โทรปรึกษาฟรี add LINE รับโปรลูกค้าใหม่
Add LINE Chat on WhatsApp Chat on WeChat
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
โรคผมร่วงเป็นหย่อม

ผมร่วงเป็นหย่อม เข้าใจสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษาที่เหมาะสม

ผมร่วงเป็นหย่อม อาจเริ่มจากการสังเกตเห็นบริเวณที่ผมหายไปเป็นวงหรือเป็นหย่อมอย่างชัดเจน จนเกิดคำถามว่าเกิดจากอะไร ผมจะขึ้นใหม่หรือไม่ และควรเริ่มดูแลอย่างไร บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่อาการ สาเหตุ โอกาสที่ผมจะงอกกลับ ไปจนถึงแนวทางการรักษาที่แพทย์อาจพิจารณาตามลักษณะและความรุนแรงของโรค

ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) คืออะไร?

ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) เป็นโรคผมร่วงชนิดที่ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น สามารถเกิดได้ทั้งบริเวณหนังศีรษะและบริเวณอื่นของร่างกายที่มีเส้นขน พบได้ในคนหลายช่วงอายุ และมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน

บางรายอาจมีผมร่วงเพียงบางส่วน ขณะที่บางรายอาจมีการสูญเสียเส้นผมเป็นบริเวณกว้าง จึงควรประเมินลักษณะของโรคให้ชัดเจน เพื่อแยกจากภาวะผมร่วงชนิดอื่นและพิจารณาแนวทางดูแลต่อไป

ผมร่วงเป็นหย่อม เกิดจากอะไร?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดโรคนี้ แต่เป็นโรคมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ โดยเซลล์ภูมิคุ้มกันเข้าไปรบกวนการทำงานของรูขุมขน ส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมเปลี่ยนแปลงและเกิดผมร่วงตามมา

อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว และยังมีปัจจัยหลายด้านที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค ไม่ว่าจะเป็น

  • พันธุกรรมและประวัติครอบครัว ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้อาจมีแนวโน้มพบโรคได้มากขึ้น
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน เช่น โรคไทรอยด์จากภูมิคุ้มกัน โรคด่างขาว และโรคเอสแอลอี (SLE)
  • ความเครียด ซึ่งอาจสัมพันธ์กับอาการเริ่มต้นของโรค หรืออาจกระตุ้นอาการที่เป็นอยู่รุนแรงกว่าเดิมได้

รู้หรือไม่...

อัตราการเกิดโรคนี้ พบได้ในผู้ป่วยทุกเพศ ทุกวัย 

ประมาณร้อยละ 1 ของประชากร

สาเหตุ โรคผมร่วงเป็นหย่อม

ลักษณะอาการเป็นแบบไหน?

โรคนี้อาจเกิดเพียงจุดเดียว หรือหลายจุดทั่วบริเวณหนังศีรษะก็ได้ โดยมีลักษณะที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัด ดังนี้ 

  • ผมร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม มักมีรูปร่างกลมหรือรี ขอบเขตค่อนข้างชัด หากเกิดหลายหย่อมอาจขยายและเชื่อมต่อกันจนเป็นบริเวณกว้างได้
  • ไม่มีแผลเป็นบริเวณที่ผมร่วง โดยทั่วไปหนังศีรษะบริเวณดังกล่าวจะไม่มีการอักเสบ แผล หรือขุยที่เห็นได้ชัด
  • เส้นผมสั้น โคนเรียวผิดปกติ หรือโคนเล็ก ปลายหนากว่า คล้ายเครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งที่พบได้ในผู้ที่เป็นโรคนี้
  • เส้นผมรอบบริเวณที่เป็นอาจหลุดง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่โรคกำลังดำเนินอยู่
  • ไม่ได้เกิดเฉพาะหนังศีรษะ แต่อาจพบการร่วงของขนบริเวณอื่น เช่น หนวด เครา รักแร้ หรือหัวหน่าว
  • บางรายมีความผิดปกติของเล็บร่วมด้วย เช่น มีหลุมเล็ก ๆ บนแผ่นเล็บ หรือมีร่องนูนตามแนวยาวของเล็บ

ผมจะขึ้นใหม่ไหม หายเองได้หรือไม่?

มีโอกาสที่ผมจะขึ้นใหม่ได้ และในบางรายอาการอาจดีขึ้นได้เอง แต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าใครจะหายเองหรือใช้เวลานานเท่าใด บางรายอาจมีหย่อมผมร่วงขยายกว้างขึ้นหรือเกิดบริเวณใหม่ และแม้ผมจะกลับขึ้นมาแล้วก็ยังมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้ จึงควรให้แพทย์ประเมินลักษณะและระดับของโรค เพื่อพิจารณาว่าควรติดตามอาการหรือเริ่มการรักษา

ผมร่วงเป็นหย่อม ดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร?

ระหว่างติดตามอาการหรือเข้ารับการรักษา สามารถดูแลเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อลดการรบกวนบริเวณที่มีผมร่วง และช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น ดังนี้

  • ดูแลเส้นผมอย่างเบามือ โดยหลีกเลี่ยงการดึง เกา หรือทำทรงผมที่รั้งเส้นผมแน่น รวมถึงลดการใช้ความร้อนและสารเคมีบริเวณที่มีผมร่วง
  • ปกป้องหนังศีรษะบริเวณที่ไม่มีเส้นผมปกคลุม โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่กลางแดด อาจใช้หมวกหรือผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่เหมาะกับหนังศีรษะ
  • ใช้วิก หมวก หรืออุปกรณ์ปกปิดได้ตามความต้องการ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเอง
  • สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผมร่วง เช่น หย่อมเดิมกว้างขึ้น มีบริเวณใหม่เพิ่มขึ้น หรือมีขนบริเวณอื่นร่วงร่วมด้วย เพื่อแจ้งแพทย์ในการติดตามอาการ เนื่องจากโรคนี้มีการดำเนินโรคที่แตกต่างกันและสามารถกลับเป็นซ้ำได้ 

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

การรักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อม

การรักษาโรคนี้ ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากบริเวณและขนาดของผมร่วง ระยะเวลาที่เป็น อายุ รวมถึงความรุนแรงของโรค โดยผมร่วงเฉพาะจุดกับผมร่วงเป็นบริเวณกว้างอาจใช้แนวทางต่างกัน

ยาฉีดเฉพาะบริเวณ

การฉีด ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์เข้าไปบริเวณที่ผมร่วง โดยตัวยาจะช่วยลดการทำงานของภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคบริเวณนั้น และแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตำแหน่ง ปริมาณยา และช่วงเวลาในการรักษา

ยาทา

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทา โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่เหมาะกับการฉีดยาหรือในเด็ก การเลือกชนิดและความแรงของยาควรพิจารณาตามอายุ ตำแหน่ง และลักษณะของโรค

ยารับประทาน

รักษาผมร่วงที่ไหนดี

ในผู้ที่มีผมร่วงหลายบริเวณหรือมีความรุนแรงมากขึ้น แพทย์อาจพิจารณา ยาที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย เช่น ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์หรือยาที่ปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การเลือกใช้ต้องพิจารณาประโยชน์ ความเสี่ยง และติดตามอาการระหว่างการรักษา

การฉายแสง

โดยใช้ Low Level Laser Therapy (LLLT) หรือพลังงานแสงระดับต่ำบริเวณหนังศีรษะ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของรูขุมขนและส่งเสริมให้เส้นผมกลับขึ้นมา โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้ร่วมกับการรักษาอื่นตามลักษณะของโรค

การรักษาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน

เนื่องจากเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การรักษาบางชนิดจึงมุ่ง ปรับหรือยับยั้งกระบวนการภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้องกับโรค เช่น Contact Immunotherapy และยาในกลุ่ม JAK Inhibitors ซึ่งอาจพิจารณาในผู้ที่มีผมร่วงเป็นบริเวณกว้างหรือมีความรุนแรงมากขึ้น โดยต้องเลือกตามข้อบ่งชี้และติดตามระหว่างการรักษา

ในบางรายที่มีปัญหาผมบางหรือผมร่วงในลักษณะอื่นร่วมด้วย แพทย์อาจประเมินแนวทางดูแลเพิ่มเติมผ่าน โปรแกรมรักษา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ควบคู่กับการติดตามอาการเพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับปัญหาเส้นผมที่พบ

รักษาผมร่วงที่ไหนดี

การวินิจฉัยอาการและแยกจากโรคอื่น

โดยทั่วไป แพทย์สามารถประเมินจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก หากลักษณะอาการไม่ชัดเจน หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การขูดขุยเพื่อตรวจหาเชื้อรา การตรวจเลือดหาโรคหรือภาวะที่เกี่ยวข้อง และในบางรายอาจต้องตัดชิ้นเนื้อเพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย

โรคที่มีลักษณะคล้ายกัน

ภาวะนี้อาจต้องแยกจากโรคบางชนิดที่มีอาการคล้ายกัน เช่น ผมร่วงจากซิฟิลิสระยะที่สอง โรคเชื้อราที่หนังศีรษะ และโรคดึงผมตนเอง โดยแพทย์จะพิจารณาจากลักษณะของเส้นผม หนังศีรษะ ประวัติอาการ และผลตรวจที่จำเป็น

สรุปผมร่วงเป็นหย่อมดีขึ้นได้ เลือกแนวทางดูแลรักษาที่เหมาะสม

โรคผมร่วงเป็นหย่อมอาจไม่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง แต่สามารถกระทบต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตได้ การสังเกตอาการและเข้ารับการประเมินตั้งแต่เริ่มพบความผิดปกติ จะช่วยให้ทราบลักษณะและระดับของโรค รวมถึงวางแนวทางดูแลที่เหมาะสม เนื่องจากโรคนี้มีการดำเนินโรคแตกต่างกันในแต่ละคนและมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้

รักษาผมร่วงที่ไหนดี? ที่ BSL Clinic แพทย์จะเริ่มจากการประเมินลักษณะผมร่วงและหนังศีรษะ เพื่อแยกผมร่วงเป็นหย่อมออกจากภาวะผมร่วงชนิดอื่น ก่อนวางแนวทางดูแลตามลักษณะและระดับของปัญหา โดยอาจพิจารณาทั้งการใช้ยาและโปรแกรมฉายแสง Low Level Laser Therapy รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมระหว่างการรักษา เพื่อปรับแนวทางให้สอดคล้องกับการตอบสนองของแต่ละคน

เขียนบทความโดย

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล (Wutinan Sithipolvanichgul, M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678

อ้างอิงบทความ: สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย
นพ. พูลเกียรติ สุชนวณิช หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคผมร่วงเป็นหย่อม

โรคผมร่วงเป็นหย่อมไม่ใช่โรคติดต่อ จึงไม่ได้แพร่กระจายจากการใช้หวี หมวก หมอน หรือการอยู่ใกล้คนอื่น สาเหตุหลักไม่ได้มาจากเชื้อราหรือเชื้อโรคที่แพร่จากคนสู่คน แต่เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและปัจจัยภายในร่างกายมากกว่า

ระยะเวลาการรักษาแตกต่างกันในแต่ละคน โดยในหลายกรณีสามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมใหม่ภายในประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรง จำนวนหย่อมที่ผมร่วง ระยะเวลาที่เริ่มเป็น และวิธีการรักษาที่ใช้ บางรายอาจต้องติดตามผลต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานกว่านั้น

หากพบผมร่วงเป็นหย่อมอย่างชัดเจน และไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ หรือพบหลายหย่อมในเวลาใกล้เคียงกัน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย แยกจากสาเหตุอื่น เช่น เชื้อรา การดึงผมเองเป็นนิสัย หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น รวมถึงประเมินว่ามีภาวะทางร่างกายหรือโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ในหลายรายพบว่าเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีเหตุการณ์กระทบจิตใจรุนแรงในช่วงก่อนเริ่มผมร่วงเป็นหย่อม อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยร่วมที่กระตุ้นให้โรคกำเริบหรือร่วงมากขึ้นได้ แม้จะไม่ใช่สาเหตุเดียว การจัดการความเครียด ร่วมกับการดูแลสุขภาพทั่วไปจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลภาพรวมของโรคนี้

แนวทางดูแลตัวเอง เช่น

  • ใช้แชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะที่อ่อนโยน

  • หลีกเลี่ยงการดึงผม มัดผมแน่น หรือถักแน่นเกินไป

  • ลดการใช้สารเคมีรุนแรง เช่น การดัด ย้อม ยืดผม ในช่วงที่ผมอ่อนแอ

  • ดูแลเรื่องการพักผ่อน อาหาร และการจัดการความเครียด
    การดูแลเหล่านี้ช่วยเสริมให้การรักษาที่แพทย์วางแผนให้เห็นผลได้ชัดเจนและสม่ำเสมอขึ้น

โรคผมร่วงเป็นหย่อมสามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในเด็กอาจสังเกตจากการมีหย่อมผมร่วงชัดเจนบนหนังศีรษะ โดยผิวหนังเรียบ ไม่มีสะเก็ดลอกมากผิดปกติ หากพ่อแม่หรือผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติเช่นนี้ ควรพามาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและเริ่มวางแผนการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

แนะนำให้

  • จดช่วงเวลาที่เริ่มสังเกตเห็นผมร่วงเป็นหย่อม และบริเวณที่เป็น

  • ถ่ายรูปหนังศีรษะในมุมต่าง ๆ เก็บไว้เปรียบเทียบ

  • เตรียมข้อมูลโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ และประวัติในครอบครัวว่ามีผมร่วงลักษณะคล้ายกันหรือไม่
    ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วิเคราะห์สาเหตุและวางแผนการรักษาได้ละเอียดและเหมาะสมมากขึ้น

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์หรือใช้แทนการพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพผิวหรือหนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

หากเริ่มสังเกตว่ามีผมร่วงเป็นหย่อม หนังศีรษะเห็นชัดเป็นวง หรือผมร่วงหลายจุดในระยะเวลาใกล้กัน ให้แพทย์ช่วยประเมินแนวทางการดูแลเบื้องต้นได้ที่ ↓