

Oxidative Stress คือ ภาวะที่อนุมูลอิสระและระบบต้านอนุมูลอิสระในร่างกายเสียสมดุล หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า “ภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ” จนเกิดกระบวนการที่อาจรบกวนส่วนประกอบสำคัญของผิว เช่น ไขมัน โปรตีน และสารพันธุกรรม เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจมีส่วนทำให้โครงสร้างและการทำงานของผิวเปลี่ยนแปลง รวมถึงเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย
แม้ Oxidative Stress จะเป็นกระบวนการที่มองไม่เห็นจากภายนอก แต่ผลที่สะสมอาจสะท้อนออกมาผ่านสภาพผิวได้ แล้วภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? มีปัจจัยอะไรที่ทำให้ Oxidative Stress เพิ่มขึ้น และเราจะดูแลผิวเพื่อลดผลกระทบได้อย่างไร? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจทีละส่วน ตามมาหาคำตอบกันได้เลย
แอปเปิ้ลที่ปอกแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เนยที่เกิดกลิ่นหืน หรือเหล็กที่เกิดสนิม ล้วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการออกซิเดชัน (Oxidation) แม้กระบวนการในร่างกายจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบเดียวกับตัวอย่างเหล่านี้ทั้งหมด แต่ช่วยให้เห็นภาพได้ว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชันสามารถทำให้สารต่าง ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในร่างกาย หากการเกิดสารออกซิไดซ์มีมากเกินกว่าระบบต้านอนุมูลอิสระจะรับมือได้ สมดุลอาจถูกรบกวนและนำไปสู่ Oxidative Stress หรือภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระในที่สุด
Oxidative Stress สามารถเพิ่มขึ้นได้จากทั้งกระบวนการภายในร่างกายและสิ่งที่เราสัมผัสในชีวิตประจำวัน โดยบางปัจจัยเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ขณะที่บางอย่างสามารถลดหรือหลีกเลี่ยงได้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
เมื่อ Oxidative Stress เกิดขึ้นต่อเนื่อง อนุมูลอิสระที่มากเกินสมดุลอาจรบกวนส่วนประกอบสำคัญของผิว และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและการทำงานของผิวตามวัย โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผิว มีดังนี้
เมื่อร่างกายเผชิญ ภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ การดูแลสุขภาพโดยรวมและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อาจช่วยลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ พร้อมสนับสนุนสุขภาพผิวโดยรวมได้ โดยสามารถเริ่มจากแนวทางเหล่านี้




อาหารหลายชนิดมีสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับระบบต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีสีสันต่าง ๆ รวมถึงธัญพืช ถั่ว และเมล็ดพืช การรับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม ไม่ว่าจะเป็น
ทั้งนี้ การรับประทานอาหารเพียงชนิดเดียวไม่ได้สามารถควบคุม Oxidative Stress ได้โดยตรง แต่การรับประทานอาหารที่หลากหลายร่วมกับการดูแลสุขภาพโดยรวม เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนสมดุลของร่างกายได้
Oxidative Stress คือภาวะที่เกิดจากความไม่สมดุลระหว่าง “อนุมูลอิสระ” และ “ระบบต้านอนุมูลอิสระ” ในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนประกอบสำคัญของผิว และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย เช่น ความยืดหยุ่นที่ลดลง ริ้วรอย หรือสภาพผิวที่ดูไม่สดใส
การดูแลผิวเพื่อลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ Oxidative Stress สามารถเริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น รับประทานอาหารให้หลากหลาย พักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียด และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจเพิ่มอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยสนับสนุนสมดุลของร่างกายและสุขภาพผิวโดยรวม
เขียนบทความโดย
พญ.วิภาณี อัครภูษิต (Wipanee Akarapusit M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39676
เกิดขึ้นกับทุกคนได้ เพราะร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ และมีระบบต้านอนุมูลอิสระช่วยควบคุมสมดุล แต่เมื่ออนุมูลอิสระมีมากเกินไป อาจเกิดภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์และการเสื่อมของผิวตามวัย
ภาวะ Oxidative Stress คือภาวะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวานบางประเภท ภาวะเสื่อมของระบบประสาท รวมถึงมะเร็งบางชนิด การลดปัจจัยเสี่ยงและเสริมสมดุลของระบบต้านอนุมูลอิสระจึงเป็นเรื่องสำคัญในระยะยาว
โดยทั่วไปภาวะนี้มักไม่มีอาการจำเพาะเจาะจง แต่สัญญาณที่อาจพบร่วมด้วย เช่น รู้สึกอ่อนเพลียง่าย ป่วยติดเชื้อเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อย ผิวพรรณดูหมองหรือฟื้นตัวช้าหลังโดนแดดหรือพักผ่อนน้อย มีอาการอักเสบหรือระคายเคืองซ้ำ ๆ ในบางส่วนของร่างกาย อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่ามี Oxidative Stress หรือไม่ควรอาศัยการประเมินด้านสุขภาพโดยรวมร่วมกับแพทย์
แนวทางสำคัญคือการลดปัจจัยที่ก่ออนุมูลอิสระ และเสริมระบบต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย เช่น
รับประทานอาหารที่หลากหลาย โดยเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี
ลดอาหารทอด มันจัด หวานจัด และอาหารแปรรูป
ออกกำลังกายสม่ำเสมอในระดับที่เหมาะกับสุขภาพ
พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด
หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ มลพิษ และการตากแดดจัดโดยไม่ป้องกัน
สารต้านอนุมูลอิสระมีหลายกลุ่ม เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน กลูตาไธโอน รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ที่พบได้ในผัก ผลไม้หลากสี ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และเมล็ดพืช การรับจากอาหารที่หลากหลายมักเป็นวิธีที่เหมาะสมในภาพรวม สำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางชนิดอยู่แล้ว
สกินแคร์อาจมีส่วนช่วยดูแลผิวจากผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับ Oxidative Stress ได้ โดยเน้นการเสริมเกราะปกป้องผิว เติมความชุ่มชื้น และดูแลผิวจากปัจจัยภายนอก ส่วนผสมที่มักพบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เช่น วิตามินซี (Vitamin C) วิตามินอี (Vitamin E) ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) หรือสารสกัดจากพืชบางชนิด อาจมีบทบาทในการดูแลผิวและช่วยเสริมการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสูตรผลิตภัณฑ์ สภาพผิว และการดูแลร่วมกันในชีวิตประจำวัน
มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการบางประเภทที่ใช้ประเมินภาวะ Oxidative Stress หรือระดับสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิดในร่างกาย อย่างไรก็ตาม การแปลผลควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคประจำตัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และยาที่ใช้อยู่ ไม่ควรใช้ผลเลือดเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจด้านสุขภาพระยะยาว
กลุ่มที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษสูง ผู้ที่มีโรคเรื้อรังบางชนิด ผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพอ เครียดสะสม หรือรับประทานอาหารไม่หลากหลาย หากเป็นกลุ่มนี้ การปรับพฤติกรรมร่วมกับการติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดผลกระทบจาก Oxidative Stress ได้ในระยะยาว
วิธีลดความเสี่ยงจาก Oxidative Stress คือการเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น
เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหาร
ลดการดื่มน้ำหวานและอาหารทอดลงทีละน้อย
ขยับร่างกายให้ได้อย่างน้อยวันละเล็กน้อยสม่ำเสมอ
จัดเวลาเข้านอนให้คงที่มากขึ้น
เมื่อเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แล้วจึงค่อยต่อยอดไปสู่การปรับพฤติกรรมด้านอื่น และหากมีโรคประจำตัวหรือกังวลเรื่องสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะกับแต่ละคน
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์หรือใช้แทนการพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพผิวหรือหนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง








Call Center : +66993438666
Line ID : @bslclinic
Whatsapp : +66620136667
bslclinic.com
Copyright © 2015 www.bslclinic.com All Rights Reserved.