

ผิวแห้งในผู้สูงวัย เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง จึงอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวแห้งตึง หยาบ คัน หรือลอกเป็นขุย โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา และลำตัว อาการเหล่านี้อาจรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตประจำวันได้ หากดูแลไม่เหมาะกับสภาพผิว
แล้วผิวที่แห้งขึ้นตามวัยเกิดจากอะไร? การอาบน้ำ การเลือกสบู่ หรือสภาพอากาศมีส่วนแค่ไหน? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุ พร้อมวิธีดูแลผิวในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความแห้งและช่วยให้ผิวรู้สึกสบายขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวทุกชั้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะการผลัดผิวที่ช้าลง จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ อาจใช้เวลานานขึ้นเกือบ 2 เท่าในผู้สูงวัย ส่งผลให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ลดลง และอาจสังเกตว่าผิวเริ่ม แห้ง หยาบ เป็นขุย หรือมีริ้วรอยมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งใน ชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ซึ่งมีบทบาทต่อความชุ่มชื้น ความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของผิวแตกต่างกัน การเข้าใจว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรตามวัย จึงช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้เหมาะกับสภาพผิวมากขึ้น


ชั้นหนังกำพร้าเป็นผิวชั้นนอกที่ทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องร่างกายและช่วยรักษาความชุ่มชื้น ภายในมีไขมันสำคัญ เช่น เซราไมด์ กรดไขมัน และคอเลสเตอรอล ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว
เมื่ออายุมากขึ้น การผลัดและสร้างผิวใหม่จะช้าลง ขณะที่ความสามารถในการกักเก็บน้ำและปกป้องผิวก็ลดลงตามไปด้วย ชั้นหนังกำพร้ายังค่อย ๆ บางลง โดยบริเวณที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า คอ หลังมือ และแขน อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดขึ้น จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้สูงวัยมักพบปัญหาผิวแห้งและระคายเคืองได้ง่ายกว่าเดิม
ชั้นหนังแท้อยู่ลึกลงมาและมีองค์ประกอบสำคัญอย่าง คอลลาเจน อิลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และเก็บความชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน เส้นประสาท และหลอดเลือดที่มีบทบาทต่อการทำงานของผิว
เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ชั้นหนังแท้จะค่อย ๆ บางลง คอลลาเจนและเส้นใยอิลาสตินเปลี่ยนแปลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิด ผิวเหี่ยวย่น ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันต่อมไขมันและต่อมเหงื่อทำงานลดลง ผิวจึงมีน้ำมันธรรมชาติเคลือบผิวน้อยลงและรักษาความชุ่มชื้นได้ไม่ดีเท่าเดิม ส่งผลให้ผิวแห้ง ตึง หรือเป็นขุยได้ง่ายขึ้น
ผิวแห้งในผู้สูงวัยเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยพื้นฐานมาจากการเปลี่ยนแปลงของผิวตามอายุ ทั้งการสร้างไขมันตามธรรมชาติที่ลดลง การผลัดผิวที่ช้าลง และความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นที่ไม่ดีเท่าเดิม ทำให้เกราะปกป้องผิวสูญเสียน้ำได้ง่ายขึ้น จึงเกิดอาการแห้ง ตึง หยาบ เป็นขุย หรือคันได้ง่าย นอกจากนี้ โรคประจำตัว ยาบางชนิด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมถึงพฤติกรรมและสภาพแวดล้อม ยังอาจทำให้ผิวแห้งมากขึ้นได้อีกด้วย
นอกจากการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยแล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันและสภาพแวดล้อมบางอย่างอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น


การเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยอาจทำให้ลักษณะและความรู้สึกของผิวแตกต่างจากเดิม การสังเกตความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้ดูแลผิวได้เหมาะกับสภาพผิวมากขึ้น โดยอาการที่พบได้มีดังนี้
เมื่อผิวเปลี่ยนแปลงไปตามวัย การดูแลแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์สภาพผิวเหมือนที่ผ่านมา การดูแลผิวแห้งในผู้สูงวัยจึงควรคำนึงถึงทั้งการรักษาความชุ่มชื้น การลดสิ่งที่รบกวนผิว และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้ผิวอยู่ในสภาพที่สมดุลและดูสุขภาพดีขึ้น โดยสามารถเริ่มดูแลได้จาก 5 แนวทางต่อไปนี้
มอยส์เจอไรเซอร์เป็นส่วนสำคัญในการดูแลผิวแห้ง เพราะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว ควรมองหาส่วนผสมอย่าง เซราไมด์ กลีเซอรีน ยูเรีย หรือกรดไฮยาลูโรนิก และเลือกเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับระดับความแห้งของผิว โดยผิวที่แห้งมากอาจเหมาะกับเนื้อครีมหรือขี้ผึ้งมากกว่าโลชั่น ควรทาหลังอาบน้ำขณะที่ผิวยังมีความชื้นเล็กน้อย เพื่อช่วยเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: ครีมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแห้ง เลือกอย่างไรดี
ควรหลีกเลี่ยงสบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่ชะล้างผิวมาก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมซึ่งอาจรบกวนผิวในบางคน และเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิวแทน ขณะอาบน้ำไม่ควรถูหรือขัดผิวแรง เพราะผิวในผู้สูงวัยมีการเปลี่ยนแปลงของเกราะปกป้องผิวและอาจระคายเคืองได้ง่ายขึ้น
นอกจากการทาผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นโดยไม่จำเป็น เช่น อาบน้ำร้อนจัด อาบน้ำนาน หรืออยู่ในสภาพอากาศแห้งเป็นเวลานาน หากอากาศภายในบ้านแห้งมาก อาจพิจารณาปรับความชื้นภายในห้องให้เหมาะสม รวมถึงดูแลให้ร่างกายได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอตามความเหมาะสมของแต่ละคน
แสงแดดเป็นปัจจัยภายนอกที่มีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อสะสมเป็นเวลานาน จึงควรลดการสัมผัสแดดจัด สวมเสื้อผ้าที่ช่วยปกปิดผิว เลือกอยู่ในบริเวณที่มีร่มเงา และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เหมาะกับบริเวณผิวที่ต้องสัมผัสแดดเป็นประจำ
การเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เราสามารถลดปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ผิวดูเสื่อมเร็วขึ้นได้ เช่น ไม่สูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้หลากหลายโดยเน้นผัก ผลไม้ และแหล่งโปรตีน รวมถึงหลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือเกาผิวแรง ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ควรทำควบคู่กับการเติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากแสงแดด เพื่อช่วยดูแลผิวให้คงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นเมื่ออายุมากขึ้น
ผิวของผู้สูงวัยมีความบอบบางและตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวต่างจากเดิม การดูแลจึงไม่ใช่แค่เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ แต่ควรใส่ใจกับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในแต่ละวัน เพื่อช่วยลดการเสียดสีและการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย
ผิวแห้งในผู้สูงอายุ เกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยร่วมกับพฤติกรรมและปัจจัยแวดล้อม การเลือกมอยส์เจอไรเซอร์และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะสม รวมถึงปรับพฤติกรรมและปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยคงความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และดูแลผิวให้ดูสุขภาพดีตามวัย
หากผิวยังคงแห้ง คัน หรือระคายเคืองแม้ปรับการดูแลแล้ว สามารถเข้ารับการประเมินที่ BSL Clinic เพื่อดูสภาพผิวและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ก่อนวางแผนการดูแลให้เหมาะกับลักษณะผิวและปัญหาของแต่ละคนได้
เขียนบทความโดย
นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล (Wutinan Sithipolvanichgul, M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678
อ้างอิง : สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (Dermatological Society of Thailand)
การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในผู้สูงวัย/
การดูแลผิวเพื่อชะลอความเสื่อมสภาพ
แนะนำให้หลีกเลี่ยงครีมบำรุงทั่วไปที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารระคายเคืองอื่น ๆ เพราะผิวผู้สูงอายุมักบอบบางและแพ้ง่ายขึ้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เน้นให้ความชุ่มชื้นและช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว เช่น
Ceramide ช่วยเสริมชั้นปกป้องผิว
Urea ในความเข้มข้นที่เหมาะสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแห้งแตก
Hyaluronic Acid ช่วยเก็บน้ำไว้ในผิว
Allantoin หรือ Panthenol ช่วยปลอบประโลมผิวที่แดง คัน หรือระคายเคือง
ควรทาครีมหลังอาบน้ำภายในประมาณ 5 นาที ขณะที่ผิวยังหมาด ๆ เพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้น
ผิวบางลงอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามวัย แต่มีข้อควรระวังคือ ผิวจะบาดเจ็บได้ง่ายกว่าเดิม แค่ถูแรงหรือเกาเบา ๆ ก็อาจเกิดแผลถลอก รอยช้ำ หรือผิวอักเสบได้ และในบางรายเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น
แนะนำให้อาบน้ำด้วยน้ำอุณหภูมิอุ่น ไม่ร้อนจัด และไม่ควรอาบน้ำนานเกินไป เลี่ยงสบู่หรือครีมอาบน้ำที่มีฟองมากหรือมีน้ำหอมแรง ๆ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่ดึงน้ำมันธรรมชาติบนผิวออกมากเกินไป หลังซับตัวให้แห้งเบา ๆ ให้ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันที
ผิวแห้งมักมาพร้อมอาการคัน โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น แห้ง หรือหลังอาบน้ำ หากคันมากจนต้องเกาบ่อย ๆ อาจทำให้ผิวถลอกและเกิดการติดเชื้อได้ ควรเน้นการทาครีมบำรุงให้สม่ำเสมอ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระคายเคือง เช่น ผ้าฝ้าย และตัดเล็บให้สั้นเพื่อลดการเกาแรง ถ้ามีผื่นแดง น้ำเหลือง หรือคันรุนแรงควรให้แพทย์ช่วยประเมิน
ในบางคน ผิวแห้งอาจเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือภาวะต่อมไทรอยด์ รวมถึงยาบางกลุ่มที่มีผลให้ผิวสูญเสียน้ำได้ง่าย หากผิวแห้งมากผิดปกติ เริ่มแตกเป็นแผล หรือมีอาการผิดปกติร่วมกับอาการทางร่างกายอื่น ควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบเพื่อตรวจประเมินภาพรวม
แม้ผู้สูงวัยบางคนจะไม่ได้ออกแดดจัดเป็นเวลานาน แต่แสงแดดอ่อน ๆ ในชีวิตประจำวันหรือแสงผ่านกระจกก็มีผลต่อผิวได้ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า มือ และแขน การใช้ครีมกันแดดที่อ่อนโยนเหมาะกับผิวแห้งและผิวบอบบางในตอนเช้า ร่วมกับการใส่เสื้อผ้าปกป้องผิว ช่วยลดโอกาสผิวแห้งเสียสะสมและจุดด่างดำในระยะยาว
ผู้ดูแลสามารถช่วยสังเกตได้จาก
ผิวลอกเป็นขุยชัดเจน โดยเฉพาะที่แขน ขา และหน้าแข้ง
มีรอยเกา รอยถลอก หรือรอยช้ำง่าย
ผู้สูงวัยบ่นคันบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือหลังอาบน้ำ
หากพบว่าผิวเริ่มแตกเป็นแผล มีสะเก็ดหนา น้ำเหลือง หรือบวมแดง ควรรีบพาไปพบแพทย์
ในช่วงอากาศแห้งควรเน้น
ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บ่อยขึ้น โดยเฉพาะหลังอาบน้ำและก่อนนอน
ลดการเปิดแอร์แรงหรือโดนลมเย็นโดยตรงนาน ๆ
เลือกเสื้อผ้าที่ไม่เสียดสีกับผิวมากเกินไป
ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน (ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านน้ำดื่มจากโรคประจำตัว)
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์หรือใช้แทนการพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพผิวหรือหนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง








Call Center : +66993438666
Line ID : @bslclinic
Whatsapp : +66620136667
bslclinic.com
Copyright © 2015 www.bslclinic.com All Rights Reserved.