โทรปรึกษาฟรี add LINE รับโปรลูกค้าใหม่
Add LINE Chat on WhatsApp Chat on WeChat
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
ผิวแห้งในผู้สูงวัย

ผิวแห้งในผู้สูงวัย เกิดจากอะไร? คัน ลอก ดูแลอย่างไรดี?

ผิวผู้สูงวัยเปลี่ยนแปลงตามอายุ จึงอาจแห้ง ลอก คัน และต้องการการดูแลที่เหมาะสม

ผิวแห้งในผู้สูงวัย เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง จึงอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวแห้งตึง หยาบ คัน หรือลอกเป็นขุย โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา และลำตัว อาการเหล่านี้อาจรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตประจำวันได้ หากดูแลไม่เหมาะกับสภาพผิว

แล้วผิวที่แห้งขึ้นตามวัยเกิดจากอะไร? การอาบน้ำ การเลือกสบู่ หรือสภาพอากาศมีส่วนแค่ไหน? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุ พร้อมวิธีดูแลผิวในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความแห้งและช่วยให้ผิวรู้สึกสบายขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังผู้สูงอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวทุกชั้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะการผลัดผิวที่ช้าลง จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ อาจใช้เวลานานขึ้นเกือบ 2 เท่าในผู้สูงวัย ส่งผลให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ลดลง และอาจสังเกตว่าผิวเริ่ม แห้ง หยาบ เป็นขุย หรือมีริ้วรอยมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งใน ชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ซึ่งมีบทบาทต่อความชุ่มชื้น ความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของผิวแตกต่างกัน การเข้าใจว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรตามวัย จึงช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้เหมาะกับสภาพผิวมากขึ้น

ผิวเหี่ยวย่น

ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)

ชั้นหนังกำพร้าเป็นผิวชั้นนอกที่ทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องร่างกายและช่วยรักษาความชุ่มชื้น ภายในมีไขมันสำคัญ เช่น เซราไมด์ กรดไขมัน และคอเลสเตอรอล ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว

เมื่ออายุมากขึ้น การผลัดและสร้างผิวใหม่จะช้าลง ขณะที่ความสามารถในการกักเก็บน้ำและปกป้องผิวก็ลดลงตามไปด้วย ชั้นหนังกำพร้ายังค่อย ๆ บางลง โดยบริเวณที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า คอ หลังมือ และแขน อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้น จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้สูงวัยมักพบปัญหาผิวแห้งและระคายเคืองได้ง่ายกว่าเดิม

ชั้นหนังแท้ (Dermis)

ชั้นหนังแท้อยู่ลึกลงมาและมีองค์ประกอบสำคัญอย่าง คอลลาเจน อิลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และเก็บความชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน เส้นประสาท และหลอดเลือดที่มีบทบาทต่อการทำงานของผิว

เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ชั้นหนังแท้จะค่อย ๆ บางลง คอลลาเจนและเส้นใยอิลาสตินเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิด ผิวเหี่ยวย่น ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันต่อมไขมันและต่อมเหงื่อทำงานลดลง ผิวจึงมีน้ำมันธรรมชาติเคลือบผิวน้อยลงและรักษาความชุ่มชื้นได้ไม่ดีเท่าเดิม ส่งผลให้ผิวแห้ง ตึง หรือเป็นขุยได้ง่ายขึ้น

ผิวแห้งในผู้สูงวัย เกิดจากอะไร ปัจจัยกระตุ้นมีอะไรบ้าง?

ผิวแห้งในผู้สูงวัยเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยพื้นฐานมาจากการเปลี่ยนแปลงของผิวตามอายุ ทั้งการสร้างไขมันตามธรรมชาติที่ลดลง การผลัดผิวที่ช้าลง และความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นที่ไม่ดีเท่าเดิม ทำให้เกราะปกป้องผิวสูญเสียน้ำได้ง่ายขึ้น จึงเกิดอาการแห้ง ตึง หยาบ เป็นขุย หรือคันได้ง่าย นอกจากนี้ โรคประจำตัว ยาบางชนิด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมถึงพฤติกรรมและสภาพแวดล้อม ยังอาจทำให้ผิวแห้งมากขึ้นได้อีกด้วย

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ผิวแห้งในผู้สูงอายุ

นอกจากการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยแล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันและสภาพแวดล้อมบางอย่างอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น

  • อาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจัด มีส่วนทำให้ชะล้างไขมันที่เคลือบผิว ผิวจึงแห้งตึงได้ง่ายขึ้น
  • อาบน้ำนานหรือบ่อยเกินไป ซึ่งอาจรบกวนชั้นปกป้องผิว
  • ใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ชะล้างมาก อาจทำให้ไขมันตามธรรมชาติบนผิวลดลง และเกิดอาการแห้งหรือระคายเคืองตามมา
  • สัมผัสแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน ที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย ยังส่งผลให้ผิวแห้ง และดูหมองคล้ำไม่สดใสได้
  • อากาศเย็นหรือความชื้นต่ำ ทำให้น้ำระเหยออกจากผิวได้ง่าย จึงอาจรู้สึกแห้ง คัน หรือลอกมากขึ้น
  • อยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากอยู่สภาพอากาศที่มีความชื้นต่ำ 
  • ไม่ทาผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำ ส่งผลให้ผิวอาจสูญเสียน้ำต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เติมความชุ่มชื้นขณะที่ผิวยังหมาด

ผิวแห้งในผู้สูงวัย มักมีอาการแบบไหน?

ผิวแห้งในผู้สูงวัย

การเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยอาจทำให้ลักษณะและความรู้สึกของผิวแตกต่างจากเดิม การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้ดูแลผิวได้เหมาะกับสภาพผิวมากขึ้น โดยอาการที่พบได้มีดังนี้

  • ผิวแห้งและตึง รู้สึกว่าผิวขาดความชุ่มชื้น โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ
  • ผิวหยาบและเป็นขุย ผิวสัมผัสไม่เรียบและอาจมีสะเก็ดบาง ๆ
  • มีอาการคัน อาจเป็นมากขึ้นเมื่อผิวแห้ง และการเกาอาจทำให้เกิดการระคายเคือง
  • ผิวแตกหรือมีรอยแยก มักสังเกตได้ในบริเวณที่มีความแห้งมาก
  • ผิวเหี่ยวย่นและยืดหยุ่นลดลง จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวตามวัย
  • มีรอยแดงหรือระคายเคือง อาจเกิดขึ้นเมื่อผิวแห้งมากหรือสัมผัสปัจจัยกระตุ้น

5 วิธีดูแลผิวแห้งในผู้สูงวัยให้ดูสุขภาพดี

เมื่อผิวเปลี่ยนแปลงไปตามวัย การดูแลแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์สภาพผิวเหมือนที่ผ่านมา การดูแลผิวแห้งในผู้สูงวัยจึงควรคำนึงถึงทั้งการรักษาความชุ่มชื้น การลดสิ่งที่รบกวนผิว และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้ผิวอยู่ในสภาพที่สมดุลและดูสุขภาพดีขึ้น โดยสามารถเริ่มดูแลได้จาก 5 แนวทางต่อไปนี้

เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะกับผิวแห้ง

มอยส์เจอไรเซอร์เป็นส่วนสำคัญในการดูแลผิวแห้ง เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว ควรมองหาส่วนผสมอย่าง เซราไมด์ กลีเซอรีน ยูเรีย หรือกรดไฮยาลูโรนิก และเลือกเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับระดับความแห้งของผิว โดยผิวที่แห้งมากอาจเหมาะกับเนื้อครีมหรือขี้ผึ้งมากกว่าโลชั่น ควรทาหลังอาบน้ำขณะที่ผิวยังมีความชื้นเล็กน้อย เพื่อช่วยเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: ครีมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแห้ง เลือกอย่างไรดี

เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่ทำให้ผิวแห้งเพิ่ม

ควรหลีกเลี่ยงสบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่ชะล้างผิวมาก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมซึ่งอาจรบกวนผิวในบางคน และเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิวแทน ขณะอาบน้ำไม่ควรถูหรือขัดผิวแรง เพราะผิวในผู้สูงวัยมีการเปลี่ยนแปลงของเกราะปกป้องผิวและอาจระคายเคืองได้ง่ายขึ้น

ดูแลเรื่องน้ำและความชุ่มชื้นในชีวิตประจำวัน

นอกจากการทาผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นโดยไม่จำเป็น เช่น อาบน้ำร้อนจัด อาบน้ำนาน หรืออยู่ในสภาพอากาศแห้งเป็นเวลานาน หากอากาศภายในบ้านแห้งมาก อาจพิจารณาปรับความชื้นภายในห้องให้เหมาะสม รวมถึงดูแลให้ร่างกายได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอตามความเหมาะสมของแต่ละคน

ปกป้องผิวจากแสงแดด

แสงแดดเป็นปัจจัยภายนอกที่มีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อสะสมเป็นเวลานาน จึงควรลดการสัมผัสแดดจัด สวมเสื้อผ้าที่ช่วยปกปิดผิว เลือกอยู่ในบริเวณที่มีร่มเงา และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เหมาะกับบริเวณผิวที่ต้องสัมผัสแดดเป็นประจำ

ดูแลผิวเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงตามวัย

การเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เราสามารถลดปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ผิวดูเสื่อมเร็วขึ้นได้ เช่น ไม่สูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้หลากหลายโดยเน้นผัก ผลไม้ และแหล่งโปรตีน รวมถึงหลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือเกาผิวแรง ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ควรทำควบคู่กับการเติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากแสงแดด เพื่อช่วยดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นเมื่ออายุมากขึ้น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการดูแลผิวผู้สูงวัย

ผิวของผู้สูงวัยมีความบอบบางและตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวต่างจากเดิม การดูแลจึงไม่ใช่แค่เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ แต่ควรใส่ใจกับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในแต่ละวัน เพื่อช่วยลดการเสียดสีและการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย

  • ซับตัวเบา ๆ หลังอาบน้ำ แทนการใช้ผ้าขนหนูถูผิวแรง ๆ
  • เลือกเสื้อผ้าที่ไม่เสียดสีผิว และไม่รัดแน่นจนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวแห้งหรือคัน
  • ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยถลอกหรือแผลจากการเกาโดยไม่รู้ตัว
  • สังเกตผิวเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา มือ และเท้า หากมีรอยแตก แผล หรือความผิดปกติ จะได้ดูแลได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
  • อย่าแกะหรือเกาบริเวณที่คัน เพราะอาจทำให้ผิวถลอกและระคายเคืองมากขึ้น หากคันต่อเนื่องหรือรบกวนการนอน ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุครับ

สรุปผิวแห้งในผู้สูงอายุ ดูแลให้ชุ่มชื้นขึ้นได้ ลดอาการระคายเคืองผิว

ผิวแห้งในผู้สูงอายุ เกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยร่วมกับพฤติกรรมและปัจจัยแวดล้อม การเลือกมอยส์เจอไรเซอร์และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะสม รวมถึงปรับพฤติกรรมและปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยคงความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และดูแลผิวให้ดูสุขภาพดีตามวัย

หากผิวยังคงแห้ง คัน หรือระคายเคืองแม้ปรับการดูแลแล้ว สามารถเข้ารับการประเมินที่ BSL Clinic เพื่อดูสภาพผิวและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ก่อนวางแผนการดูแลให้เหมาะกับลักษณะผิวและปัญหาของแต่ละคนได้

เขียนบทความโดย

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล (Wutinan Sithipolvanichgul, M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678

อ้างอิง : สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (Dermatological Society of Thailand) 
การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในผู้สูงวัย/
การดูแลผิวเพื่อชะลอความเสื่อมสภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผิวแห้งในผู้สูงวัย

แนะนำให้หลีกเลี่ยงครีมบำรุงทั่วไปที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารระคายเคืองอื่น ๆ เพราะผิวผู้สูงอายุมักบอบบางและแพ้ง่ายขึ้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เน้นให้ความชุ่มชื้นและช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว เช่น

  • Ceramide ช่วยเสริมชั้นปกป้องผิว

  • Urea ในความเข้มข้นที่เหมาะสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งแตก

  • Hyaluronic Acid ช่วยเก็บน้ำไว้ในผิว

  • Allantoin หรือ Panthenol ช่วยปลอบประโลมผิวที่แดง คัน หรือระคายเคือง
    ควรทาครีมหลังอาบน้ำภายในประมาณ 5 นาที ขณะที่ผิวยังหมาด ๆ เพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้น

ผิวบางลงอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามวัย แต่มีข้อควรระวังคือ ผิวจะบาดเจ็บได้ง่ายกว่าเดิม แค่ถูแรงหรือเกาเบา ๆ ก็อาจเกิดแผลถลอก รอยช้ำ หรือผิวอักเสบได้ และในบางรายเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

แนะนำให้อาบน้ำด้วยน้ำอุณหภูมิอุ่น ไม่ร้อนจัด และไม่ควรอาบน้ำนานเกินไป เลี่ยงสบู่หรือครีมอาบน้ำที่มีฟองมากหรือมีน้ำหอมแรง ๆ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่ดึงน้ำมันธรรมชาติบนผิวออกมากเกินไป หลังซับตัวให้แห้งเบา ๆ ให้ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันที

ผิวแห้งมักมาพร้อมอาการคัน โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น แห้ง หรือหลังอาบน้ำ หากคันมากจนต้องเกาบ่อย ๆ อาจทำให้ผิวถลอกและเกิดการติดเชื้อได้ ควรเน้นการทาครีมบำรุงให้สม่ำเสมอ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระคายเคือง เช่น ผ้าฝ้าย และตัดเล็บให้สั้นเพื่อลดการเกาแรง ถ้ามีผื่นแดง น้ำเหลือง หรือคันรุนแรงควรให้แพทย์ช่วยประเมิน

ในบางคน ผิวแห้งอาจเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือภาวะต่อมไทรอยด์ รวมถึงยาบางกลุ่มที่มีผลให้ผิวสูญเสียน้ำได้ง่าย หากผิวแห้งมากผิดปกติ เริ่มแตกเป็นแผล หรือมีอาการผิดปกติร่วมกับอาการทางร่างกายอื่น ควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบเพื่อตรวจประเมินภาพรวม

แม้ผู้สูงวัยบางคนจะไม่ได้ออกแดดจัดเป็นเวลานาน แต่แสงแดดอ่อน ๆ ในชีวิตประจำวันหรือแสงผ่านกระจกก็มีผลต่อผิวได้ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า มือ และแขน การใช้ครีมกันแดดที่อ่อนโยนเหมาะกับผิวแห้งและผิวบอบบางในตอนเช้า ร่วมกับการใส่เสื้อผ้าปกป้องผิว ช่วยลดโอกาสผิวแห้งเสียสะสมและจุดด่างดำในระยะยาว

ผู้ดูแลสามารถช่วยสังเกตได้จาก

  • ผิวลอกเป็นขุยชัดเจน โดยเฉพาะที่แขน ขา และหน้าแข้ง

  • มีรอยเกา รอยถลอก หรือรอยช้ำง่าย

  • ผู้สูงวัยบ่นคันบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือหลังอาบน้ำ
    หากพบว่าผิวเริ่มแตกเป็นแผล มีสะเก็ดหนา น้ำเหลือง หรือบวมแดง ควรรีบพาไปพบแพทย์

ในช่วงอากาศแห้งควรเน้น

  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บ่อยขึ้น โดยเฉพาะหลังอาบน้ำและก่อนนอน

  • ลดการเปิดแอร์แรงหรือโดนลมเย็นโดยตรงนาน ๆ

  • เลือกเสื้อผ้าที่ไม่เสียดสีกับผิวมากเกินไป

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน (ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านน้ำดื่มจากโรคประจำตัว)

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์หรือใช้แทนการพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพผิวหรือหนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

หากมีผิวแห้งมาก คันบ่อย หรือเริ่มมีแผลถลอกจากการเกา สามารถส่งรูปปรึกษาได้ที่ ↓