[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

โปรแกรมการดูแลอาการแพ้เครื่องสำอางและผิวแพ้ง่าย

เครื่องสำอางสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin care)
  • ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (Sun protection)
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Hair care)
  • ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (Deodorants)

สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือ คุณภาพและความน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้หรือการระคายเคือง ซึ่งเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย

ผื่นระคายเคืองจากการสัมผัส

อาการของการระคายเคือง ได้แก่ ผิวแห้ง ผื่นแดง และคัน ในกรณีที่รุนแรง ผิวอาจแสบร้อนหรือไหม้ได้ มักเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอย่างต่อเนื่องที่มีส่วนผสม เช่น AHA, Glycolic, BHA, สารกันเสีย น้ำหอม (Fragrance/Parfum) สารผลัดเซลล์ผิว หรือกรดต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อใช้ในผิวที่บอบบาง เช่น ผิวแพ้ง่าย ผิวเด็ก หรือบริเวณผิวบางอย่างรอบดวงตาและใบหน้า

การระคายเคืองที่เกิดจากผื่นแพ้สัมผัส

Irritation-Caused-by-Contact-Dermatitis

อาการที่พบบ่อยของอาการแพ้

  • อาการแสบร้อนและคันผิวหนัง – มักเกิดหลังใช้เครื่องสำอางไประยะหนึ่ง โดยทั่วไปประมาณ 2 วัน หากเกิดอาการดังกล่าวควรหยุดใช้ทันที ซึ่งอาการจะค่อย ๆ หายไป บริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่บอบบางที่สุดและมักแสดงอาการชัดเจน
  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ และผื่นบวม – โดยปกติอาการจะไม่รุนแรง อาจมีอาการบวม โดยเฉพาะบริเวณเปลือกตา แต่หากอาการรุนแรง อาจมีผื่นและอาการบวมบริเวณใบหน้าที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจได้
  • การเกิดรอยด่างขาวบนใบหน้า – อาจเกิดจากการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของตะกั่วหรือโลหะหนัก รวมถึงผลิตภัณฑ์ผิวขาว ซึ่งปัจจุบันมีการห้ามใช้ตะกั่วในเครื่องสำอางแล้ว แต่ยังพบผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ในตลาดออนไลน์
  • การเกิดผื่นสีคล้ำบนผิวหนัง – เครื่องสำอางบางประเภท เช่น น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม อาจทำให้เกิดผื่นคล้ำเมื่อผิวสัมผัสแสงแดดมากเกินไป
  • เล็บและเส้นผมเปราะบาง – อาจเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเข้มข้น เช่น น้ำยาย้อมผมหรือยาทาเล็บ อย่างไรก็ตาม การเกิดสิวไม่ถือเป็นอาการแพ้ แต่เป็นผลจากการใช้เครื่องสำอางในระยะยาว
Types-of-Cosmetic-Products-Causing-Allergies

ประเภทของเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (Facial Cleaning Products)
โดยหลักคือสบู่ ครีม และเจลสำหรับทำความสะอาดผิวหน้าและร่างกาย ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระงับกลิ่นร่วมกับสารกันเสียและน้ำหอม เป็นสาเหตุหลักของผื่น แดง และอาการคัน

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care Products)
โทนเนอร์หรือแอสตริงเจนต์ใช้เพื่อลดสิ่งสกปรกในรูขุมขนหลังล้างหน้า แต่ส่วนผสม เช่น แอลกอฮอล์ และกรดซาลิไซลิก อาจทำให้เกิดการระคายเคือง แดง คัน เจ็บ หรือแสบร้อน ซึ่งเป็นอาการของการแพ้

มอยส์เจอไรเซอร์ – อาจทำให้เกิดตุ่มแดงและอาการคัน จากส่วนผสม เช่น โพรพิลีนไกลคอล โปรตีน และวิตามินบางชนิด

ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (Sun Protection Products)
ครีมกันแดด – อาจก่อให้เกิดอาการแพ้เมื่อสัมผัสแสงแดดโดยตรง สารที่อาจก่อให้เกิดอาการ ได้แก่ PABA (Paramino Benzoic Acid) และ Oxybenzone รวมถึงสารกันเสียหรือสีในผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Hair Care Products)
สารเคมี เช่น Sodium และ Ammonium Lauryl Sulphate ในแชมพูหรือครีมนวด อาจทำให้หนังศีรษะระคายเคือง คัน หรือแดง

ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (Deodorant Products)
น้ำหอมและกลิ่นหอม อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ นอกจากนี้เครื่องสำอางสี เช่น อายแชโดว์ บลัชออน หรือลิปสติก อาจทำให้เกิดการอักเสบ แดง และคัน

 

สารในเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ (Cosmetic Substances Resulting in Allergic Reactions)

น้ำหอม (Fragrance)
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการแพ้
ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ โดยทั่วไปจะระบุว่า:

  • Unscented = ไม่มีน้ำหอม
  • Hypo-allergenic = อาจมีน้ำหอม แต่ลดโอกาสการแพ้

สารกันเสีย (Preservatives)
ถูกเติมในผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อผิวหนัง และช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์

การรับมือเมื่อเกิดอาการแพ้เครื่องสำอาง (Dealing with Cosmetic Allergies)

  • หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่สงสัยทันที
  • ทดสอบเบื้องต้นโดยทาผลิตภัณฑ์บริเวณท้องแขน (ด้านใน) ต่อเนื่อง 2 วัน หากเกิดผื่น แสดงว่าอาจแพ้
  • ทำ Patch Test เพื่อตรวจหาสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ โดยใช้เวลาประมาณ 2 วันในการทดสอบ และอีก 2 วันในการประเมินผล หากมีผื่นแดง แสดงว่ามีการแพ้
  • ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
skin-care-product

สกินแคร์ที่แนะนำสำหรับผิวแพ้ง่าย

ผลิตภัณฑ์สกินแคร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยคงความชุ่มชื้นของผิว และทำให้ผิวรู้สึกนุ่ม เรียบเนียน ด้วยส่วนผสมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ และบำรุงให้ผิวดูสุขภาพดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และสามารถใช้ได้ทุกวัย

คุณสมบัติเด่น

  • ช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว
  • อ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย
  • ใช้ได้กับทุกช่วงวัย
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และปลอบประโลมผิวแห้งหยาบ
  • มีส่วนผสมที่ช่วยปกป้องและดูแลผิว

ส่วนผสมสำคัญและประโยชน์

1. Ceramide Complexes
ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ
ลดการสูญเสียความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผิวแห้งและแพ้ง่าย

2. Shiso Extract
สารสกัดจากพืชที่มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิว
นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย

3. Dipotassium Glycyrrhizinate
สารสกัดจากรากชะเอมเทศ ช่วยบำรุงและปรับสภาพผิว

4. Phytosphingosine
ไขมันชนิดหนึ่งที่พบตามธรรมชาติในผิว ช่วยเสริมเกราะผิว มีคุณสมบัติต้านจุลชีพและลดการอักเสบ

5. Tocopherol Acetate (Vitamin E)
ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ลดการเกิดอนุมูลอิสระจากรังสี UV
ช่วยฟื้นฟูผิว เสริมเกราะผิว และลดการสูญเสียความชุ่มชื้น

6. Aloe Vera
ช่วยผ่อนคลาย ปลอบประโลมผิว
รักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว

7. Cucumber Extract
ช่วยปลอบประโลมผิวอย่างมีประสิทธิภาพ
มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการระคายเคืองและอาการบวม
มีแร่ธาตุสำคัญ เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม และซิลิกา ช่วยลดเลือนริ้วรอย
มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยฟื้นฟูแผลเล็กน้อย ผิวไหม้ หรือแมลงกัดต่อย
ช่วยเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว

8. Defensil
ช่วยลดการตอบสนองของผิวที่ไวเกินไป ลดอาการระคายเคือง แดง และอาการแพ้
ปลอบประโลมผิวได้ทันที
ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ปกป้องและปรับสภาพผิว
ช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอ สุขภาพดี

การใช้ Defensil Rapid Recovery เป็นขั้นตอนเตรียมผิว ช่วยเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ และช่วยรักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

Article By
 
Dr Wipanee Akarapusit, M.D.
BSL Clinic’s Doctor