[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
ดูดไขมัน

9 ข้อ เตรียมตัวก่อนดูดไขมัน ให้คุณกลับมามั่นใจขึ้น

การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหัตถการที่ช่วยปรับสัดส่วนโดยการนำไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักโดยตรง การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายยังคงสำคัญหลังทำ

เตรียมตัวก่อนดูดไขมัน

1.การดูดไขมันคืออะไร ?

เพื่อเป็นการปรับรูปร่างหรือการลดไขมันส่วนเกินออก จึงไม่ใช่เป็นการลดน้ำหนักครับ การลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือการออกกำลังการร่วมกับการควบคุมอาหารดังนั้นหลังดูดไขมันจึงควรออกกำลังกายร่วมกับการควบคุมอาหารควบคู่กันด้วย (เพิ่มเติม รีวิวการดูดไขมัน (Liposuction) คำถามก่อนดูดไขมัน https://pantip.com/topic/31984563)
 
เตรียมตัวก่อนดูดไขมัน

2. ใครควรทำ และผลการรักษาหลังทำเป็นอย่างไร?

คนไข้บางคนที่ควบคุมน้ำหนักแล้วแต่ก็ยังมีไขมันส่วนเกินอยู่อยากให้รูปร่างดูดี มีความโค้งเว้ามากขึ้นแบบนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะในการดูดไขมัน (good candidate)โดยแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินผลการรักษาด้วยครับ(ดั้งนั้นแพทย์ควรแนะนำคนไข้ที่จะทำการดูดไขมันว่าวิธีนี้เหมาะสมหรือไม่หรือวิธีอื่นเหมาะสมกว่า และที่สำคัญคือว่าคนไข้จะได้ผลตรงตามจุดประสงค์ของคนไข้ไหม ถามหมอที่ท่านรักษาได้เลยครับ

ดูดไขมันต้องตรวจเลือดไหม ?

3. ต้องตรวจเลือดไหม ?

ทางที่ดีควรมีการตรวจเลือดเช่น การตรวจเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด (CBC with platelet count) การแข็งตัวของเลือด ( PT, PTT, TT) เกลือแร่ในร่างกาย และการทำงานของตับ (Electrolyte, Liver Function Test) ตรวจการตั้งครรภ์ (Pregnancy Test) การติดเชื้อเช่น เอดส์และไวรัสตับอักเสบบี (Anti-HIV and Hepatitis B) ร่วมถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG โดยทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ก่อนการทำหัตถการ (การตรวจอาจมีมากน้อยตามโรคประจำตัวของคนไข้ด้วย

เตรียมตัวก่อนดูดไขมัน ควรงดยาก่อนผ่าตัดไหม ?

4. ควรงดยาก่อนผ่าตัดไหม ?

เช่น ยาละลายลิ่มเลือดหรือรบกวนการแข็งตัวของเลือด (Aspirin, Warfarin) ยาแก้ปวด (NSAID) วิตามิน อี(Vitamin E) และยาที่มีผลต่อตับ เช่น ยาสมุนไพรต่างๆ (Herbal remedies) ควรหยุดทานก่อนการผ่าตัด

ดูดไขมัน ค่าใช้จ่ายในการรักษาและหลังการรักษา ?

5. ค่าใช้จ่ายในการรักษาและหลังการรักษา ?

ขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น สถานที่ ปริมาณไขมัน ตำแหน่ง และเทคนิคและความชำนาญของแพทย์ จึงไม่มีราคาที่แน่ชัด

ดูดไขมัน ความรู้สึกระหว่างทำเป็นอย่างไร?

6. ความรู้สึกระหว่างทำเป็นอย่างไร?

สามารถวางยาสลบหรือการใช้ยาชาเฉพาะที่ก็ได้ โดยปกติมักทำแบบการใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยานอนหลับ หลังทำสามารถกลับบ้านในวันนั้นได้ กรณีที่มีการดมยาสลบ อาจจำเป็นในผู้ใช้บริการที่ต้องการดูดไขมันในปริมาณมาก เช่น 5 ลิตรขึ้นไป หรือขณะดูดไขมันต้องนอนคว่ำ (กลัวเรื่องการหายใจ)

ดูดไขมัน ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น?

7. ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น?

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง ดังนั้นควรมีการเตรียมพร้อมที่ดี และแพทย์ผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการทำเป็นสำคัญ โดยอาจเกิดการติดเชื้อ, บวม, หรือแทงเครื่องมือทะลุเยื่อบุช่องท้อง, หรืออาหารชาบริเวณที่ดูดไขมัน, โดยผลข้างเคียงที่รุนแรงที่สุด คือ ไขมันอุดตันเส้นเลือด ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ครับ (U S Food and Drug Administration,2012) แต่หลังทำผู้ใช้บริการมักจะบอกว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิด มีคนจากกระทู้ถามว่า ผิวไม่เรียบเกิดจากอะไร เกิดเนื่องจากเทคนิคในการดูดไขมัน โดยถ้ามีความชำนาญและการดูดไขมันมีความสม่ำเสมอในชั้นเดียวกันของไขมันโอกาสเกิดผลข้างเคียงจึงน้อย (เพิ่มเติม รีวิวการดูดไขมัน (Liposuction) คำถามก่อนดูดไขมัน https://pantip.com/topic/31984563)

คืนก่อนผ่าตัดดูดไขมันควรทำอย่างไร ?

8.คืนก่อนผ่าตัดควรทำอย่างไร ?

พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้สบายไม่ต้องกังวลครับ ถ้าคุณได้วางแผนและการเตรียมพร้อมการรักษาเป็นย่างดีแล้ว ผลลัพธ์ออกมาดีแน่ ในคนไข้บางคนอาจให้ยานอนหลับคืนก่อนการรักษาเพราะความตื่นเต้นกังวลอาจทำให้นอนพักผ่อนไม่เพียงพอดูเป็นกรณีไปครับ

ดูดไขมัน ต้องหยุดงานไหม ?

9. ต้องหยุดงานไหม ?

แนะนำให้หยุดงาน 3 วันขึ้นไปสำหรับการเปลี่ยนแผลและความสะดวกของคนไข้ แต่หลังทำคนไข้สามรถเดินหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ(ถ้าไหวก็ทำงานได้เลยขออย่างน้อย 2-3วัน)หลังทำคนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล เว้นในกรณีที่มีการดูดไขมันในปริมาณที่มากหรือมีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

เตรียมตัวก่อนดูดไขมัน

สรุป

การดูดไขมันไม่ใช่เรื่องเล็ก แม้จะเป็นหัตถการที่ทำได้ภายในวันเดียว แต่การเตรียมตัวและการประเมินจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผลลัพธ์ปลอดภัยและเหมาะกับร่างกายแต่ละคน การออกกำลังการร่วมกับการควบคุมอาหารเป็นสิ่งสำคัญในการดูเเลสุขภาพ

เขียนบทความโดย

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล (Wutinan Sithipolvanichgul, M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678

คำถามที่พบบ่อย เมื่อต้องตัดสินใจว่าการดูดไขมันเหมาะกับตัวเองหรือไม่

การดูดไขมันไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักโดยตรง เป้าหมายหลักคือช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก เหนียง เพื่อปรับรูปร่างให้สมส่วนและบาลานซ์มากขึ้น เหมาะกับคนที่น้ำหนักค่อนข้างคงที่แล้ว แต่มีสัดส่วนบางจุดลดเองได้ยาก

การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตยังคงเป็นพื้นฐานของการดูแลน้ำหนักตัว ส่วนการดูดไขมันมักใช้เป็นขั้นตอนเสริมเพื่อลดไขมันเฉพาะส่วนที่ยังไม่ตอบสนองต่อการดูแลทั่วไป หากเป้าหมายหลักคือการลดน้ำหนักจำนวนมาก อาจต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรมก่อน แล้วค่อยประเมินการดูดไขมันในลำดับต่อไป

โดยทั่วไปการดูดไขมันมักทำแบบหัตถการวันเดียวและกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลในทุกเคส ยกเว้นกรณีที่มีการดูดไขมันปริมาณมาก ทำหลายตำแหน่ง หรือมีโรคประจำตัวบางอย่างที่แพทย์พิจารณาว่าควรสังเกตอาการใกล้ชิดมากขึ้น

กลุ่มที่อาจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ยังควบคุมได้ไม่ดี ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์การลดน้ำหนักรวดเร็วในเวลาอันสั้น หรือผู้ที่ไม่สามารถปรับพฤติกรรมเรื่องอาหารและการเคลื่อนไหวร่างกายได้เลย การพูดคุยกับแพทย์เรื่องเป้าหมายและข้อจำกัด จะช่วยประเมินได้ว่าการดูดไขมันเหมาะหรือควรเริ่มจากวิธีอื่นก่อน

ระดับความยืดหยุ่นของผิวแต่ละคนไม่เท่ากัน ปัจจัยอย่างอายุ น้ำหนักที่ลดลงมาก่อนหน้า และพื้นฐานผิวมีผลต่อการกลับมากระชับหลังดูดไขมัน ในบางคนผิวสามารถหดตัวกลับได้ดี แต่ในบางกรณีอาจเกิดความหย่อนเล็กน้อย แพทย์อาจแนะนำการใส่ชุดกระชับ การดูแลผิว หรือหัตถการบางอย่างร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น

เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปแล้วจะไม่กลับมาในตำแหน่งเดิมในแบบเดิม แต่หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในภาพรวม ร่างกายยังสามารถสะสมไขมันในส่วนอื่นเพิ่มได้ การคุมอาหาร การขยับร่างกาย และการดูแลน้ำหนักให้สมดุลหลังทำ จะช่วยให้ผลลัพธ์จากการดูดไขมันอยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ

กรณีที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือใช้ยาบางชนิดอยู่เป็นประจำ ควรแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้แพทย์ทราบก่อนตัดสินใจ แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยง ประเมินความพร้อมของร่างกาย และอาจขอผลตรวจเพิ่มเติม หรือปรึกษาร่วมกับแพทย์ด้านอื่นก่อนว่าเหมาะกับการทำหัตถการหรือไม่

ควรเตรียมข้อมูลน้ำหนักตัวโดยประมาณ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ จุดที่กังวลเรื่องสัดส่วน และรูปถ่ายมุมต่าง ๆ เพื่อใช้เปรียบเทียบก่อน–หลัง ระหว่างปรึกษาสามารถถามเกี่ยวกับขั้นตอน ระยะพักฟื้น ข้อจำกัด และผลลัพธ์โดยประมาณ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมก่อนตัดสินใจว่าจะดูดไขมันเหมาะกับตัวเองหรือไม่

โดยมากสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ในไม่กี่วันแรกหลังทำ ส่วนกิจกรรมหนักหรือการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก มักแนะนำให้เว้นช่วงประมาณหลายสัปดาห์ เพื่อให้แผลและเนื้อเยื่อใต้ผิวฟื้นตัว การใส่ชุดกระชับตามระยะเวลาที่ได้รับคำแนะนำช่วยให้ลดอาการบวมและสัดส่วนเข้าที่ได้ดีขึ้น

สามารถเริ่มจากการปรึกษาและประเมินร่างกายก่อน โดยบอกเป้าหมายที่ต้องการ เช่น อยากเก็บส่วนไหนเป็นพิเศษ มีเวลาและไลฟ์สไตล์แบบไหน เคยลองวิธีใดมาบ้างแล้ว แพทย์จะช่วยประเมินว่าการดูดไขมันเป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือไม่ หรือควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วยแทนในช่วงแรก

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์หรือใช้แทนการพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพผิวหรือหนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

หากกำลังชั่งใจว่าควรดูดไขมันดีไหม หรือไม่แน่ใจว่ารูปร่างและสุขภาพตอนนี้เหมาะกับการทำหรือเปล่า สามารถส่งรูปสัดส่วนในมุมที่กังวล พร้อมเล่าเป้าหมายที่ต้องการเปลี่ยนแปลง และลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันได้ที่