาบางชนิดที่ใช้ในคลินิกนั้นมีความเข้มข้นสูงกว่า หรือเป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับชนิดของสิว สภาพผิว และข้อจำกัดของแต่ละบุคคล

สรุปยารักษาสิว เลือกแบบไหนดี เริ่มจากการเข้าใจสิวและผิวของคุณ

ยารักษาสิวไม่มีสูตรที่เหมาะกับทุกคน เพราะสิวแต่ละประเภทและสภาพผิวต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ยาควรพิจารณาจากชนิดและความรุนแรงของสิว รวมถึงข้อจำกัดของแต่ละคน ซึ่งบางคนอาจใช้ยาทาเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ แต่บางคนกลับต้องใช้ยารับประทานหรือแนวทางอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อควบคุมสิว และลดโอกาสเกิดรอยสิวหรือแผลเป็นสิว

หากไม่แน่ใจว่าควรเริ่มใช้ยาชนิดใด หรือรักษาแล้วสิวยังไม่ดีขึ้น การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้วางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม ที่ BSL Clinic แพทย์จะประเมินสภาพผิวและชนิดของสิวอย่างละเอียด ก่อนออกแบบแนวทางการดูแลแบบผสมผสาน ทั้งการทำหัตถการ เทคโนโลยีทางการแพทย์ ร่วมกับการใช้ยา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล (Wutinan Sithipolvanichgul, M.D.) แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล
(Wutinan Sithipolvanichgul, M.D.)

แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678

  1. Vasam M, Korutla S, Bohara R. Acne vulgaris: A review of the pathophysiology, treatment, and recent nanotechnology based advances. Biochemistry and Biophysics Reports. 2023 Dec 1;36(101578):101578–8.
  2. Santos, Z., Velho, M., Zan, F., Rech, V., & Ferreira Ourique, A. (2020). Review of Clinical Factors That Cause Acne Vulgaris. International Journal for Innovation Education and Research, 8(9), 434-447.
  3. WÓJCIK, Aleksandra, NIEDOBYLSKI, Sylwiusz, WRONA, Joanna, MADYCKA, Daria, WNUCZEK, Kinga, STAROWNIK, Jakub and MICHTA, Kacper. Acne vulgaris in adolescents – the review. Quality in Sport. 2024;27:55267.
  4. Heng AHS, Chew FT. Systematic review of the epidemiology of acne vulgaris. Sci Rep. 2020 Apr 1;10(1):5754.
  5. Reynolds RV, Yeung H, Cheng CE, Cook-Bolden F, Desai SR, Druby K, et al. Guidelines of care for the management of acne vulgaris. Journal of the American Academy of Dermatology. 2024 Jan 1;90(5).
  6. Santer M, Burden-Teh E, Ravenscroft J. Managing acne vulgaris: an update. Drug Ther Bull. 2023 Dec 27;62(1):6-10.
  7. Koo J. How do you foster medication adherence for better acne vulgaris management?. Skinmed. 2003 Jul-Aug;2(4):229-33.
  8. Archer CB, Cohen SN, Baron SE. Guidance on the diagnosis and clinical management of acne. Clinical and Experimental Dermatology. 2012 Apr 10;37:1–6.
  9. Kim HS, Ko JY, Suh DH, Ryu HJ, Baek E, Cho S. Addressing the Unmet Need in Acne Management: A Novel Dermocosmetics Guideline Tailored to Asian Patient Subgroups. Cosmetics. 2024; 11(6):220.
  10. Bittar J, Hooper P, Dover JS. 1726 nm Lasers for the Treatment of Acne Vulgaris. Skin therapy letter. 2024 Jan;29(1):5–7
  11. Hendricks AJ, Farhang SZ. Dermatologic facial applications of Morpheus8 fractional radiofrequency microneedling. J Cosmet Dermatol. 2022 Oct;21 Suppl 1:S11-S19.
  12. Chang H, Lim N. Clinical applications of a non-ablative fractional dual laser (1550/1927 nm). Medical Lasers. 2020;9(2):110-116.
  13. Akuffo-Addo E, Ramsay K, Mohsen S, Boisvert J, Ilya Mukovozov. Visible Light in the Treatment of Acne Vulgaris. Journal of Cutaneous Medicine and Surgery. 2024 Jul 26;28(6).
  14. Rademaker, M. (2010), Adverse effects of isotretinoin: A retrospective review of 1743 patients started on isotretinoin. Australasian Journal of Dermatology, 51: 248-253.
  15. U.S. Food and Drug Administration. Absorica (isotretinoin) capsules: Prescribing information. Silver Spring (MD): U.S. Food and Drug Administration; 2024. Available from: https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/
  16. Alhetheli G, Alhazmi S, Almutairi S, Alharbi S, Alharbi N, Alsweed M, et al. The effects of isotretinoin on the menstrual cycle: a cross-sectional study. Clin Pract. 2022;12(6):908-917.