โทรปรึกษาฟรี add LINE รับโปรลูกค้าใหม่
Add LINE Chat on WhatsApp Chat on WeChat
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
[gtranslate]
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
เลเซอร์หลุมสิว รักษาหลุมสิว

รู้จักเลเซอร์หลุมสิว คืออะไร? รักษาหลุมสิวได้จริงไหม มีกี่แบบ และเหมาะกับใคร?

เลเซอร์หลุมสิว เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมในการช่วยดูแลปัญหาหลุมสิวให้ตื้นขึ้น ได้สัมผัสผิวหน้าที่เรียบเนียนมากกว่าเดิม แต่ก็เชื่อว่ามีหลายคนที่สงสัยว่าจริง ๆ แล้วการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์ เห็นผลจริงไหม เลเซอร์ที่ใช้มีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบจะเหมาะกับปัญหาหลุมสิวที่เผชิญอยู่หรือไม่ ในบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเลเซอร์หลุมสิวกันมากขึ้น

สรุปสาระสำคัญ

หลุมสิว คืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร?

หลุมสิว (Acne Scar) คือ รอยแผลเป็นชนิดยุบตัว (Atrophic Scar) ที่เกิดขึ้นจากความเสียหายของเนื้อเยื่อผิวหนังและเส้นใยคอลลาเจนหลังการอักเสบของสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบขนาดใหญ่ เช่น สิวหัวช้าง สิวซีสต์ ซึ่งมักมีการอักเสบลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ส่งผลให้โครงสร้างผิวบริเวณดังกล่าวถูกทำลาย

เมื่อการอักเสบของสิวสิ้นสุดลง ร่างกายจะเข้าสู่ช่วงกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ (Collagen Remodeling) แต่หากการสร้างคอลลาเจนใหม่ไม่เพียงพอต่อการทดแทนเนื้อเยื่อที่สูญเสียไป ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นยุบตัวลงไปกลายเป็นหลุมสิวที่ส่งผลต่อความเรียบเนียนของผิวและความมั่นใจในที่สุด

นอกจากนี้ปัญหาหลุมสิวเกิดจากพฤติกรรมการกด แกะ บีบสิว หรือรักษาสิวด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมร่วมด้วย เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสียหายต่อเนื้อเยื่อผิวหนัง จนทำให้ความเสี่ยงในการเกิดหลุมสิวสูงขึ้น1¹

ในทางกลับกัน หากร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อทดแทนเนื้อเยื่อที่สูญเสียไปในปริมาณที่มากเกินไป มีโอกาสที่จะทำให้แผลบริเวณดังกล่าวนูนสูงขึ้นกว่าระดับผิวปกติได้ หรือที่เรียกว่ารอยแผลเป็นชนิดนูน (Hypertrophic Scar) และในบางรายอาจมีการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นมากกว่าปกติจนลุกลามออกนอกขอบเขตของแผลเดิมกลายเป็น คีลอยด์ (Keloid) ได้

แผลเป็น หลุมสิวมีกี่แบบ อะไรบ้าง?

ปัญหาสิวของแต่ละบุคคลมีระดับการอักเสบ ความรุนแรง และการตอบสนองต่อกระบวนการซ่อมแซมผิวที่แตกต่างกัน จึงส่งผลให้รอยแผลเป็นจากสิว หรือหลุมสิวมีลักษณะไม่เหมือนกัน ซึ่งหลุมสิวมีกี่แบบนั้นในทางการแพทย์สามารถแบ่งแผลเป็นจากสิวออกได้เป็น 3 แบบ ตามลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อผิวหนัง2 ดังนี้

หลุมสิวแบบจิก
1. หลุมสิวแบบจิก (Icepick Scar)

หลุมสิวแบบจิกเป็นหลุมสิวที่พบได้บ่อยและถือเป็นหลุมสิวที่มักตอบสนองต่อการรักษาได้ยากกว่าหลุมสิวประเภทอื่น และอาจต้องใช้การรักษาหลายรูปแบบร่วมกัน ซึ่งถึงแม้ว่าลักษณะที่พบบนผิวจะเป็นเพียงรูขนาดเล็กกว่า 2 มิลลิเมตรคล้ายปัญหารูขุมขนกว้าง แต่จริง ๆ แล้วมีความลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ก้นหลุมสิวมีความลึกแหลมคล้ายกรวย มักเกิดจากสิวอักเสบที่มีการอักเสบรุนแรงและลึกถึงชั้นหนังแท้

Boxcar Scar
2. หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar)

ประเภทหลุมสิวที่มีขนาดปากหลุมสิวกว้างประมาณ 1.5-4 มิลลิเมตร มีขอบหลุมค่อนข้างชัดเจน ลักษณะคล้ายรูปทรงสี่เหลี่ยมหรือกล่อง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรอยแผลเป็นอีสุกอีใส (Chickenpox Scar) ขณะเดียวกันมีความลึกหลายระดับประมาณ 0.1-0.5 มิลลิเมตร หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของสิวอักเสบ

Rolling Scar
3. หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ (Rolling Scar)

รอยหลุมสิวที่พบได้บ่อยและตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ได้ดี เนื่องจากเป็นหลุมสิวที่มีความลึกระดับปานกลาง ปากหลุมกว้างไร้ขอบเขต ซึ่งเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลังสิวอักเสบที่ทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง (Fibrotic Band) ดึงรั้งเนื้อเยื่อผิวลงไปจนเกิดเป็นแอ่งบุ๋ม หลังเข้ารับการรักษาจึงมีแนวโน้มเห็นการเปลี่ยนแปลงในเวลาไม่นาน

แผลเป็นชนิดนูน

อย่างไรก็ดี แม้คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับลักษณะของหลุมสิวที่เป็นรอยยุบตัวลงไป แต่ในบางคนอาจพบรอยแผลเป็นจากสิวที่มาในรูปแบบของแผลเป็นชนิดนูน (Hypertrophic Scar) ร่วมด้วย ซึ่งมีลักษณะนูนกว่าระดับผิวปกติ เป็นก้อนนูนแข็ง อาจมีสีเดียวกับผิวหรือสีแดง และมักพบได้บ่อยในบริเวณที่เกิดสิวอักเสบ เช่น กรอบหน้า คาง หน้าอก แผ่นหลัง 

จะเห็นได้ว่าหลุมสิวแต่ละประเภทมีลักษณะและระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไปตามความเสียหายของเนื้อเยื่อผิวหนังที่เกิดจากสิวอักเสบ ดังนั้นก่อนเริ่มการรักษาหลุมสิว ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนแนวทางการรักษาและเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับลักษณะของหลุมสิวแต่ละประเภท

5 วิธีดูแลผิว ลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นจากสิวหรือหลุมสิว

แม้หลุมสิวจะเป็นปัญหาผิวที่เกิดจากความเสียหายของเนื้อเยื่อเนื่องจากสิวอักเสบชนิดรุนแรงที่มีการอักเสบลึกถึงชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่เบื้องต้นสามารถดูแลผิวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิวให้เหมาะสมขึ้นได้ เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยสิว หลุมสิวที่อาจรักษายากในอนาคต ดังนี้

ดูแลรักษาสิว
ดูแลรักษาสิวด้วยวิธีที่เหมาะสม

การดูแลรักษาสิวให้ถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยป้องกันไม่ให้สิวทำลายเนื้อเยื่อและเกิดเป็นหลุมสิวในอนาคต

กดสิวด้วยตัวเอง
เลี่ยงการแกะ กด บีบสิวด้วยตัวเอง

การกดหรือบีบสิวเองมีโอกาสทำให้การอักเสบกระจายตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิว

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสม

เช่น สูตรอ่อนโยน สูตรไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-Comedogenic)  เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่และลดการระคายเคืองผิว

กันแดดปกป้องผิว
ปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นประจำ

รังสียูวีในแสงแดดมีส่วนกระตุ้นการอักเสบของสิว รบกวนกระบวนการสมานแผล และมีส่วนทำให้เกิดรอยดำ รอยแดงสิวเห็นชัด จึงควรใช้ครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อปกป้องผิว

ปรึกษาแพทย์
ปรึกษาแพทย์

การเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีสิวระยะแรก จะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็นจากสิวในอนาคต

หลุมสิวใหม่ รักษาเร็ว มีโอกาสฟื้นฟูได้ดีกว่าจริงหรือไม่?

โดยทั่วไปมีแนวโน้มเป็นเช่นนั้น เนื่องจากหลุมสิวใหม่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวที่น้อยและยังไม่มีเนื้อเยื่อที่ผิดรูปหรือพังผืดใต้ผิวเยอะเท่ากับหลุมสิวที่เป็นมานาน ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังการฟื้นฟูมีแนวโน้มเกิดขึ้นได้ดีกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละบุคคล 

ฉะนั้นแล้วหลังจากที่ผ่านการดูแลรักษาสิวอักเสบมาแล้ว แนะนำว่าควรสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวว่ามีรอยสิว รอยหลุมสิวหรือไม่ หากมี ควรเข้าพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อทำการฟื้นฟูผิวได้อย่างเหมาะสม

ความแตกต่างระหว่าง
หลุมสิวใหม่ VS หลุมสิวเก่า
ความแตกต่างระหว่างลุมสิวใหม่กับหลุมสิวเก่า
หลุมสิวใหม่ หลุมสิวเก่า

หลุมสิวที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังเป็นสิวอักเสบไม่นาน โดยมีรอยแดง
รอยดำสิวเกิดขึ้นร่วมด้วย เนื่องจากยังอยู่ในช่วงกระบวนการซ่อมแซมผิว สามารถฟื้นฟูให้ดูเรียบเนียนไปกับผิวได้

หลุมสิวเก่าที่มีการจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนที่ผิดปกติ
มีพังผืดใต้ผิวโดยหลุมสิวมีลักษณะเป็นสีเดียวกับสีผิวขอบปากหลุมคม
หรือมองเห็นความลึกของหลุมสิวชัดในบางบริเวณ ซึ่งตอบสนองต่อการรักษาได้ค่อนข้างช้า จำเป็นต้องมีการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

เลเซอร์หลุมสิว คืออะไร?

เลเซอร์หลุมสิว หมายถึง เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่อาศัยพลังงานเลเซอร์ที่มีเป้าหมายสำคัญในการช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) และมีการจัดเรียงตัวได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการปรับสภาพผิวที่เสียหายจากการเป็นสิวอักเสบให้กลับมาเรียบเนียนมากขึ้น 

กลไกการทำงานของเลเซอร์หลุมสิว

กลไกการทำงานของเลเซอร์หลุมสิว

เลเซอร์หลุมสิวมีกลไกการทำงานหลัก คือ การส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิว โดยเฉพาะชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มักเกิดความเสียหายของคอลลาเจนจากการอักเสบของสิว โดยพลังงานเลเซอร์จะก่อให้เกิดจุดความร้อนขนาดเล็กในชั้นผิว (Microthermal Treatment Zones: MTZ) ขณะที่เลเซอร์บางชนิดสามารถกำจัดผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพออกไป ส่งผลให้ร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อเดิมที่เสียหาย ทำให้ความลึกของหลุมสิวลดลงและผิวแลดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกว่าเดิม 

อย่างไรก็ตามการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น แต่ไม่ใช่การเติมเต็มเพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นและหายไปทันที ดังนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้นหลังทำต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างและจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่ที่สมบูรณ์มากขึ้น

ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์

เพราะกลไกการทำงานของเลเซอร์หลุมสิวมีเป้าหมายสำคัญในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ สามารถช่วยซ่อมแซมโครงสร้างผิวให้กลับมาแข็งแรงมากขึ้นได้ การรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์จึงมีข้อดีที่น่าสนใจมากกว่าช่วยรักษาหลุมสิว ดังนี้

เลเซอร์หลุมสิวเหมาะกับใครบ้าง?

เลเซอร์หลุมสิวมักเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวชนิดยุบตัว หรือปัญหารูขุมขนกว้างที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และปรับคุณภาพผิวในระยะยาว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้หลุมสิวหรือรูขุมขนกว้างดูตื้นขึ้นแล้ว เทคโนโลยีเลเซอร์บางชนิดยังเหมาะใช้รักษาแผลเป็นนูนได้เช่นกัน 

เลเซอร์หลุมสิว มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

Ablative Laser เลเซอร์ชนิดมีแผล

Ablative Laser
เลเซอร์ชนิดมีแผล

Non Ablative Laser เลเซอร์ชนิดไม่มีแผล

Non-Ablative Laser
เลเซอร์ชนิดไม่มีแผล

Microneedle RF กลุ่ม Microneedle RF

Microneedle RF
กลุ่ม Microneedle RF

เลเซอร์หลุมสิว มีกี่แบบนั้น สามารถแบ่งตามลักษณะการส่งพลังงานและผลกระทบต่อเนื้อเยื่อผิวหนังได้เป็น 3 กลุ่มหลัก3 ได้แก่  เลเซอร์ชนิดมีแผล (Ablative Laser) เลเซอร์ชนิดไม่มีแผล (Non-Ablative Laser) และเทคโนโลยีกลุ่ม Microneedling RF ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักการทำงาน ระยะเวลาพักฟื้น และความเหมาะสมกับประเภทของหลุมสิวที่แตกต่างกัน ดังนี้

Ablative Laser เลเซอร์ชนิดมีแผล

เลเซอร์ที่ทำงานโดยกำจัดผิวชั้นนอกหรือผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) บางส่วนให้หลุดออกไปพร้อม ๆ กับส่งความร้อนถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ เหมาะกับหลุมสิวที่มีความรุนแรงระดับปานกลางจนถึงรุนแรง โดยเฉพาะหลุมสิวที่ขอบชัดอย่างหลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar) 

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นเลเซอร์ชนิดมีแผลจึงส่งผลให้มีระยะเวลาพักฟื้นที่ค่อนข้างนาน และมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง เช่น รอยดำ แผลเป็น หรือการระคายเคืองหลังทำ จึงจำเป็นอย่างมากต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

Non Ablative Laser เลเซอร์ชนิดไม่มีแผล

เลเซอร์ที่ส่งพลังงานลึกถึงผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) และมีการสะสมความร้อนในชั้นผิวโดยไม่ทำลายหรือผลัดผิวชั้นนอก หรือบางเทคโนโลยีมีการส่งพลังงานแบบจุดเล็ก (MTZ) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสียหายจากหลุมสิว จึงทำให้มีระยะเวลาในการพักฟื้นที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับเลเซอร์หลุมสิวชนิดมีแผล

โดยเหมาะสำหรับปัญหาหลุมสิวที่มีความรุนแรงระดับเล็กน้อยจนถึงปานกลาง เช่น หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ (Rolling Scar) หรือหลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar) ที่ไม่ลึกมากนัก รวมถึงผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับเม็ดสี เช่น รอยดำจากสิว ผิวหมองคล้ำ

Microneedle RF กลุ่ม Microneedle RF

เทคโนโลยีฟื้นฟูผิวและหลุมสิวประเภทนี้เป็นการผสมผสานการทำงานระหว่างเข็มขนาดเล็ก (Microneedle) กับพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency: RF) ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและปรับโครงสร้างผิวที่เสียหายจากการเป็นหลุมสิว ให้ผิวมีความเรียบเนียนมากขึ้น

ด้วยความที่มีการส่งพลังงานได้ลึกและแม่นยำ ทำให้เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับการรักษาหลุมสิวชนิดยุบตัว (Atrophic Scars) ได้หลายประเภท และมีความสามารถในการดูแลปัญหาผิวไม่เรียบเนียนเนื่องจากรูขุมขนกว้าง ริ้วรอยขนาดเล็ก หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อีกด้วย

เลเซอร์หลุมสิว 3 ประเภทต่างกันอย่างไร?

หัวข้อเปรียบเทียบ ชนิดมีแผล (Ablative Laser) ชนิดไม่มีแผล (Non-Ablative Laser) กลุ่ม Microneedling RF

หลักการทำงาน

ผลัดผิวชั้นนอกและกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้
ส่งพลังงานถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก หรือส่งพลังงานแบบจุดเล็กสะสมความร้อนในผิว (MTZ)
ปล่องพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ผ่านเข็มขนาดเล็ก (Microneedle) ลงลึกถึงชั้นหนังแท้

เหมาะกับหลุมสิว

หลุมสิวปานกลางถึงรุนแรง
หลุมสิวเล็กน้อยถึงปานกลาง
หลุมสิวเล็กน้อย ปานกลางถึงรุนแรง

ปัญหาผิวอื่น ๆ

ร่องลึก, ผิวหย่อนคล้อย
ริ้วรอยระยะแรก, รอยดำจากสิว, สีผิวไม่สม่ำเสมอ, หลุมสิว, รูขุมขนกว้าง, ปรับคุณภาพผิว
รูขุมขนกว้าง, ริ้วรอยเล็ก ๆ , ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย

ระยะเวลาพักฟื้น

~ 2 สัปดาห์
~ 1-7 วัน
~ 2-7 วัน

จำนวนครั้งที่ทำ

1-3 ครั้ง
4-8 ครั้ง
3-5 ครั้ง

ตัวอย่างเทคโนโลยี

CO2 Laser, Er:YAG Laser Program
Nd: Yag Laser, Pulsed Dye Laser, Fraxel, Fractional CO2, PicoWay Resolve Program
Fractora และ Morpheus8 Program
* ระยะเวลาพักฟื้นและจำนวนครั้งที่ทำอาจแตกต่างไปในแต่รายบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์ พลังงานที่ใช้ และความรุนแรงของหลุมสิว

เลเซอร์หลุมสิว รักษาหลุมสิวได้ทุกประเภทหรือไม่?

เลเซอร์หลุมสิวเป็นหนึ่งในวิธีรักษาหลุมสิวที่ได้รับความนิยมและสามารถนำมาใช้รักษาหลุมสิวได้หลายประเภท โดยเฉพาะหลุมสิวชนิดยุบตัว (Atrophic Scar) เช่น หลุมสิวแบบจิก (Ice Pick Scar) แบบกล่อง (Boxcar Scar) และแบบแอ่งกระทะ (Rolling Scar) ซึ่งจะมีลักษณะ ความลึก หรือสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกัน จึงอาจตอบสนองต่อการรักษาด้วยเลเซอร์ที่ไม่เท่ากัน

ดังนั้นแล้ว การรักษาหลุมสิวจึงไม่สามารถอาศัยเลเซอร์เพียงชนิดเดียวเพื่อแก้ไขหลุมสิวทุกประเภทได้ แต่จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อให้ได้แนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับประเภทหลุมสิว สภาพผิว และความต้องการของแต่ละบุคคล

5 เทคโนโลยีรักษาหลุมสิวที่ BSL เลือกใช้

เพราะปัญหาหลุมสิวมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความลึก ลักษณะแผลเป็น และสาเหตุการเกิด รวมไปถึงสภาพผิวแต่ละบุคคลก็มีความแตกต่างกัน การวางแผนรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์ให้สอดคล้องกับปัญหาหลุมสิวที่เผชิญอยู่จึงจำเป็นอย่างมาก

ที่ BSL มีการเลือกใช้เทคโนโลยีเลเซอร์หลุมสิวและพลังงานเพื่อฟื้นฟูผิวหลายรูปแบบเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการผิวในรายบุคคลได้ดี โดยเทคโนโลยีที่เราเลือกใช้มีดังนี้ 

Fractional Co2

1. Fractional CO2 Laser Program

เลเซอร์หลุมสิวที่ปล่อยพลังงานเพื่อสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ (MTZ) กระตุ้นการซ่อมแซมและจัดเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจน ส่งผลให้หลุมสิวดูตื้นและผิวเรียบเนียนมากขึ้น โดยเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวระดับปานกลางถึงรุนแรง เช่น หลุมสิวแบบกล่อง เพื่อปรับขอบหลุมสิวให้มน ดูเนียนไปกับผิวมากขึ้น

ขณะเดียวกันหากมีปัญหาแผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) ยังสามารถนำ Fractional CO2 Laser Program มาประยุกต์ใช้ในการดูแลรอยแผลเป็นบางประเภทภายใต้การประเมินของแพทย์ นอกจากนี้ยังนิยมใช้เทคโนโลยีนี้ในการดูแลปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรูขุมขนกว้างได้อีกด้วย 

Picoway Laser Program

2. Pico Fractional Program

อีกหนึ่งเทคโนโลยีเลเซอร์หลุมสิวที่เหมาะสำหรับดูแลปัญหาหลุมสิวชนิดรุนแรงเล็กน้อยจนถึงปานกลาง คือ Pico Laser Program โหมด Fractional ความยาวคลื่น 1064nm ที่มีคุณสมบัติส่งพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ และมีการสะสมความร้อนใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจน ช่วยฟื้นฟูผิวที่ไม่เรียบเนียนทั้งจากหลุมสิว โดยเฉพาะหลุมสิวแบบกล่อง ปัญหารูขุมขนกว้าง ริ้วรอยเล็ก ๆ ให้กลับมาดูเรียบเนียนขึ้นได้

ขณะเดียวกันเทคโนโลยีนี้ยังสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวที่ไม่เรียบเนียนจากรอยแผลเป็นบางประเภท ร่วมกับเทคโนโลยีหรือหัตถการอื่น ๆ เพื่อทำให้แผลดูเรียบเนียนมากขึ้นได้เช่นกัน และด้วยการปล่อยพลังงานที่มีช่วงเวลาสั้นระดับ Picosecond ส่งผลให้มีระยะเวลาพักฟื้นที่ไม่นาน

Fraxel Laser Program

3. Fraxel Laser Program

เลเซอร์หลุมสิว รูปแบบ Non-Ablative Fractional Laser ซึ่งเป็นพลังงานแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจง ส่งพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ลงสู่ชั้นผิวระดับกลางถึงลึกโดยไม่ลอกผิวชั้นบน พักฟื้นไม่นาน และลดโอกาสผิวหน้าบาง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนและปัญหาหลุมสิวแลดูตื้นขึ้นกว่าเดิม

สำหรับ Fraxel Laser Program นั้นเป็นเทคโนโลยีรักษาหลุมสิวที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีหลุมสิวระดับเล็กน้อยจนถึงปานกลาง เช่น หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ รวมถึงผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน หรือผู้ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพผิว ให้แข็งแรงและดูเรียบเนียนขึ้น

Fractora Program

4. Fractora Program

เทคโนโลยี Microneedling RF เข็มขนาดเล็กที่อาศัยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency) ปล่อยพลังงานและแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนลงชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรงที่ความลึกประมาณ 3mm เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ซึ่งการปล่อยพลังงานที่ลึก เทคโนโลยีนี้จึงสามารถช่วยดูแลหลุมสิวชนิดยุบตัวได้หลายประเภท เช่น หลุมสิวแบบจิก หลุมสิวแบบกล่อง หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ รวมถึงเหมาะสำหรับดูแลปัญหาหลุมสิวร่วมกับรูขุมขนกว้างหรือผิวไม่เรียบเนียนด้วย

Morpheus8 Program

5. Morpheus8 Program

อีกหนึ่งเทคโนโลยีกลุ่ม Microneedling RF ที่สามารถปล่อยพลังงานครอบคลุมตั้งแต่ผิวชั้นนอก (Epidermis) ชั้นหนังแท้  (Dermis) และลึกจนถึงชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) หรือที่ความลึกของชั้นผิวตั้งแต่ 1-4mm สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมผิวแบบลึกได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะสำหรับดูแลปัญหาหลุมสิวหลายประเภท ทั้งหลุมสิวแบบจิก แบบกล่อง และแบบแอ่งกระทะ

ด้วยความที่ Morpheus8 Program สามารถปล่อยพลังงานถึงชั้นไขมัน จึงมีส่วนช่วยลดปริมาณไขมันส่วนเกินและเพิ่มความกระชับเรียบเนียนแก่ผิวร่วมด้วย ขณะเดียวกันยังมีคุณสมบัติช่วยลดขนาดต่อมไขมัน ทำให้กระบวนการผลิตน้ำมันบนผิวลดน้อยลง และลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันได้ด้วย

เลเซอร์หลุมสิวที่ BSL เทคโนโลยีไหนเหมาะกับคุณ

สำหรับใครที่สงสัยว่าควรเลือกเลเซอร์หลุมสิว แบบไหนดี ให้ตรงตามความต้องการและเงื่อนไขของตนเอง สามารถศึกษาจากตารางเปรียบเทียบเทคโนโลยีรักษาหลุมสิวที่ BSL ทั้ง 5 เทคโนโลยี ดังต่อไปนี้

เทคโนโลยี ประเภทพลังงาน เหมาะกับหลุมสิว ระยะเวลาพักฟื้นโดยประมาณ จำนวนครั้งในการทำที่แนะนำ ปัญหาผิวอื่น ๆ

Fractional CO2 Program

Ablative Fractional Laser
หลุมสิวแอ่งกระทะ (Rolling Scar) / ปรับขอบหลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar)
5-14 วัน
1-3 ครั้ง
รูขุมขนกว้าง, ริ้วรอยเล็ก ๆ

Pico Fractional Program

Non-Ablative Fractional Laser
หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar)
1-3 วัน
3-6 ครั้ง
รูขุมขนกว้าง, ริ้วรอยเล็ก ๆ, รอยแผลเป็น

Fraxel Program

Non-Ablative Fractional Laser
หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ (Rolling Scar)
3-7 วัน
3-5 ครั้ง
รูขุมขนกว้าง, รอยแผล, ปรับปรุงคุณภาพผิว, สิวอุดตัน

Fractora Program

Microneedling RF
หลุมสิวแบบจิก, แบบแอ่งกระทะ, แบบกล่อง
2-5 วัน
3-5 ครั้ง
รูขุมขนกว้าง, ผิวไม่เรียบเนียน, ริ้วรอยเล็ก ๆ

Morpheus8 Program

Microneedling RF
หลุมสิวแบบจิก, แบบแอ่งกระทะ, แบบกล่อง
2-7 วัน
3-4 ครั้ง
ไขมันส่วนเกิน, ผิวหย่อนคล้อย
* ระยะเวลาพักฟื้นและจำนวนครั้งที่ทำอาจแตกต่างไปในแต่รายบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์ พลังงานที่ใช้ และความรุนแรงของหลุมสิว

อยากเสริมประสิทธิภาพเลเซอร์หลุมสิวทำอย่างไรได้บ้าง?

แม้การใช้เลเซอร์หลุมสิวจะสามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียนมากขึ้นแล้ว แต่ในบางกรณีที่มีปัญหาหลุมสิวหลากหลายทั้งหลุมสิวแบบตื้น หลุมสิวแบบลึก หรือมีรอยแผลเป็นจากสิวรูปแบบอื่น ๆ แพทย์อาจพิจารณาการใช้หัตถการฟื้นฟูผิวร่วมกับการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามการเลือกตัวช่วยเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูหลุมสิวเหล่านี้ ควรอยู่ภายใต้การประเมินและการดูแลของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับลักษณะหลุมสิว สภาพผิว และเป้าหมายการรักษาของแต่ละบุคคล

Bioregenerative Program

โปรแกรมฟื้นฟูหลุมสิวที่อาศัยสารจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูคุณภาพผิวที่เสียหายจากสิวอักเสบ ขณะเดียวกันมีส่วนช่วยลดการอักเสบและความแดงจากเลเซอร์ ทำให้มีระยะเวลาในการพักฟื้นที่สั้นลง4 ซึ่งจะนิยมทำร่วมกับเลเซอร์หลุมสิวที่มีระยะเวลาการพักฟื้น (Downtime) เช่น Fraxel, Morpheus8, Fractora Program

Exosome Program

สารชีวโมเลกุลหลากหลายชนิดที่ทำหน้าที่ในการสื่อสารระหว่างเซลล์และกระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน สามารถช่วยสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิวและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลังการรักษาด้วยเลเซอร์ ช่วยให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน และฟื้นตัวหลังเลเซอร์ได้เร็วขึ้น

Rejuran Program

สารโพลีนิวคลีโอไทด์ (Polyneucleotide: PN) สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอนที่มี DNA ใกล้เคียงกับมนุษย์ มีคุณสมบัติช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติในระยะยาว พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และปรับคุณภาพผิวโดยรวม ตลอดจนช่วยบรรเทาอาการอักเเสบ แดง ระคายเคืองหลังเลเซอร์หลุมสิว และลดระยะเวลาในการพักฟื้น

อย่างไรก็ตามการเลือกตัวช่วยเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการฟื้นฟูหลุมสิวเหล่านี้ ควรอยู่ภายใต้การประเมินและการดูแลของแพทย์
เพื่อให้เหมาะกับลักษณะหลุมสิว สภาพผิว และเป้าหมายการรักษาของแต่ละบุคคล

แนวทางการรักษาหลุมสิวแบบผสมผสานที่ BSL

ประเภทหลุมสิว

เนื่องจากหลุมสิวแต่ละประเภทมีลักษณะ ความลึก และสาเหตุการเกิดแตกต่างกัน ขณะเดียวกันในคนไข้ 1 คนอาจพบหลุมสิวหลายประเภท ทั้งหลุมสิวแบบจิก (Ice Pick Scar) หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar)  หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ (Rolling Scar) หรือแม้แต่รอยแผลเป็นแบบนูน (Hypertrophic Scar) คีลอยด์ (Keloid) ทำให้แพทย์ต้องวางแผนการรักษาที่เหมาะกับลักษณะรอยแผลเป็นจากสิวของแต่ละบุคคล

ที่ BSL เรามีแนวทางการรักษาแผลเป็นจากสิวด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเภทและระดับความลึกของหลุมสิวในแต่ละบุคคล ซึ่งจะมีการใช้เทคโนโลยีรักษาหลุมสิวหลายชนิดร่วมกันในการฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในหลายชั้นผิว เพื่อให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

ขณะเดียวกันเรายังผสมผสานหัตถการอื่น ๆ เช่น Bioregenerative, Exosome, Rejuran Program เพื่อสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมผิว เสริมประสิทธิภาพผลการรักษาหลุมสิว และช่วยให้ฟื้นตัวหลังทำเลเซอร์ได้ดีขึ้น  

รีวิวการรักษาหลุมสิวแบบผสมผสานที่ BSL จากผู้ใช้บริการจริง : คุณกุลนันท์

ก่อนเลเซอร์หลุมสิว
ภาพก่อนเข้ารับการรักษาสิวและหลุมสิวที่ BSL * ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

คุณได๋มาด้วยปัญหาสิวอักเสบทั่วใบหน้าตั้งแต่บริเวณหน้าผาก แก้ม และคางที่เป็นมานาน และเกิดการอักเสบอยู่ตลอดเนื่องจากฮอร์โมนส่งผลให้ผิวเกิดเป็นรอยแดงเห็นชัด อีกทั้งเมื่อสิวหายแล้วยังส่งผลให้เกิดหลุมสิว หรือรอยดำจากสิวตามมาอีกด้วย จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาสิวและหลุมสิวกับทาง BSL

โดยแนวทางการรักษาที่สำคัญนั้นจะเริ่มตั้งแต่การควบคุมการอักเสบของสิวไปจนถึงฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสียหายเพื่อลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็นจากสิวในระยะยาว และช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนมากขึ้น ซึ่งแพทย์พิจารณาวางแผนการรักษาแบบผสมสานด้วยเทคโนโลยีและหัตถการเพื่อรักษาสิวไปพร้อม ๆ กับฟื้นฟูหลุมสิว ดังนี้

โปรแกรม Fraxel
Fraxel Laser Program

ทั่วใบหน้าเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับหลุมสิวที่มีความรุนแรงปานกลางให้ตื้นขึ้น และมีสภาพผิวที่เรียบเนียนกว่าเดิม 

โปรแกรม Morpheus8
Morpheus8 Program

ทั่วใบหน้าเพื่อดูแลปัญหาหลุมสิวรุนแรง เช่น หลุมสิวแบบจิก (Ice Pick Scar) ทำให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น พร้อมลดขนาดต่อมไขมันใต้ผิวเพื่อลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันร่วมด้วย 

Bioregenerative Program
Bioregenerative Program

ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนและแข็งแรง รวมถึงดูแลให้ผิวฟื้นตัวหลังเลเซอร์หลุมสิวได้เร็วขึ้น

โปรแกรมฉายแสง
โปรแกรมฉายแสง

เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของสิวอักเสบ พร้อมเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิว และช่วยปลอบประโลมผิวหลังเลเซอร์

"เมื่อเข้ารับการรักษาสิวและหลุมสิวกับทาง BSL อย่างต่อเนื่องแล้วปัญหาสิวอักเสบ
สิวอุดตันใต้ผิวก็ลดน้อยลง รวมถึงหลุมสิวตื้นขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าโดยรวมดูเรียบเนียนกว่าเดิม"
หลังเลเซอร์หลุมสิว
ภาพหลังเข้ารับการรักษาสิวและหลุมสิวที่ BSL * ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

การเลือกใช้เทคโนโลยีหรือหัตถการสำหรับรักษาสิวและหลุมสิวแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เนื่องจากในแต่ละบุคคลมีประเภทของสิว ลักษณะหลุมสิว ความลึกของหลุมสิว สภาพผิว และการตอบสนองต่อการรักษาที่ต่างกัน จึงแนะนำเข้าพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและออกแบบการรักษาก่อนทุกครั้ง ซึ่งที่ BSL ใช้แนวทางคัดสรร ออกแบบ และผสมผสานเทคโนโลยีตามลักษณะหลุมสิวของแต่ละบุคคล

ผลการรักษาเลเซอร์หลุมสิวที่ BSL

หลุมสิวรักษายังไงดี ที่ BSL Clinic เริ่มจากการให้แพทย์ประเมินลักษณะหลุมสิวพร้อมวางแผนการรักษาอย่างละเอียดเพื่อให้ตรงกับปัญหาและเงื่อนไขในรายบุคคล สามารถช่วยให้หลุมสิวแลดูตื้นและผิวดูเรียบเนียน สามารถช่วยคืนความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง 

โปรแกรมเลเซอร์สิวและหลุมสิว

โปรแกรมเลเซอร์สิวและหลุมสิว คลิกเพื่ออ่านแนวทางการ>>รักษาสิวเรื้อรังและหลุมสิวของเคสนี้ได้ที่นี่

* ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
รีวิวโปรแกรมเลเซอร์หลุมสิว ครบ 9 เดือน อ่านแนวทางการรักษาสิวและหลุมสิวของเคสนี้ คลิก!
* ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

วิธีเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์หลุมสิว

Consult with Doctor and 3D Quantificare

การศึกษาวิธีเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์หลุมสิวเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์การรักษาออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจและสามารถช่วยให้การดูแลรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น มีการฟื้นตัวได้ดี ดังต่อไปนี้ 

ที่ BSL ให้ความสำคัญกับการประเมินหลุมสิวและสภาพผิวก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งนอกจากการประเมินสภาพผิวเบื้องต้นแล้ว ยังมีการใช้ 3D Quantificare เพื่อวิเคราะห์ประเภทหลุมสิว ความลึกของหลุมสิว ความไม่สม่ำเสมอของผิวร่วมด้วย รวมถึงปัจจัยร่วมอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อการวางแผนการรักษา

การดูแลตัวเองหลังทำเลเซอร์หลุมสิว

เลเซอร์หลุมสิวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเลเซอร์ที่มีระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ซึ่งหลังทำหัตถการส่วนใหญ่จะเจอปัญหาผิวอมชมพู หรือแดงระเรื่อ แต่จะดีขึ้นใน 1-3 วัน ขณะเดียวกันผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์หลุมสิวจะมีสะเก็ดเล็ก ๆ บาง ๆ คล้ายเม็ดพริกไทยบนผิว โดยจะดีขึ้น 3-5 วัน

อย่างไรก็ดีการทำเลเซอร์รักษาหลุมสิวบางชนิดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ แต่ทั้งนี้เพื่อให้ผลลัพธ์การดูแลรักษาหลุมสิวเห็นชัดในระยะยาวและลดโอกาสที่ผิวจะเกิดผลข้างเคียงหลังทำ แนะนำศึกษาวิธีดูแลหลังเลเซอร์หลุมสิวดังนี้

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง
ในการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์

การรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์

แม้ว่าการเลเซอร์หลุมสิวจะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในการช่วยฟื้นฟูผิว ปรับหลุมสิวให้ดูตื้นขึ้นได้ แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา ดังนี้

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์หลุมสิว

ต่อมไขมันริมฝีปาก-Consult Aesthetic

เลเซอร์หลุมสิว กี่ครั้งเห็นผล?

เลเซอร์หลุมสิว กี่ครั้งเห็นผล โดยทั่วไปแล้วหากหลุมสิวไม่ลึกมาก อาจเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวหลังการรักษา 1 ครั้ง เช่น ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แต่แนะนำทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3-5 ครั้งขึ้นไปเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความรุนแรงของหลุมสิวในรายบุคคล

เลเซอร์หลุมสิวเจ็บไหม?

หลายคนอาจจะกังวลว่าเลเซอร์หลุมสิวเจ็บไหม จริง ๆ แล้ว ระหว่างทำจะมีการทายาชาหรือใช้วิธีเป่าลมเย็นเพื่อลดความไม่สบายผิว ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิวหรือเจ็บเล็กน้อยคล้ายหนังยางดีดเบา ๆ ซึ่งความรู้สึกอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดเทคโนโลยีที่ใช้และความไวต่อความเจ็บในรายบุคคล

เลเซอร์หลุมสิวที่ไหนดี?

การเลือกทำเลเซอร์หลุมสิวที่ไหนดี แนะนำเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน แพทย์เป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมิน วางแผนการรักษา และให้การรักษา ขณะเดียวกันเทคโนโลยีรักษาหลุมสิวที่ใช้ควรได้มาตรฐานตรวจสอบได้

เลเซอร์หลุมสิว หายถาวรไหม?

เลเซอร์หลุมสิว หายถาวรไหมนั้น จริง ๆ แล้วไม่สามารถหายถาวรได้ 100% แต่ผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกว่าหลุมสิวตื้นขึ้นและผิวเรียบเนียนมากขึ้นในระยะยาว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทหลุมสิวและการตอบสนองต่อการรักษาในรายบุคคล⁷

หลังเลเซอร์หลุมสิว แต่งหน้าได้ไหม?

ใครที่กังวลว่าหลังเลเซอร์หลุมสิว แต่งหน้าได้ไหม โดยทั่วไปควรแต่งหน้าหลังผิวฟื้นตัวและสะเก็ดหลุดหมดแล้ว ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3-7 วัน หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์และคำแนะนำของแพทย์

หลุมสิวสามารถหายเองได้ 100% หรือไม่?

หลุมสิวคือรอยแผลเป็นที่เกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อและคอลลาเจนในชั้นผิว จึงไม่สามารถหายเองได้ 100% โดยเฉพาะหลุมสิวระดับปานกลางจนถึงรุนแรงที่ทำลายเนื้อเยื่อถึงชั้นหนังแท้ จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีและหัตถการทางการแพทย์เพื่อช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว ทำให้หลุมสิวตื้น และผิวเรียบเนียนอีกครั้ง⁸

เลเซอร์หลุมสิว ราคาแพงไหม?

เลเซอร์หลุมสิว ราคาอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น ซึ่งจะแพงหรือถูกนั้นอาจแตกต่างไปในแต่ละสถานพยาบาล ขึ้นอยู่กับชนิดเทคโนโลยีที่ใช้ คอร์สหรือแพ็กเกจที่ทำ รวมถึงชื่อเสียงของแพทย์และสถานพยาบาล

สรุปเลเซอร์หลุมสิว เทคโนโลยีปรับหลุมสิวตื้นขึ้น เพื่อผิวเรียบเนียนกว่าที่เคย

เลเซอร์หลุมสิวเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวจากรอยแผลเป็นชนิดยุบตัว (Atrophic Scar) หรือหลุมสิวประเภทต่าง ๆ เช่น หลุมสิวแบบจิก (Ice Pick Scar) หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar) หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ (Rolling Scar) ด้วยการใช้พลังงานเลเซอร์เพื่อเป้าหมายสำคัญในการกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจน ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียน รวมถึงมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามหลุมสิวแต่ละประเภทมีลักษณะ ความลึกและการตอบสนองต่อการรักษาที่ต่างกัน เพื่อให้การรักษาหลุมสิวเห็นผลสามารถเรียกคืนผิวที่เรียบเนียนและความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เพื่อวิเคราะห์ประเภทของหลุมสิวและวางแผนเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูผิวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากยังไม่แน่ใจว่าหลุมสิวของตนเองเป็นประเภทใด หรือเหมาะกับการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดไหน ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนวางแผนการรักษา ที่ BSL Clinic เรามีแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสิว หลุมสิว และรอยแผลเป็นจากสิวเป็นอย่างดี สามารถวางแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วยการรับฟังอย่างเข้าใจ พร้อมวางแผนการรักษาร่วมกับคุณเพื่อให้ตรงตามเงื่อนไขหรือความคาดหวังที่คุณตั้งใจไว้ เพื่อผลลัพธ์การฟื้นฟูผิว หลุมสิวที่ดีในระยะยาว และช่วยให้คุณมั่นใจกับผิวที่ดูเรียบเนียนมากขึ้น 

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล
(Wutinan Sithipolvanichgul, M.D.)

แพทย์ประจำ BSL Clinic เลขว. 39678

  1. Fabbrocini G, Annunziata MC, D’Arco V, De Vita V, Lodi G, Mauriello MC, et al. Acne Scars: Pathogenesis, Classification and Treatment. Dermatology Research and Practice. 2010;2010:1–13.
  2. Jacob CI, Dover JS, Kaminer MS. Acne scarring: A classification system and review of treatment options. Journal of the American Academy of Dermatology. 2001 Jul;45(1):109–17.
  3. Alexiades-Armenakas MR, Dover JS, Arndt KA. The spectrum of laser skin resurfacing: Nonablative, fractional, and ablative laser resurfacing. Journal of the American Academy of Dermatology. 2008 May;58(5):719–37.
  4. Gawdat HI, Hegazy RA, Fawzy MM, Fathy M. Autologous platelet-rich plasma: topical versus intradermal after fractional ablative carbon dioxide laser treatment of atrophic acne scars. Dermatol Surg. 2014;40(2):152-161.
  5. Lueangarun S, Srituravanit A, Tempark T. Efficacy and safety of moisturizer containing 5% panthenol, madecassoside, and copper-zinc-manganese versus 0.02% triamcinolone acetonide cream in decreasing adverse reaction and downtime after ablative fractional carbon dioxide laser resurfacing. J Cosmet Dermatol. 2019;18:1751-1757.
  6. Teymour S, Kania B, Lal K, Goldberg D. Energy-based devices in the treatment of acne scars in skin of color. J Cosmet Dermatol. 2022;22:1177-1184.
  7. Goel A, Krupashankar DS, Aurangabadkar SJ, Nischal KC, Omprakash H, Mysore V. Fractional lasers in dermatology—current status and recommendations. Indian J Dermatol Venereol Leprol. 2011;77(3):369-379. 
  8. Goodman GJ, Baron JA. Postacne scarring: a qualitative global scarring grading system. Dermatol Surg. 2006;32(12):1458-1466.