โทรปรึกษาฟรี add LINE รับโปรลูกค้าใหม่
Add LINE Chat on WhatsApp Chat on WeChat
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Seborrheic Dermatitis คือ

เซ็บเดิร์ม หรือ Seborrheic Dermatitis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และแนวทางดูแล

Seborrheic Dermatitis คือ ภาวะผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย มักเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น หนังศีรษะ ใบหน้า รอบคิ้ว ข้างจมูก และหลังใบหู โดยอาจมีอาการผิวแดง คัน หรือมีขุยร่วมด้วย

ภาวะนี้อาจมีช่วงที่อาการกำเริบและช่วงที่อาการสงบลงได้ ปัจจัยหลายอย่างอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอาการ จึงควรทำความเข้าใจทั้งสาเหตุ ลักษณะอาการ และแนวทางดูแล เพื่อช่วยควบคุมอาการและดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม

เซ็บเดิร์ม หรือ Seborrheic Dermatitis คืออะไร?

Seborrheic Dermatitis คือ ภาวะผิวหนังอักเสบที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของผิวต่อปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน โดยมักเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก และอาจมีความสัมพันธ์กับจุลินทรีย์ตามธรรมชาติที่อาศัยอยู่บนผิว

เซ็บเดิร์ม ไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ได้เกิดจากการดูแลความสะอาดไม่เพียงพอ แต่เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับสมดุลของผิว การทำงานของต่อมไขมัน และการตอบสนองของร่างกายต่อปัจจัยต่าง ๆ จึงอาจมีช่วงที่อาการดีขึ้นหรือกำเริบขึ้นได้

เซ็บเดิร์มเกิดขึ้นได้อย่างไร?

Seborrheic Dermatitis คือภาวะทางผิวหนังที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างสภาพผิว จุลินทรีย์บนผิว และการตอบสนองของร่างกาย โดยแต่ละปัจจัยอาจมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวและนำไปสู่อาการนี้ได้
  • การทำงานของต่อมไขมัน ซึ่งเซ็บเดิร์มมักพบในบริเวณที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก เนื่องจากความมันบนผิวเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมบนผิว
  • ยีสต์บนผิว (Malassezia) เป็นจุลินทรีย์ที่พบได้ตามธรรมชาติบนผิวหนังของคนทั่วไป แต่ในบางคนอาจมีการตอบสนองต่อยีสต์ชนิดนี้มากขึ้น จนเกี่ยวข้องกับการเกิดการอักเสบของผิว
  • การตอบสนองของผิวต่อปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ทำให้บางคนเกิดการอักเสบหรือมีอาการได้ง่ายกว่า
  • ปัจจัยกระตุ้นให้อาการกำเริบ เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้อาการชัดขึ้นได้

เซ็บเดิร์ม อาการเป็นแบบไหน พบบริเวณไหนได้บ้าง?

เซ็บเดิร์มมักแสดงอาการเป็น ผื่นแดง ร่วมกับอาการคัน และมีขุยหรือสะเก็ดบนผิว โดยลักษณะของขุยอาจมีทั้งแบบแห้งเป็นแผ่นบาง ๆ หรือแบบมันและติดกับผิว ขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดและความรุนแรงของอาการ บางรายอาจรู้สึกแสบ ระคายเคือง หรือมีอาการกำเริบเป็นช่วง ๆ ได้

3 บริเวณที่พบผื่นเซ็บเดิร์มได้บ่อย

ใบหน้าและบริเวณรอบ ๆ
Seborrheic Dermatitis คืออะไร?
มักพบในจุดที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ข้างจมูก ระหว่างคิ้ว ไรผม หลังหู หรือรอบหู อาจมีลักษณะเป็นผิวแดง ลอก มีขุยละเอียดสีขาวหรือเหลือง และอาจมีความมันร่วมด้วย บางรายอาจรู้สึกคัน แสบ หรือตึงผิว โดยหากอาการมากขึ้น อาจลามไปบริเวณคอหรือแนวกรามได้
หนังศีรษะ
ผื่นเซ็บเดิร์ม
เซ็บเดิร์มบริเวณหนังศีรษะ (Seborrheic capitis) มักมีลักษณะคล้ายรังแค แต่มีการอักเสบของผิวร่วมด้วย อาจพบอาการ คัน หนังศีรษะแดง มีขุยหรือสะเก็ดเกาะติด โดยขุยอาจมีสีขาวหรือเหลือง และบางรายอาจรู้สึกว่าหนังศีรษะมันง่ายกว่าปกติ
ลำตัวและบริเวณอื่น
ผื่นเซ็บเดิร์ม
เช่น หน้าอก หลัง หรือบริเวณรอยพับบางส่วน โดยอาจพบเป็นผื่นแดง มีขุย หรือผิวลอกเป็นแผ่นบาง ๆ บางรายอาจมีอาการคันหรือระคายเคืองร่วมด้วย

ผื่นเซ็บเดิร์มวินิจฉัยได้อย่างไร?

การวินิจฉัยเซ็บเดิร์มมักอาศัยการซักประวัติและตรวจลักษณะผิวหนังบริเวณที่มีอาการ เช่น ตำแหน่งของผื่น ลักษณะขุย อาการคัน และรูปแบบของการกำเริบ แพทย์อาจพิจารณาแยกจากโรคผิวหนังอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น สะเก็ดเงิน หรือผื่นแพ้ เพื่อเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสม

แนวทางดูแลและรักษาเซ็บเดิร์ม

เซ็บเดิร์มเป็นภาวะที่อาจมีช่วงกำเริบและสงบลง การดูแลจึงเน้นทั้งการลดปัจจัยกระตุ้น ควบคุมอาการ และรักษาสมดุลของผิว โดยแนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดอาการและความรุนแรงของแต่ละคน

การดูแลเบื้องต้นเพื่อลดการระคายเคือง

การดูแลพื้นฐานมีส่วนช่วยลดโอกาสที่อาการจะกำเริบ โดยควรเน้นการรักษาความสมดุลของผิวและหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจกระตุ้นการอักเสบ เช่น

  • เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองเพิ่ม
  • หลีกเลี่ยงการเกา ขัด หรือถูบริเวณที่มีอาการ เพราะอาจทำให้ผิวอักเสบมากขึ้น
  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เพื่อช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว โดยเฉพาะบริเวณที่แห้งหรือลอก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และลดปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้อาการกำเริบ เช่น ความเครียด
การป้องกันและรักษาเซ็บเดิร์ม

การดูแลผื่นเซ็บเดิร์มบริเวณใบหน้าและร่างกาย

ผิวบริเวณใบหน้าและลำตัวที่มีผื่นเซ็บเดิร์มควรได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน เนื่องจากการระคายเคืองอาจทำให้อาการกำเริบมากขึ้น โดยเน้นลดสิ่งกระตุ้น รักษาความชุ่มชื้น และช่วยให้เกราะป้องกันผิวทำงานได้ดีขึ้น

  • เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจกระตุ้นการระคายเคืองในบางคน เช่น น้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะบริเวณที่มีผื่นหรือผิวแห้งลอก
  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำและดูแล Skin Barrier โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่มีอาการ
  • หลีกเลี่ยงการเกา ขัด หรือถูผิวแรง ๆ เพราะอาจเพิ่มการระคายเคืองและทำให้อาการอักเสบชัดขึ้น
    หลีกเลี่ยงการใช้ยาทาสเตียรอยด์ บริเวณใบหน้าหรือบริเวณผิวบอบบางเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงบางอย่าง

การดูแลเซ็บเดิร์มบริเวณหนังศีรษะ

การดูแลเซ็บเดิร์มบริเวณหนังศีรษะควรเน้นการควบคุมขุยและการอักเสบ พร้อมรักษาสมดุลของหนังศีรษะ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและใช้อย่างถูกวิธี

  • เลือกแชมพูที่มีส่วนผสมช่วยควบคุมอาการเซ็บเดิร์ม เช่น Ketoconazole, Selenium sulfide, Zinc pyrithione, Sulfur, Salicylic acid หรือ Coal tar ซึ่งอาจช่วยลดขุย สะเก็ด และความรุนแรงของอาการในบางราย
  • ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี โดยความถี่ในการใช้และระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์และระดับอาการ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์
  • ให้แชมพูมีเวลาสัมผัสกับหนังศีรษะ โดยนวดเบา ๆ และทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาที ก่อนล้างออก เพื่อให้สารออกฤทธิ์ทำงานได้อย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการเกาหรือการขัดหนังศีรษะแรง ๆ เพราะอาจเพิ่มการระคายเคืองและทำให้อาการกำเริบได้

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

⚠︎ มีอาการคัน แดง หรืออักเสบมากขึ้น
⚠︎ มีขุยหรือสะเก็ดจำนวนมาก และไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น
⚠︎ อาการกลับมาเป็นซ้ำบ่อยจนรบกวนชีวิตประจำวัน
⚠︎ ไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นเซ็บเดิร์มหรือปัญหาผิวหนังชนิดอื่น

สรุปเซ็บเดิร์ม หรือ Seborrheic Dermatitis คือภาวะทางผิวหนังที่ดูแลควบคุมอาการได้

Seborrheic Dermatitis คือ ภาวะผิวหนังที่อาจมีช่วงอาการกำเริบและสงบลงได้ การเข้าใจลักษณะของภาวะนี้ว่าไม่ได้เกิดจากความสกปรกและไม่ใช่โรคติดต่อ จะช่วยให้สามารถดูแลผิวและหนังศีรษะได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

แม้เซ็บเดิร์มอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ในบางช่วง แต่การดูแลอย่างต่อเนื่อง การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น และการเลือกแนวทางที่เหมาะกับบริเวณที่เกิดอาการ สามารถช่วยควบคุมอาการและลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้

หากอาการรบกวนมาก เป็นซ้ำบ่อย หรือไม่แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นเซ็บเดิร์มหรือปัญหาผิวชนิดอื่น ควรเข้ารับการประเมินเพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

เขียนบทความโดย

พญ.วิภาณี อัครภูษิต (Wipanee Akarapusit M.D.)
แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39676

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผิวแพ้ง่าย และภาวะ Seborrheic Dermatitis

Seborrheic Dermatitis คือ ภาวะทางการแพทย์ที่มีความรุนแรงและซับซ้อนกว่ารังแคทั่วไป มักมีอาการอักเสบ แดง คัน และสะเก็ดมากกว่าปกติ และไม่ได้เกิดเฉพาะที่หนังศีรษะ แต่พบได้บนใบหน้าและส่วนอื่นของร่างกาย บางครั้งจึงจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและวางแผนดูแลโดยแพทย์

ไม่จำเป็น ผิวแพ้ง่ายอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ใช้สกินแคร์ไม่เหมาะสม หรือมีประวัติแพ้ผลิตภัณฑ์บางชนิด ส่วน Seborrheic Dermatitis คือภาวะผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งตำแหน่งและลักษณะผื่น หากมีผิวแพ้ง่ายและมีผื่นแดงลอกเป็น ๆ หาย ๆ ควรให้แพทย์ช่วยแยกภาวะที่เป็นอยู่ให้ชัดเจน

เลเซอร์ทั่วไปมักใช้เพื่อผลัดเซลล์ผิว ลอกผิวชั้นบน หรือจัดการจุดลึกบางประเภท เช่น ฝ้า รอยสิว หรือรอยดำบางชนิด ส่วนเลเซอร์ที่ใช้กับกลุ่มผิวแพ้ง่าย จะปรับพลังงานให้เหมาะสมและเลือกช่วงคลื่นที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิว และลดการอักเสบ ลดโอกาสที่ผิวจะระคายเคืองหรือแห้งลอกจากการรักษามากเกินไป

แนวทางทั่วไปคือ

  • หลีกเลี่ยงแดดจัดและความร้อนสูงในช่วงแรก

  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยน ไม่ใส่น้ำหอมหรือแอลกอฮอล์รุนแรง

  • หลีกเลี่ยงการสครับหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแสบง่าย

  • ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเมื่อออกกลางแจ้ง
    การดูแลตามคำแนะนำช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ราบรื่นและลดโอกาสการระคายเคือง

ควรเลือกแชมพูและคลีนเซอร์ที่อ่อนโยน เน้นลดความมันส่วนเกิน แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงมากเกินไป ในบางรายแพทย์อาจแนะนำแชมพูที่มีสารออกฤทธิ์เฉพาะ เช่น กลุ่มต้านยีสต์ หรือลดการอักเสบ ร่วมกับการใช้คลีนเซอร์ใบหน้าสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวระคายเคืองง่าย

ปัจจัยเหล่านี้อาจมีส่วนกระตุ้นให้ผื่นกำเริบหรือควบคุมยากขึ้น เช่น ความเครียดสะสม นอนดึก พักผ่อนไม่พอ อาหารมันจัด หวานจัด หรือแอลกอฮอล์ ในหลายคนพบว่าเมื่อจัดสมดุลการใช้ชีวิตดีขึ้น อาการผื่นแดงลอกและคันมักสงบง่ายขึ้นด้วย

ภาวะนี้มักมีลักษณะเป็น ๆ หาย ๆ จึงอาจไม่หายขาดถาวร แต่สามารถควบคุมให้อาการสงบได้นาน หากใช้ยาตามแผนที่แพทย์แนะนำ ร่วมกับการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสม และลดปัจจัยกระตุ้นในชีวิตประจำวัน การดูแลอย่างต่อเนื่องช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างชัดเจน

ควรพิจารณาพบแพทย์เมื่อ

  • มีผื่นแดงลอก คัน เป็นซ้ำบ่อย

  • ใช้ครีม/แชมพูอ่อนโยนแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์

  • ผื่นลามกว้าง หรือเริ่มมีน้ำเหลืองหรือสะเก็ดหนา

  • ไม่แน่ใจว่าเป็น SD ผิวแพ้ง่าย หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น
    การตรวจโดยแพทย์ช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและแนวทางรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนมากขึ้น

แนะนำให้

  • จดหรือถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ทั้งแชมพู สบู่ล้างหน้า ครีมบำรุง ยาทาผื่น

  • สังเกตว่าผื่นมักกำเริบช่วงไหน เช่น เครียด นอนดึก อากาศเย็นจัด หรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์

  • ถ่ายรูปผื่นช่วงที่อาการชัดเจนเก็บไว้
    ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินสาเหตุและออกแบบแผนดูแลผิวแพ้ง่ายได้ตรงจุดมากขึ้น

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์หรือใช้แทนการพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพผิวหรือหนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

หากมีผื่นแดง ลอก คันบริเวณข้างจมูก คิ้ว หนังศีรษะ หรือกลางใบหน้าเป็น ๆ หาย ๆ ลองเปลี่ยนครีมหรือแชมพูแล้วอาการยังกลับมาเหมือนเดิม สามารถส่งรูปปรึกษาได้ที่