โทรปรึกษาฟรี add LINE รับโปรลูกค้าใหม่
Add LINE Chat on WhatsApp Chat on WeChat
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
retinol เรตินอล คืออะไร

เรตินอล (Retinol) คืออะไร? ช่วยอะไร? เหมาะกับปัญหาผิวของคุณหรือไม่?

“เรตินอล” (Retinol) หนึ่งในสารบำรุงผิวกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Vitamin A Derivatives) ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะมีประโยชน์ในการดูแลผิวที่หลากหลาย เช่น ริ้วรอย ปัญหาสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ และคุณภาพผิวโดยรวม จนทำให้เกิดคำถามว่าจริง ๆ แล้วสารบำรุงผิวตัวนี้ดีจริงไหม เหมาะกับปัญหาผิวที่ตัวเองเผชิญอยู่หรือไม่

 

ในบทความนี้จะชวนมาทำความรู้จักกับสารบำรุงกันมากขึ้นว่า ช่วยดูแลปัญหาผิวด้านใดบ้าง มีวิธีใช้ให้เห็นผลต้องทำอย่างไร และเมื่อใดที่อาจควรพิจารณาแนวทางการดูแลผิวในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลผิวได้อย่างเหมาะสมและตอบโจทย์ในระยะยาว

สารบัญ

ทำไมถึงเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในการดูแลผิว?

ทำไมเรตินอลจึงเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในการดูแลผิว

แม้จะเป็นส่วนผสมที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่การทำความเข้าใจกลไกการทำงาน ประโยชน์ในการดูแลผิว ข้อจำกัด หรือการเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายการดูแลผิวยังเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจเลือกใช้

เรตินอลคืออะไร? ทำความเข้าใจกลไกการทำงานและประโยชน์ต่อผิว

เรตินอล คือ อนุพันธ์วิตามินเอในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) ซึ่งเป็นกลุ่มสารที่ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางในวงการแพทย์ผิวหนังว่ามีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และหนังแท้ (Dermis) เช่น การผลัดผิว การลดการอุดตันภายในรูขุมขน การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้เป็นหนึ่งในสารบำรุงผิวที่สามารถช่วยดูแลปัญหาผิวได้หลากหลาย

เรตินอลทำงานอย่างไรกับผิว?

how retinol works กลไกการทำงานเรตินอล

เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมนี้ และซึมผ่านชั้นผิวหนังกำพร้า จะเปลี่ยนสภาพเป็นกรดเรติโนอิก (Retinoic Acid) ซึ่งเป็นรูปแบบการออกฤทธิ์ที่ผิวสามารถนำไปใช้ได้ โดยไปจับกับตัวรับกรดเรติโนอิกในชั้นผิว (Retinoic Acid Receptors) ซึ่งมีความสำคัญเกี่ยวกับการผลัดผิวตามธรรมชาติในผิวชั้นหนังกำพร้า และการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังจากใช้สารบำรุงนี้มักค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการใช้อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับวิธีการดูแลผิวที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์การดูแลผิวที่ชัดเจน

ต่างจาก "เรตินอยด์" หรือไม่?

หลายคนอาจเข้าใจว่า “เรตินอล” และ “เรตินอยด์” คือสิ่งเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วเรตินอยด์เป็นชื่อเรียกของกลุ่มสารอนุพันธ์วิตามินเอ ส่วนเรตินอลเป็นเพียงหนึ่งในนั้น

นอกจากนี้ กลุ่มเรตินอยด์ยังมีสารประเภทอื่น ๆ ที่พบได้บ่อย เช่น เรตินิล เอสเตอร์ (Retinyl Esters) เรตินาลดีไฮด์ (Retinaldehyde) เทรติโนอิน (Tretinoin) อะดาพาลีน (Adapalene) ทาซาโรทีน (Tazarotene) ไตรฟาโรทีน (Trifarotene) โดยมีระดับความแรง การออกฤทธิ์ วิธีใช้ และข้อควรระวังที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งบางชนิดพบได้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทั่วไป ขณะที่บางชนิดจัดเป็นยาที่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ตัวอย่างสารในกลุ่มเรตินอยด์และการใช้งานโดยทั่วไป:
ประเภทสาร ศักยภาพในการออกฤทธิ์โดยประมาณ โอกาสการระคายเคือง จำเป็นต้องดูแลโดยแพทย์/เภสัชกร เหมาะสำหรับ

เรตินิล เอสเตอร์ (Retinyl Esters)

อ่อนมาก

ต่ำ

incorrect

ผู้เริ่มต้นใช้หรือผู้ที่มีสภาพผิวบอบบาง

เรตินอล (Retinol)

อ่อน-ปานกลาง

ต่ำ-ปานกลาง

incorrect*แต่ปรึกษาแพทย์ได้ ในกรณีผิวระคายเคืองง่ายหรือมีโรคผิวหนัง

ผู้เริ่มต้นใช้เพื่อดูแลปัญหาสิว ริ้วรอยตื้น ๆ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

*แนะนำเริ่มใช้จากความเข้มข้นต่ำและปรับความถี่อย่างค่อยเป็นค่อยไป

เรตินาลดีไฮด์ (Retinaldehyde/Retinal)

ปานกลาง

ปานกลาง

incorrect*แต่ควรใช้อย่างระมัดระวัง

ผู้ที่เคยใช้มาก่อน
และต้องการการออกฤทธิ์ที่เพิ่มขึ้น

เทรติโนอิน (Tretinoin)

สูง

สูง

correct

ดูแลสิวอุดตัน / สิวอักเสบ หรือดูแลปัญหาผิวเสื่อมจากแสงแดด (Photoaging) เช่น ริ้วรอย

*อาจทำให้ผิวไวต่อแสงเร็วขึ้น ควรใช้ควบคู่กับกันแดดเป็นประจำ

อะดาพาลีน (Adapalene)

ปานกลาง-สูง

ปานกลาง

correct

ปัญหาสิว โดยเฉพาะสิวอุดตันและสิวอักเสบ

ทาซาโรทีน (Tazarotene)

สูง

สูง

correct

ปัญหาสิว ผิวเสื่อมสภาพจากแสงแดด หรือโรคผิวหนังบางชนิด เช่น สะเก็ดเงิน

ไตรฟาโรทีน (Trifarotene)

ค่อนข้างสูงและออกฤทธิ์จำเพาะ

ปานกลาง-สูง

correct

ปัญหาสิวทั้งใบหน้าและลำตัว เช่น หน้าอก แผ่นหลัง

* ตารางนี้สรุปกลุ่มเรตินอยด์ที่พบได้บ่อย โดยแยกตามระดับการออกฤทธิ์แบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้เลือกได้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายการดูแลผิวมากขึ้น ทั้งนี้ศักยภาพในการออกฤทธิ์ขึ้นกับสูตรผลิตภัณฑ์ ความเข้มข้น และการตอบสนองของผิวแต่ละคน

ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

เรตินอล ช่วยอะไรได้บ้างนั้น ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยส่งเสริมการผลัดผิวชั้นนอกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงนิยมนำมาใช้ในการดูแลปัญหาผิวหลายด้าน ดังนี้

ลดเลือนริ้วรอยและสัญญาณผิวที่เสื่อมตามวัย

สารที่ช่วยชะลอผิวที่เสื่อมตามวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกพูดถึงบ่อยที่สุด เนื่องจากมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวโดยรวม ปัญหาริ้วรอยตื้น ๆ จึงดูจางลงเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

ดูแลคุณภาพผิว

การใช้สารบำรุงนี้อย่างต่อเนื่องช่วยดูแลคุณภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้นได้โดยลดความหยาบกร้านของผิวผ่านกระบวนการผลัดผิวตามธรรมชาติ

ปัญหาสิว

เนื่องจากมีบทบาทในการลดการอุดตันภายในรูขุมขนผ่านกระบวนการผลัดผิวชั้นนอกตามธรรมชาติ จึงมักถูกนำมาใช้รักษาสิวในผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายหรือผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตัน 

ลดเลือนรอยสิวให้จางลง

ในบางกรณีที่สิวหายและทิ้งรอยสิวเอาไว้ การใช้อย่างต่อเนื่องอาจช่วยให้รอยสิว โดยเฉพาะรอยดำสิวดูจางลงและสีผิวมีความสม่ำเสมอมากขึ้นได้ ทั้งนี้หากเป็นรอยหลุมสิว แนะนำพบแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป 

ปัญหาจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

หนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือจุดด่างดำบางประเภท โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความลึกของเม็ดสี และปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล

เหมาะกับใคร? และปัญหาผิวแบบไหนที่มักตอบสนองได้ดี?

ด้วยคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของผิวโดยตรงทั้งการผลัดผิวชั้นนอก การลดการอุดตันในรูขุมขน รวมถึงมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้สารบำรุงผิวนี้มักเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกนำมาใช้ในผู้ที่มีปัญหาผิวดังต่อไปนี้

เรตินอล เหมาะกับใคร

อย่างไรก็ตาม การใช้เรตินอลนั้นเหมาะกับดูแลปัญหาผิวในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง และต้องอาศัยการใช้อย่างต่อเนื่องจึงจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้

หากมีปัญหาผิวที่รุนแรงหรือซับซ้อน เช่น สิวอักเสบ ฝ้า หลุมสิว ผิวหย่อนคล้อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวในระดับที่ลึกกว่า การใช้สารบำรุงนี้เพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัด และอาจต้องพิจารณาแนวทางการดูแลเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ ผู้ที่มีผิวบอบบาง ระคายเคืองง่าย หรือมีโรคผิวหนังบางชนิด ควรศึกษาข้อมูล ข้อควรระวัง และวิธีใช้อย่างเหมาะสมก่อนเริ่มใช้

ยังไม่แน่ใจว่าปัญหาผิวของคุณเหมาะกับเรตินอลหรือไม่?
ปรึกษาเพื่อประเมินสภาพผิวเบื้องต้นได้ที่ BSL

ทำไมบางคนใช้แล้วไม่เห็นผล?

แม้ว่าจะเป็นสารบำรุงผิวที่ช่วยดูแลปัญหาผิวได้หลากหลาย แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยสาเหตุที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าใช้แล้วไม่เห็นผลอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

ใช้ระยะเวลาไม่เพียงพอ

ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือสัญญาณผิวเสื่อมตามวัย

ความถี่ไม่เหมาะสม

การใช้ไม่ต่อเนื่อง หรือมีการหยุดใช้กลางคันอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ช้ากว่าที่คาดหวังไว้ ในทางกลับกันหากใช้ถี่เกินไป อาจส่งผลข้างเคียงต่อผิวได้ เช่น ผิวแห้ง ผิวระคายเคือง ฉะนั้นจึงแนะนำให้ใช้ด้วยความถี่ที่เหมาะสมตามที่ผิวรับได้ 

เลือกความเข้มข้นไม่เหมาะกับผิว

เพราะสารบำรุงนี้มีหลายความเข้มข้นและหลายรูปแบบ หากเลือกสูตรที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว อาจทำให้รู้สึกว่าเห็นผลช้า หรือเกิดการระคายเคืองจนไม่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง

ดูแลผิวพื้นฐานไม่เพียงพอ

เช่น การใช้ครีมกันแดด การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ผิวปรับตัวต่อสารบำรุงนี้ได้ดีขึ้น และช่วยลดปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผิวในระยะยาว

ปัญหาผิวไม่เหมาะกับการดูแลด้วยเรตินอลเพียงอย่างเดียว

โดยเฉพาะปัญหาผิวที่มีความซับซ้อน เช่น หลุมสิวลึก ฝ้าบางประเภท ผิวหย่อนคล้อย ร่องลึก ซึ่งอาจต้องการวิธีดูแลอื่นร่วมด้วยหรือปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและลักษณะปัญหาผิวพร้อมพิจารณาแนวทางการดูแลที่เหมาะสม

ต้องใช้นานแค่ไหนจึงเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง?

ต้องใช้เรตินอลนานแค่ไหนจึงเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง

เพราะการเห็นผลเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและต้องอาศัยความต่อเนื่องในการใช้งาน การคาดหวังให้เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงของผิวภายในระยะเวลาไม่กี่วันหรือสัปดาห์อาจเป็นไปได้ยาก

โดยในช่วงสัปดาห์แรกของการใช้ ผู้ใช้จะเผชิญกับผลข้างเคียงบางประการได้เล็กน้อย เช่น ผิวแห้ง ผิวลอก ระคายเคืองผิว เนื่องจากเป็นช่วงที่ผิวกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว หลังจากนั้นประมาณ 4-12 สัปดาห์ จะเริ่มสังเกตว่าผิวมีความเรียบเนียนมากขึ้น สัญญาณริ้วรอยเล็ก ๆ ลดน้อยลง ความผิดปกติของเม็ดสีลดลง

และเมื่อใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3-6 เดือนขึ้นไป ปัญหาริ้วรอย หรือสัมผัสผิวที่ไม่เรียบเนียนจะลดน้อยลง หรือสีผิวสม่ำเสมอ หรือรู้สึกว่าผิวกระจ่างใสขึ้น

Timeline การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังใช้:

ช่วงระยะเวลาที่ใช้*

การเปลี่ยนแปลงของผิว*

2-4 สัปดาห์

ผิวมีการปรับตัวและผลัดผิวชั้นนอก ทำให้มีอาการผิวแห้ง ลอก หรือระคายเคือง

4-8 สัปดาห์

เริ่มสังเกตว่าผิวเรียบเนียนขึ้น สัญญาณริ้วรอยเล็ก ๆ บางส่วนดูจางลง

8-12 สัปดาห์

ผิวโดยรวมมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้น เช่น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง ผิวดูเรียบเนียน สีผิวมีความสม่ำเสมอขึ้น

2-4 สัปดาห์

การเปลี่ยนแปลงของผิวชัดเจน ทั้งริ้วรอยลดลง ความผิดปกติเม็ดสีลดน้อยลง รูขุมขนดูเรียบเนียนขึ้น

* ช่วงระยะเวลาที่เห็นผลและการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังใช้อาจแตกต่างไป ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น สูตร หรือเทคโนโลยีการนำส่งสารและออกฤทธิ์ในแต่ละผลิตภัณฑ์ รวมถึงขึ้นอยู่กับ ปัญหาผิว สภาพผิวและการตอบสนองของผิวในแต่ละบุคคล

หากเรตินอลไม่ใช่คำตอบเดียวของปัญหาผิว ทำอย่างไรดี?

เรตินอลเป็นหนึ่งในสารบำรุงผิวที่มีการศึกษาเกี่ยวกับการดูแลปัญหาผิวหลากหลายด้าน แต่ปัญหาผิวแต่ละประเภทมีสาเหตุที่แตกต่างกัน บางปัญหาเกี่ยวข้องกับการผลัดผิว ขณะที่บางปัญหาเกี่ยวข้องกับคอลลาเจน เม็ดสี หรือโครงสร้างผิวในชั้นที่ลึกกว่า จึงอาจต้องอาศัยแนวทางการดูแลที่แตกต่างกันไป

ดังนั้นการใช้สารบำรุงนี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการดูแลผิว แต่สำหรับบางปัญหาผิวที่มีความซับซ้อนหรือมีความรุนแรง และผ่านการดูแลมาอย่างต่อเนื่องแล้วยังไม่ดีขึ้น การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุของปัญหา และเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้มากขึ้น

เมื่อปัญหาผิวต้องการมากกว่าการดูแลด้วยเรตินอล

หากใช้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่องแล้ว แต่ปัญหาผิวยังไม่ดีขึ้นตามที่คาดหวัง อาจไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีประสิทธิภาพเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะปัญหาผิวนั้นมีหลายสาเหตุหรือซับซ้อนกว่าที่การใช้สกินแคร์เพียงอย่างเดียวจะดูแลได้ เช่น

ริ้วรอยที่เป็นมานาน ร่องลึก
ริ้วรอยที่เป็นมานาน ร่องลึก

ที่อาจเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจน ปริมาตรผิว หรือการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า จึงต้องอาศัยการเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มฟูอย่างโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์  และลดการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์

ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ
ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ

อาจต้องอาศัยแนวทางการฟื้นฟูคอลลาเจนและโครงสร้างผิวในระดับที่ลึกกว่าการใช้สกินแคร์ทั่วไป เช่น เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างการใช้เครื่องยกกระชับ เครื่องเลเซอร์บางชนิด

สิวอักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง
สิวอักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง

ที่ต้องมีการประเมินสาเหตุการเกิดสิวให้แน่ชัดจึงจะสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

หลุมสิวลึก
หลุมสิวลึก

หรือหลุมสิวที่เป็นมานานที่พังผืดรั้งใต้ผิว การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมนี้อาจมีข้อจำกัด ต้องอาศัยวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและตัดพังผืด เช่น เลเซอร์หลุมสิว

ฝ้า กระ หรือความผิดปกติของเม็ดสีบางประเภท
ฝ้า กระ หรือความผิดปกติของเม็ดสีบางประเภท

โดยเฉพาะฝ้าที่ลึกและเป็นมานาน ควรประเมินสาเหตุและปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วย รวมถึงอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ การใช้สารออกฤทธิ์เฉพาะทาง ร่วมกับการดูแลผิวด้วยตัวเองที่เหมาะสม

จะเห็นได้ว่าการใช้สารบำรุงผิวนี้เพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดในการดูแลปัญหาผิวบางประเภท การประเมินสภาพผิวโดยแพทย์จึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เข้าใจได้ว่าปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่มีสาเหตุมาจากอะไร และควรเลือกแนวทางการดูแลแบบใดจึงจะเหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

เพราะปัญหาผิวอาจเกิดจากหลายปัจจัย
การประเมินผิวแบบเฉพาะบุคคล
ช่วยให้เลือกแนวทางดูแลได้เหมาะขึ้น ปรึกษา BSL Clinic

บันไดการฟื้นฟูผิว: เรตินอลอยู่ตรงไหนในการดูแลผิว?

หากเปรียบเทียบการดูแลผิวเป็น “บันไดการฟื้นฟูผิว” เรตินอลเปรียบเสมือนหนึ่งในก้าวสำคัญที่ช่วยดูแลปัญหาผิวหลายด้าน แต่ด้วยปัญหาผิวแต่ละประเภทมีสาเหตุ ระดับความรุนแรง และการตอบสนองต่อการดูแลที่แตกต่างกัน การดูแลผิวก็อาจต้องขยับไปสู่บันไดขั้นถัดไปที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับปัญหามากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ในระยะยาว

skin improvement ladder บันไดการฟื้นฟูผิว

จะเห็นได้ว่าการดูแลผิวไม่ได้มีเพียงการใช้สกินแคร์หรือการดูแลทางการแพทย์เพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่อาจมีได้หลายระดับ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ลักษณะผิว และความรุนแรงของปัญหาในแต่ละบุคคล

มือใหม่ควรรู้! เรตินอล ใช้ยังไง? รวมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว

สำหรับมือใหม่ที่อยากใช้สารบำรุงผิวชนิดนี้ หรือคนที่เคยลองใช้มาแล้วแต่ยังรู้สึกว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แนะนำว่าควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เพื่อเสริมประสิทธิภาพและลดโอกาสระคายเคืองผิว ดังนี้

ระดับความเข้มข้น

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ายิ่งใช้สูตรที่มีความเข้มข้นสูง ยิ่งเห็นผลชัดเจน แต่โดยทั่วไปแล้วมักแนะนำให้เริ่มจากความเข้มข้นที่ต่ำก่อน แล้วสังเกตการตอบสนองของผิว ก่อนเพิ่มระดับความเข้มข้น เพื่อเป็นการลดโอกาสการระคายเคืองผิว

ระดับความเข้มข้นโดยประมาณ :

ระดับความเข้มข้นโดยประมาณ*

เหมาะสำหรับ**

<0.1%

ผู้ที่เริ่มต้นใช้ หรือผู้ที่มีผิวระคายเคืองง่าย

0.1-0.3%

ผู้ที่เริ่มต้นใช้เพื่อดูแลปัญหาผิวระยะแรกเริ่ม เช่น ริ้วรอยตื้น ๆ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวหมองคล้ำ

0.3-0.5%

ผู้ที่เคยใช้มาแล้วแต่อยากเพิ่มระดับความเข้มข้น 

0.5-1%

ผู้ที่เคยใช้มาแล้วอย่างต่อเนื่องและผิวสามารถทนต่อการระคายเคืองผิวได้ดี

* ระดับความเข้มข้นอาจแตกต่างไปในแต่ละสูตรผลิตภัณฑ์และขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีในการนำส่งสารและการออกฤทธิ์ ** ความทนต่อระคายเคืองผิวและการเปลี่ยนแปลงของผิวอาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล
วิธีเลือกใช้เรตินอล

เนื้อสัมผัสที่ควรใช้

เช่น เซรั่ม เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบเนื้อสัมผัสที่บางเบา ผู้ที่มีสภาพผิวมัน ผิวผสม โลชั่น น้ำตบ หรือเอสเซนส์ เหมาะสำหรับผิวธรรมดา ผิวผสม หรือแบบครีมที่มักมีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น จึงอาจเหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งหรือกังวลเรื่องการระคายเคือง

ความถี่ในการใช้

เรตินอล ใช้ยังไง หรือต้องใช้บ่อยแค่ไหนนั้นแนะนำว่าในช่วงแรกแนะนำใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หากผิวสามารถปรับตัวได้ดี ค่อยปรับความถี่ในการใช้เป็น 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จากนั้นจึงพิจารณาความถี่ตามความเหมาะสม

เรียงลำดับการใช้ให้เหมาะสม

โดยทั่วไปลำดับการใช้ให้เหมาะสมจะเริ่มหลังทำความสะอาดผิว และก่อนหรือหลังใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรผลิตภัณฑ์ สภาพผิว และวิธีการดูแลผิวในแต่ละบุคคล

รู้จัก “Retinol Sandwich Method”
สำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีสภาพผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย
ทำความสะอาดผิว
มอยเจอร์ไรเซอร์
เรตินอล
มอยเจอร์ไรเซอร์

การใช้ร่วมกับสารบำรุงผิวอื่น ๆ

retinol what to use with เรตินอลใช้คู่กับอะไร

เรตินอลสามารถใช้ร่วมกับสารบำรุงผิวหลายชนิด เช่น เปปไทด์ (Peptides) ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เซราไมด์ (Ceramide) เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น สนับสนุนการทำงานของเกราะป้องกันผิว และลดโอกาสเกิดอาการแห้ง ลอก หรือระคายเคืองระหว่างที่ใช้ผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ดี ใครที่สงสัยว่าเรตินอล ห้ามใช้กับอะไรหรือควรเลี่ยงใช้คู่กับอะไร เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการระคายเคืองผิว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่เริ่มต้นใช้หรือผู้ที่มีสภาพผิวบอบบาง ได้แก่ กรดผลไม้ (Alpha Hydroxy Acids:AHAs) กรดเบต้าไฮดรอกซี (Beta Hydroxy Acids: BHAs) เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide)

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังในการใช้

นอกเหนือจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ในการดูแลผิวแล้ว หลายคนก็มักค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรตินอล ข้อเสียหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เช่นกัน โดยผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยมีดังนี้

ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย
ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย
ผิวแสบ แดง มีอาการระคายเคืองผิว
ผิวแสบ แดง มีอาการระคายเคืองผิว
อาการดันสิว Purging
อาการดันสิว (Purging)
ผิวไวต่อแสงแดด
ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อาการเหล่านี้มักพบได้บ่อยในช่วงเริ่มต้นการใช้งาน เนื่องจากเป็นช่วงที่ผิวปรับตัว และมักมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อใช้อย่างเหมาะสมต่อเนื่อง ร่วมกับการดูแลผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์และครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

อาการแบบนี้…ได้เวลาหยุดใช้และควรพบแพทย์

แม้ว่าอาการผิวแห้ง แดง หรือระคายเคืองเล็กน้อยจะพบได้ในช่วงเริ่มต้นใช้ และมักดีขึ้นเมื่อผิวสามารถปรับตัวได้ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการดูแลผิวที่เหมาะสม

ผิวแห้งลอกเป็นขุย แสบ แดง
มีอาการแสบร้อนหรือปวดบริเวณผิว
มีผื่นขึ้น มีอาการบวม หรือคันระคายเคืองผิว
บริเวณที่ทามีตุ่มน้ำ ตุ่มพอง
อาการดันสิวที่เป็นอยู่ไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น หรือมีสิวอักเสบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำไมปัญหาผิวเดียวกัน จึงอาจต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน?

หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมผู้ที่มีปัญหาสิว ผิวหมองคล้ำ หรือริ้วรอยคล้ายกัน จึงตอบสนองต่อการดูแลผิวแตกต่างกัน บางคนใช้สกินแคร์เพียงไม่กี่ชนิดก็เห็นการเปลี่ยนแปลง ขณะที่บางคนอาจต้องอาศัยการดูแลหลายรูปแบบร่วมกัน

ซึ่งถึงแม้ว่าปัญหาผิวจะดูคล้ายกันจากภายนอก แต่สาเหตุที่อยู่เบื้องหลังอาจแตกต่างกันได้ เช่น สิวอาจเกิดจากการอุดตันภายในรูขุมขน การอักเสบ หรือหลายปัจจัยร่วมกัน ขณะที่ปัญหาริ้วรอยในบางคนเกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น แต่บางคนเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจน และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว

ดังนั้นแล้วการดูแลผิวจึงไม่ใช่การเลือกสกินแคร์ หัตถการ หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากทำความเข้าใจสาเหตุของปัญหาผิว เพื่อเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคน

ที่ BSL เราเชื่อว่าปัญหาผิวมักมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องร่วมกัน จึงไม่สามารถใช้แนวทางรักษาเดียวกับทุกคนได้ แต่เป็นการทำความเข้าใจสภาพผิวอย่างรอบด้าน ก่อนคัดสรร ออกแบบ และผสมผสานแนวทางการรักษาให้เหมาะกับปัญหาผิว ความต้องการ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์มีความครอบคลุมและตอบโจทย์ในระยะยาว

รับชมตัวอย่างแนวทางการวิเคราะห์ปัญหาผิวและการวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ที่ BSL

ตัวอย่างต่อไปนี้จะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้นว่า แม้ผู้ที่มีปัญหาผิวคล้ายกัน ก็อาจต้องการแนวทางการดูแลที่แตกต่างกันตามสาเหตุของปัญหา สภาพผิว และเป้าหมายของแต่ละบุคคล

โปรแกรมรักษาสิว
รักษาสิวฮอร์โมนและสิวอักเสบแบบผสมผสาน
รักษาสิวที่สาเหตุ วางแผนรักษาเฉพาะบุคคล
ดูแลสิว รักษาลงลึกตามสาเหตุ เฉพาะบุคคล
โปรแกรมรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ
รักษาฝ้า ดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำ
รักษากระแดดเป็นมานานด้วยวิธีรักษาที่สาเหตุ
รักษาฝ้าด้วยเลเซอร์แบบผสมผสาน

เช็กลิสต์! ปัญหาผิวแบบนี้…ควรใช้เรตินอลหรือควรพบแพทย์?

แม้หลายคนจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมนี้ เพื่อช่วยดูแลปัญหาผิวที่เผชิญอยู่ ทั้งปัญหาสิว ริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ แต่ปัญหาผิวบางประเภทก็อาจตอบสนองในระดับที่ต่างกัน ซึ่งบางปัญหาอาจดูแลได้ด้วยส่วนผสมนี้เพียงอย่างเดียว ขณะที่บางปัญหาที่มีความซับซ้อนและรุนแรงก็อาจต้องพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและแนวทางการดูแลที่เหมาะสม

สำหรับใครที่ลังเลว่าปัญหาผิวที่เผชิญอยู่เหมาะกับการเริ่มดูแลด้วยสารบำรุงผิวนี้ หรือควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการดูแลเพิ่มเติม ลองใช้เช็กลิสต์ด้านล่างนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการประเมินปัญหาผิวของตนเองได้เลย!

retinol or see doctor ใช้เรตินอลดีไหมแก้

จะเห็นได้ว่า สารบำรุงผิวชนิดนี้อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการดูแลปัญหาผิวหลายด้านในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง แต่เมื่อปัญหาผิวมีความซับซ้อน หรือไม่ตอบสนองต่อการดูแลด้วยตนเอง การประเมินลักษณะปัญหาผิวเพิ่มเติมก็อาจช่วยให้เลือกแนวทางการดูแลได้เหมาะสมมากขึ้นได้

ปัญหาผิวที่มองเห็นจากภายนอกอาจไม่ได้สะท้อนสภาพผิวทั้งหมดเสมอไป

ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง ความสม่ำเสมอของผิว หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเม็ดสีใต้ผิว อาจมีรายละเอียดที่ไม่สามารถประเมินได้จากการสังเกตด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว การทำความเข้าใจสภาพผิวอย่างรอบด้านจึงช่วยให้เลือกแนวทางการดูแลได้เหมาะสมกับปัญหาผิวมากขึ้น

หากยังไม่แน่ใจว่าปัญหาผิวที่กำลังเผชิญอยู่มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด หรือควรเริ่มดูแลจากจุดไหนก่อนที่ BSL Clinic มีบริการวิเคราะห์ผิวด้วยกล้อง 3D Quantificare ร่วมกับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อช่วยให้เข้าใจสภาพผิว ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะกับแต่ละบุคคลมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรตินอล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรตินอล

ทาตอนไหน?

ใครที่สงสัยว่าเรตินอล ทาตอนไหน แนะนำว่าควรทาตอนกลางคืน เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่มีส่วนทำให้ผิวไวต่อแสงและอาการระคายเคือง

ขณะเดียวกันก่อนทาหรือหลังทาแนะนำทามอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว รวมถึงตอนกลางวันควรใช้ครีมกันแดดเป็นประจำร่วมด้วย

สามารถใช้ทุกวันได้ไหม?

เรตินอล ใช้ทุกวันได้ไหมนั้น โดยทั่วไปมักแนะนำให้เริ่มใช้เพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความถี่ตามการตอบสนองของผิว

ทั้งนี้สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาผิวและสภาพผิวได้

คนท้องใช้ได้ไหม?

เรตินอล คนท้องใช้ได้ไหมนั้นโดยปกติแล้วแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้ รวมถึงกลุ่มสารเรตินอยด์ทุกชนิดในกลุ่มผู้หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในช่วงระหว่างการให้นมบุตร

ใช้ร่วมกับวิตามินซีได้ไหม?

หากต้องการเรตินอล กับ วิตามินซี โดยทั่วไปแล้วสามารถใช้ได้ เพียงแต่ในผู้ที่มีผิวบอบบาง แนะนำว่าควรใช้แยกช่วงเวลา คือ วิตามินซีใช้ตอนกลางวัน เรตินอลใช้ตอนกลางคืน เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองผิว

เป็นสิวใช้ได้ไหม?

หลายคนอาจเป็นกังวลว่าเป็นสิวใช้เรตินอลได้ไหม ใช้แล้วจะเห่อมากกว่าเดิมหรือเปล่า? โดยปกติแล้วสามารถใช้ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะปัญหาสิวอุดตัน เพื่อลดการอุดตันในรูขุมขนและลดโอกาสการเกิดสิว

ทั้งนี้แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวางแผนดูแลปัญหาสิวที่เหมาะสม

ยี่ห้อไหนดี เลือกใช้แบบไหนดี?

การเลือกใช้เรตินอล ยี่ห้อไหนดี แนะนำควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ให้รอบด้าน เช่น ระดับความเข้มข้น เนื้อสัมผัสผลิตภัณฑ์ สูตรตำรับว่าเป็นสูตรอ่อนโยนไหม หรือมีส่วนผสมที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้ผิวหรือไม่ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและสอดคล้องกับการต้องการในการดูแลผิว

ดันสิวจริงไหม?

หนึ่งในผลข้างเคียงที่หลายคนเป็นกังวลเมื่อใช้ส่วนผสมนี้ คือกังวลว่าเรตินอล ดันสิวไหม? ซึ่งอาจพบอาการดันสิว (Purging) ในช่วงสัปดาห์แรกที่ใช้ได้ เนื่องจากมีส่วนช่วยปรับกระบวนการผลัดผิว และลดการอุดตันภายในรูขุมขน ทำให้สิวอุดตันที่อยู่ใต้ผิวแสดงออกมาเร็วขึ้น

ใช้ร่วมกับหัตถการหรือเลเซอร์ได้ไหม?

ใช้ร่วมกันได้บางกรณี แต่ในกรณีที่มีการทำเลเซอร์ ควรเว้นในช่วงก่อนและหลังเลเซอร์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ทั้งนี้แนะนำปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ควรใช้ตอนอายุเท่าไหร่?

เรตินอล ควรใช้ตอนอายุเท่าไหร่นั้น อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวที่ต้องการดูแล เช่น สิวอุดตัน รอยดำสิว ผิวไม่เรียบเนียน หรือริ้วรอยระยะแรก

หากไม่แน่ใจว่าปัญหาผิวของตัวเองเหมาะกับการเริ่มใช้หรือไม่ การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้วางแผนการใช้ได้อย่างเหมาะสม เช่น การเลือกระดับความเข้มข้น รูปแบบผลิตภัณฑ์ ความถี่ในการใช้

สรุปเรตินอล เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ใช้ให้ถูกวิธี ดูแลผิวสุขภาพดีในระยะยาว

เรตินอลเป็นหนึ่งในสารบำรุงผิวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีข้อมูลทางวิชาการรองรับว่าสามารถช่วยดูแลปัญหาผิวได้อย่างหลากหลายตั้งแต่ปัญหาสิวอุดตัน รอยสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ ริ้วรอยเริ่มต้น ตลอดจนคุณภาพผิวโดยรวม ซึ่งต้องมีการเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น เลือกระดับความเข้มข้น เลือกเนื้อสัมผัส ปรับความถี่ในการใช้ เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองผิว

อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาผิวที่ซับซ้อน เช่น หลุมสิว ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือมีหลายปัญหาผิวเกิดขึ้นพร้อมกัน การใช้สารบำรุงผิวตัวนี้อาจมีข้อจำกัด เนื่องจากอาจมีสาเหตุการเกิดของปัญหาผิวที่หลากหลาย จึงต้องเลือกแนวทางการรักษาอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การดูแลผิวที่ตอบโจทย์ในระยะยาว

หากยังไม่แน่ใจว่าปัญหาผิวที่เผชิญอยู่ เหมาะกับการดูแลด้วยสารนี้เพียงอย่างเดียวหรือไม่ หรือต้องการแนวทางการรักษาอื่นเพิ่มเติม สามารถเข้ารับการประเมินผิวกับแพทย์ที่ BSL Clinic ได้ เพื่อรับการวิเคราะห์ปัญหาผิวและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

พญ.วิภาณี อัครภูษิต (Wipanee Akarapusit M.D.) แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39676

พญ.วิภาณี อัครภูษิต เลขว. 39676

แพทย์ประจำ BSL Clinic

  1. Zasada M, Budzisz E. Retinoids: active molecules influencing skin structure formation in cosmetic and dermatological treatments. Postepy Dermatol Alergol. 2019;36(4):392-397.
  2. Kafi R, Kwak HS, Schumacher WE, Cho S, Hanft VN, Hamilton TA, et al. Improvement of naturally aged skin with vitamin A (retinol). Arch Dermatol. 2007;143(5):606-612.
  3. Motamedi M, Chehade A, Sanghera R, Grewal P. A Clinician’s Guide to Topical Retinoids. Journal of Cutaneous Medicine and Surgery. 2021 Jul 22;26(1):120347542110350.
  4. Dreno B, Kang S, Leyden JJ, York J. Update: Mechanisms of Topical Retinoids in Acne. PubMed. 2022 Jul 1;21(7):734–40.
  5. Lim HW, Mohammad TF, Wang SQ. Sunscreens and photoaging: a review of current literature. Am J Clin Dermatol. 2022;23(3):321-334.
  6. Farris P, Berson D, Bhatia N, Goldberg D, Lain E, Mariwalla K, et al. Efficacy and Tolerability of Topical 0.1% Stabilized Bioactive Retinol for Photoaging: A Vehicle-Controlled Integrated Analysis. Journal of drugs in dermatology: JDD [Internet]. 2024 Apr 1;23(4):209–15. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38564380/
  7. Tucker-Samaras S, Zedayko T, Cole C, Miller D, Wallo W, Leyden J. A stabilized 0.1% retinol facial moisturizer improves the appearance of photodamaged skin in an eight-week, double-blind, vehicle-controlled study. J Drugs Dermatol. 2009;8(10):932-936.
  8. Milosheska D, Roškar R. Use of Retinoids in Topical Antiaging Treatments: A Focused Review of Clinical Evidence for Conventional and Nanoformulations. Advances in Therapy [Internet]. 2022 Oct 11;39(12):5351–75. Available from: https://link.springer.com/article/10.1007/s12325-022-02319-7
  9. Mukherjee S, Date A, Patravale V, Korting HC, Roeder A, Weindl G. Retinoids in the treatment of skin aging: an overview of clinical efficacy and safety. Clinical Interventions in Aging. 2006 Dec;1(4):327–48.
  10. Kikuchi K, Suetake T, Kumasaka N, Tagami H. Improvement of photoaged facial skin in middle-aged Japanese females by topical retinol (vitamin A alcohol): A vehicle-controlled, double-blind study. Journal of Dermatological Treatment. 2009 Jan;20(5):276–81.
  11. Mellody KT, Bradley EJ, Mambwe B, Cotterell LF, Kiss O, Halai P, et al. Multifaceted amelioration of cutaneous photoageing by (0.3%) retinol. International Journal of Cosmetic Science [Internet]. 2022 Dec 1;44(6):625–35. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35778881/
  12. ZAPAŁA, Magdalena, HUNEK, Adrian, KAZIRÓD, Karolina, CHMIELARZ, Karolina, WIŚNIEWSKA-SKOMRA, Joanna,TYLUTKA, Kinga, HAPON, Anna and DADZIAK, Mikołaj. The use of retinoids in the treatment of skin lesions and prevention ofsigns of skin aging – a systematic review. Journal of Education, Health and Sport. 2023;27(1):87-107.
  13. Tobiasz A, Jankowska-Konsur A, Nowicka D. Topical Retinoids in Acne Vulgaris and Acne Scars—From Monotherapy to Combining Regimens. Pharmaceuticals. 2026 Apr 15;19(4):620.
  14. Bayramgürler D, Kartal S, Altunel C. The Use of Topical Retinoids in Acne. In: Acne and Acneiform Eruptions. IntechOpen; 2017.Available from: https://www.intechopen.com/chapters/53501