โทรปรึกษาฟรี add LINE รับโปรลูกค้าใหม่
Add LINE Chat on WhatsApp Chat on WeChat
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
วิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วน

วิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วน มีกี่วิธี เผยผิวเรียบเนียนกว่าที่เคย

สิวผด ปัญหาสิวเม็ดเล็ก ๆ ที่ทำให้หลายคนเป็นกังวลไม่น้อย เพราะเมื่อไหร่ที่ลูบผิวก็รู้สึกไม่เรียบเนียน เวลาแต่งหน้าก็ยิ่งเห็นชัดจนพาขาดความมั่นใจ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัญหาสิวผดเกิดขึ้นได้อย่างไร สิวผดต่างจากสิวอุดตันหรือไม่ หรือใครที่กำลังมองหาวิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วนเพื่อเรียกคืนผิวหน้าที่เรียบเนียนกลับมาอีกครั้ง สามารถติดตามได้ในบทความนี้! 

สารบัญ

สิวผด คืออะไร หน้าตาเป็นแบบไหน?

สิวผด (Acne Aestivalis / Mallorca Acne) หมายถึง ภาวะคล้ายสิวที่พบได้บ่อย มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็ก มีสีเดียวกับผิวหนังหรือมีสีแดงสัมผัสสากคล้ายเม็ดทราย มักขึ้นเป็นกลุ่มและกระจายอยู่ทั่วบริเวณใบหน้าหรือร่างกาย โดยภาวะดังกล่าวมักไม่ก่อให้เกิดอาการอักเสบรุนแรงหรือเป็นหนองคล้ายกับสิวทั่วไป อย่างไรก็ตามบางรายอาจมีอาการคันระคายเคืองผิวร่วมด้วย¹

สิวผด

สิวผด เกิดจากอะไรได้บ้าง?

เพื่อให้วิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วนเห็นผลในระยะยาว ควรเริ่มจากการเข้าใจถึงกลไกการเกิดสิว (Acne Pathogenesis) กันก่อน เนื่องจากสิวผดเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับความไม่สมดุลของสภาพแวดล้อมผิวหนัง และอาการระคายเคืองผิวโดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีสภาพผิวมันหรือผิวแพ้ง่าย

กลไกการเกิดสิว

สำหรับกลไกการเกิดสิวโดยทั่วไปแล้วประกอบไปด้วย 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การผลิตน้ำมันบนผิวที่มากเกินไป (Increased Sebum Production) การอุดตันของรูขุมขนจากการผลัดผิวที่ผิดปกติ (Hyperkeratinization) การเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย C.Acnes และกระบวนการอักเสบของผิว ซึ่งเมื่อทั้ง 4 ปัจจัยนี้เกิดร่วมกันจะทำให้เกิดปัญหาสิวตามมา2

ขณะที่สิวผด เกิดจากการถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกและก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนรวมถึงการระคายเคืองผิวหนังโดยรอบและพัฒนาเป็นตุ่มสิวผดในเวลาต่อมา3 ซึ่งปัจจัยภายนอกที่มักกระตุ้นให้เกิดสิวผด มีดังนี้ 

5 ตำแหน่งสิวผดที่พบได้บ่อย

สิวผดสามารถเกิดขึ้นได้ในหลาย ๆ บริเวณของใบหน้าและร่างกาย4 โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัมผัสแสงแดด มีการสะสมของเหงื่อ หรือสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งตำแหน่งที่พบสิวผดได้บ่อย มีดังนี้

สิวผดหน้าผาก

1. สิวผดหน้าผาก

สิวผดขึ้นหน้าผากเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด เนื่องจากมีการสะสมของเหงื่อและความมันค่อนข้างเยอะ ก่อให้เกิดปัญหาสิวผดได้ง่าย ขณะเดียวกันสิวผดบนหน้าผากยังพบได้บ่อยในผู้ที่ไว้หน้าม้าอีกด้วย 

สิวผดตรงแก้ม

2. สิวผดตรงแก้ม

ไม่ว่าจะเป็นสิวผดข้างแก้ม สิวผดหน้าแก้ม มักมีสาเหตุมาจากการใช้สกินแคร์และการทำความสะอาดผิวที่ไม่เหมาะสม หรือพบในผู้ที่สวมใส่แมสก์หรือหน้ากากอนามัยเป็นประจำหรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่าสิวแพ้แมสก์นั่นเอง

สิวผดขึ้นคาง

3. สิวผดขึ้นคาง

สิวผดที่คางมักพบได้บ่อยในผู้ที่ใส่แมสก์เป็นประจำ อีกทั้งบริเวณคางมักเป็นจุดที่เราสัมผัสบ่อย จึงเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาสิวผดได้ง่าย

สิวผดบริเวณกรอบหน้า

4. สิวผดบริเวณกรอบหน้า

สิวผดกรอบหน้ามักสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่อาจมีการอุดตันหรือแพ้ระคายเคืองพวกสารเคมีในแชมพู ครีมนวด หรือทรีตเมนต์ผม ขณะเดียวกันอาจเกิดขึ้นได้จากการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าที่ไม่ทั่วถึงจนเกิดการอุดตันของสิ่งสกปรก

สิวผดขึ้นหลังและหน้าอก

5. สิวผดขึ้นหลังและหน้าอก

สิวผดที่หลังและหน้าอกเป็นหนึ่งจุดที่พบได้บ่อย เนื่องจากเป็นจุดที่อับชื้น มีการสะสมของเหงื่อเยอะ ขณะเดียวกันอาจเกิดจากการเสียดสีของเสื้อผ้าร่วมด้วย

สิวผดกับสิวอุดตัน ต่างกันยังไง?

หากต้องการวิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วนที่เห็นผล ต้องแยกให้ออกว่าจริง ๆ แล้วสิวที่เผชิญอยู่นั้นคือสิวผดหรือสิวอุดตันกันแน่ ซึ่งถึงแม้ว่าสิวทั้งสองชนิดนี้จะมีหน้าตาคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างกันอยู่ คือ สิวผดจะไม่มีหัว ไม่มีการอักเสบ ขณะที่สิวอุดตันอาจมีหัวสิวชัดเจน และถ้าปล่อยทิ้งไว้มีโอกาสพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้ในอนาคต 

ฉะนั้นเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างเห็นผล แนะนำเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยว่าสิวที่เป็นอยู่นั้นคือสิวผดหรือสิวอุดตันและเข้ารับการรักษาด้วยแนวทางที่เหมาะสม

ความแตกต่างสิวผด VS สิวอุดตัน

ความแตกต่างสิวผด VS สิวอุดตัน
สิวผด ความแตกต่าง สิวอุดตัน

เป็นเม็ดหรือตุ่มเล็ก ๆ อยู่เป็นกลุ่ม ไม่มีหัว

ลักษณะเม็ดสิว

เป็นตุ่มนูนชัด อาจมีหัวหรือไม่มีหัวก็ได้

เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนและมีปัจจัยภายนอกกระตุ้นให้เกิด
การระคายเคือง เช่น สภาพอากาศร้อนชื้น แสงแดด การติดเชื้อราบางชนิด

สาเหตุการเกิด

การผลิตน้ำมันบนผิวมากเกินไปร่วมกับการอุดตันของรูขุมขน
การเจริญเติบโตของเชื้อ C.Acnes และกระบวนการอักเสบของผิว

อาจมีอาการคันระคายเคือง ไม่มีการอักเสบ

อาการร่วม

ไม่มีอาการคัน แต่อาจมีการอักเสบหากติดเชื้อ

บริเวณหน้าผาก แก้ม คาง กรอบหน้า แผ่นหลังและหน้าอก

ตำแหน่งที่พบบ่อย

ได้ทุกบริเวณบนใบหน้า แผ่นหลัง หน้าอก 

สิวผดแบบไหนควรพบแพทย์?

แม้ว่าสิวผดจะเป็นปัญหาที่ดูไม่รุนแรง เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดการอักเสบหรือมีหนอง แต่ในบางกรณีอาจมีอาการที่ใกล้เคียงกับสิวผด เช่น อาการผื่น หรือมีการอักเสบ ติดเชื้อร่วมด้วย จึงควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยลักษณะอาการและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติของสิวผด ดังต่อไปนี้ 

แชร์ 4 วิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วน ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ

วิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วน สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิวและไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสม ขณะเดียวกันจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาที่สม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต ดังนี้

  • 1. ปรับพฤติกรรมการดูแลผิว

    หนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวผดได้ง่ายคือพฤติกรรมการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม เช่น การล้างหน้าที่ไม่สะอาดพอจนทำให้เกิดการอุดตัน ขณะเดียวกันการล้างหน้ามากเกินไปก็เสี่ยงทำให้ผิวแห้งเกิดสิวผดได้ง่าย การใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะกับสภาพผิว การไม่ทาครีมกันแดด ฉะนั้นเพื่อรักษาสิวผดให้เห็นผล ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิวดังกล่าว

  • 2. ใช้ยารักษาสิวผด

    ตัวยาที่นิยมใช้รักษาสิวผดจะขึ้นอยู่กับสาเหตุการเกิด คือ สิวผดที่เกิดจากการอุดตันรูขุมขน สามารถใช้ตัวยาหรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมผลัดผิวอย่างกลุ่มเรตินอยด์ เช่น เทรติโนอิน (Tretinoin) อะดาพาเลน (Adapalene) แต่ถ้าเป็นสิวผดที่เกิดจากการติดเชื้อราประเภทยีสต์ จะใช้เป็นตัวยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) แทน ซึ่งการใช้ยารักษาสิวผดควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองหรือสิวที่เป็นอยู่มีอาการรุนแรงกว่าเดิม

  • 3. ปรับไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสม

    เพื่อดูแลรักษาปัญหาสิวผดให้เห็นผล นอกจากการปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลผิวแล้วควรปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ร่วมด้วย เช่น การไม่สัมผัสใบหน้าเกินความจำเป็นเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและสิ่งสกปรกบนผิว การพักผ่อนให้เพียงพอ การเลี่ยงภาวะเครียด การไม่สัมผัสแสงแดดโดยตรง การหมั่นเปลี่ยนปลอกหมอนหรือเครื่องนอนเป็นประจำ

  • 4. ปรึกษาแพทย์

    หากเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิวผดที่ไม่ดีขึ้นแม้จะผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิวและไลฟ์สไตล์มาแล้ว แนะนำพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและประเมินลักษณะสิวผดว่าควรได้รับวิธีรักษาสิวผดอย่างไรถึงจะเหมาะสม

จัดการปัญหาสิวผด แบบเร่งด่วนด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ BSL Clinic

นอกเหนือไปจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดสิวผดแล้ว ยังสามารถอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อเป็นวิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วนและเห็นผลในระยะยาวได้ ที่ BSL Clinic มีแพทย์ให้คำแนะนำและประเมินการรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมเลือกใช้เทคโนโลยีที่ครอบคลุมการรักษาที่สอดคล้องกับกลไกการเกิดสิว ดังนี้

Fraxel Laser Program
รีวิว Fraxel Laser Program

Fraxel Laser Program

หนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดสิวผด คือ อาการระคายเคืองผิว โครงสร้างผิวอ่อนแอ การทำ Fraxel Laser Program สามารถช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมผิวทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้นได้ ขณะเดียวกันมีส่วนช่วยป้องกันการอุดตันของรูขุมขนด้วยการปรับการผลัดผิวชั้นนอกให้สมดุลมากขึ้น 

Fraxel Laser Program เทคโนโลยีเลเซอร์เพื่อสร้างจุดขนาดเล็กจำนวนมากหรือ Microscopic Treatment Zones (MTZs) เพื่อช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์และเสริมการจัดเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจน (Skin Remodeling) ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนและมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น  ไม่เพียงเท่านั้นการทำ Fraxel Laser Program ช่วยทำให้ผิวชั้นนอกผลัดตัว (Epidermal Renewal) ได้ดีขึ้น ลดโอกาสการอุดตันของเคราตินที่ปากรูขุมขนและการเกิดสิวผด หรือสิวอุดตันได้⁵

Accure-Program
Accure Laser Program

เลเซอร์รักษาสิว 1726nm

การทำเลเซอร์รักษาสิว 1726nm เช่น Accure Laser Program หรือ AviClear Laser Program⁶ เลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานไปที่ต่อมไขมันโดยตรง ทำให้ต่อมไขมันเล็กลงและมีการผลิตน้ำมันลดน้อยลง สามารถช่วยป้องกันการเกิดสิวผดรวมไปถึงสิวอุดตัน สิวอักเสบในระยะยาวได้ดี

Morpheus8 Program

Morpheus8 Program

เทคโนโลยี Microneedling RF เข็มเล็ก ๆ ที่อาศัยคลื่นวิทยุความถี่สูงปล่อยพลังงานลงลึกที่ต่อมไขมัน เพื่อทำให้ต่อมไขมันมีขนาดเล็กลงไปพร้อม ๆ กับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อให้การสร้างน้ำมันบนผิวลดน้อยลง และมีส่วนช่วยทำให้ผิวกระชับมีความยืดหยุ่นและเรียบเนียนมากขึ้น

การฉายแสงลดสิว (LED Light Therapy)

การฉายแสงลดสิว (LED Light Therapy)

การฉายแสงลดสิว
(LED Light Therapy)

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สิวผดที่อุดตันใต้ผิวพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบในอนาคต การฉายแสงลดสิว (LED Light Therapy) สามารถช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุการเกิดสิวได้ โดยเฉพาะการฉายแสงสีฟ้า ขณะที่แสงสีแดงสามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบของสิวหรือเสริมความแข็งแรงให้ผิว⁷

ผลลัพธ์การรักษาปัญหาสิวผดที่ BSL Clinic

การรักษาสิวผด ที่ BSL Clinic ดูแลโดยแพทย์ทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินลักษณะอาการของสิวผด การวางแผนการรักษาร่วมกับคนไข้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่เห็นผลในระยะยาว ตรงตามความต้องการและเงื่อนไขในรายบุคคล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาสิวผด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาสิวผด

สิวผด กี่วันหาย?

สิวผดหายภายในกี่วันนั้น อาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้ว หลังเข้ารับการรักษาหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมจะดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์

สิวผด กดได้ไหม?

สิวผดไม่สามารถกดได้ เนื่องจากเป็นลักษณะสิวที่ไม่มีหัว หากกดเสี่ยงทำให้เกิดการอักเสบหรือทิ้งรอยแผลที่รักษายากได้

สิวผด หายเองได้ไหม?

ถ้าถามว่าสิวผด หายเองได้ไหมนั้น จริง ๆ แล้วสิวผดสามารถหายเองได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลผิว และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้หากเป็นกังวลสามารถเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาที่เหมาะสมได้

สรุปวิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วนทำอย่างไรดี? สัมผัสผิวเรียบเนียนอีกครั้ง

วิธีรักษาสิวผด

สิวผดเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งสภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้นและพฤติกรรมการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม ฉะนั้นวิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วนที่สามารถทำได้ง่าย ๆ คือต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิวและไลฟ์สไตล์ เช่น ล้างหน้าให้สะอาด หมั่นทาครีมกันแดด ไม่สัมผัสผิวหน้าเกินความจำเป็น หรือใช้ยาตามที่แพทย์สั่งร่วมด้วย เพื่อลดสิวผด และทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนมากขึ้นอีกครั้ง

กังวลปัญหาสิวผด แนะนำปรึกษาที่ BSL Clinic เรามีแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการรักษาสิว สามารถประเมินลักษณะและความรุนแรงของสิวผด พร้อมเลือกใช้แนวทางการรักษาที่ช่วยควบคุมปัจจัยการเกิดสิวให้ลดน้อยลง เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล รวมถึงลดโอกาสการเป็นสิวผดซ้ำซาก การเกิดรอยสิว และแผลเป็นสิวที่อาจรักษายากในอนาคต 

  1. Manstein D, Herron GS, Sink RK, Tanner H, Anderson RR. Fractional photothermolysis: a new concept for cutaneous remodeling using microscopic patterns of thermal injury. Arch Dermatol. 2004;140(5):545–554.
  2. Lynde CW, Andriessen A. Clearing acne: treatment considerations for the primary care physician. Health Plexus. 2004;10(4):43–49.
  3. Hjorth N, Trolle-Lassen C. Acne aestivalis—Mallorca acne. Acta Derm Venereol. 1972;52(1):61–63.
  4. Altmeyer P. Acne aestivalis. In: Altmeyers Encyclopedia of Dermatology [Internet]. 2025. Available from: https://www.altmeyers.org/en/dermatology/acne-aestivalis-118501 
  5. Hantash BM, Bedi VP, Kapadia B, Rahman Z, Jiang K, Tanner H, et al. In vivo histological evaluation of a novel ablative fractional resurfacing device. Lasers Surg Med. 2007;39(2):96–107.
  6. Tian X, Wang Y, Wang Y, Zhang J, Li Y. Advances in the application of 1726-nm laser in acne treatment. Lasers Med Sci. 2024;39:113.
  7. Babilas P, Schreml S, Szeimies RM, Landthaler M. Photodynamic therapy in acne vulgaris. Am J Clin Dermatol. 2017;18(2):215–224.